Trends / เมื่อยุคสมัยเปลี่ยน เทรนด์เปลี่ยน ก็ถึงคราวต้องปรับการเดินหมากทางธุรกิจให้สอดคล้องและเปิดกว้าง โดยหากสถานการณ์ยิ่งบีบคั้นก็อาจทำให้คู่แข่งต้องผนึกกำลังกัน เหมือนดีลใหญ่ของตลาดคลังภาพที่จะกล่าวถึงบรรทัดถัดจากนี้
Getty Image ประกาศควบรวมกิจการกับ Shutterstock คู่แข่งที่อยู่ในตลาดคลังภาพ ผ่านข้อตกลงมูลค่า 3,700 ล้านดอลลาร์ (ราว 128,000 ล้านบาท) ซึ่งจะทำให้ฝ่ายหลังย้ายไปอยู่ใต้ชายคาฝ่ายแรก และแม้ยังเป็นแพลตฟอร์มแยกกัน แต่จะแบ่งปันเทคโนโลยีให้กัน โดยมี เครก ปีเตอร์ จาก Getty Image ขึ้นมาเป็นซีอีโอ ที่ดูแลควบทั้งสองแพลตฟอร์ม

ตามแถลงการณ์ควบรวมระบุว่า หากดีลเสร็จสมบูรณ์ ทั้ง 2 แพลตฟอร์ม จะลดต้นทุนและงบดำเนินการทางธุรกิจต่าง ๆ ได้ 100 ล้านดอลลาร์ (ราว 3,500 ล้านบาท) ต่อปีเป็นอย่างน้อย
พอล เฮนเนสซี่ ซีอีโอ Shutterstock จะเปลี่ยนบทบาทไปเป็นหนึ่งในบอร์ดบริหารของ Getty Image ที่จะประกอบไปด้วยตัวแทนของทั้ง Getty Image กับ Shutterstock ในจำนวนใกล้เคียงกัน
ด้าน เครก ปีเตอร์ กล่าวว่า เป็นการปรับตัวรับความท้าทายของตลาดคลังภาพที่ทั้ง 2 บริษัทกำลังเผชิญ พร้อมปลดล็อกศักยภาพและหันมาผนึกกำลังกัน ท่ามกลางสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น
ด้าน พอล เฮนเนสซี่ กล่าวว่าตื่นเต้นที่จะได้ร่วมมือกันพาองค์กรไปสู่หน้าใหม่ทางธุรกิจ และผลักดันผลิตภัณฑ์กับบริการที่สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า และสอดรับกับยุคสมัย

สื่อเศรษฐกิจในสหรัฐฯ วิเคราะห์ไปในทิศทางเดียวกันว่า นี่เป็นดีลที่เลือกจังหวะเวลาได้ดี เพราะเกิดขึ้นช่วงรอยต่อยุคของ โจ ไบเดน กับ โดนัลด์ ทรัมป์ โดยเมื่อคนหลังที่เน้นนโยบายเศรษฐกิจมากกว่า สาบานตนเข้ารับตำแหน่งเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ ปลายมกราคมนี้ จึงน่าจะไฟเขียวให้ดีลควบรวมนี้เสร็จสมบูรณ์ แบบไม่ติดขัดกฎการผูกขาด
และหลังปิดดีลได้ ทั้ง 2 แพลตฟอร์มก็จะสามารถรับมือกับเทรนด์ภาพสร้างเอไอที่กำลังได้รับความนิยมได้ดีกว่าที่เป็นอยู่ เพราะเมื่อรวมกันแล้ว คลังภาพถ่ายจะขยายใหญ่ยิ่งขึ้น และเทคโนโลยีเอไอแต่งภาพถ่าย ก็จะมีให้ใช้มากขึ้นและหลากหลายยิ่งขึ้น

ต่อยอดจากลงทุนในเอไอด้านภาพที่ทั้ง Getty Image กับ Shutterstock ได้ล่วงหน้าไปแล้ว หลังช่วงไม่กี่ปีมานี้ต่างก็สะเทือนจากการที่คนทั่วไปจนถึงสื่อ ใช้ภาพจากสร้างด้วยเอไอมากกว่าภาพถ่ายอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเหตุผลหลักก็มาจากไม่ต้องจ่ายค่าสมาชิกหรือซื้อภาพ จนฉุดให้รายได้ของ Getty Image กับ Shutterstock ลดลงไป

สำหรับ Getty Image ก่อตั้งโดย มาร์ค เก็ตตี้ ที่อยู่ในวงการธนาคารกับ โจนาธาน ไคลน์ ที่อยู่ในวงการกฎหมาย ซึ่งต่างก็เห็นโอกาสทำเงินจากบริษัทคลังภาพถ่าย โดยตัวบริษัทตั้งต้นได้เร็ว เพราะฝ่ายแรกเป็นทายาทตระกูลมหาเศรษฐีเก็ตตี้ ที่สร้างความมั่งคั่งมาจากธุรกิจน้ำมัน และในอดีตปู่คือบุคคลที่ร่ำรวยสุดในโลก
หลังออกตัวได้ Getty Image ก็เดินหน้าซื้อบริษัทในธุรกิจภาพนับร้อยแห่ง ซึ่งหนึ่งในนั้นมี iStock ที่ซื้อกิจการมาเมื่อปี 2006 รวมอยู่ด้วย โดยแม้เมื่อปี 2008 ประสบปัญหาจนถูกกลุ่มทุน H&F ซื้อไป แต่ ปี 2018 ตระกูลเก็ตตี้ก็ซื้อคืนมาได้ ต่อเนื่องสู่การพาทำไอพีโอในปี 2022 และยังถือเป็นแพลตฟอร์มหลักที่สื่อทั่วโลกซื้อภาพไปประกอบการทำข่าว
ส่วน Shutterstock ก่อตั้งเมื่อปี 2003 โดย พอล เฮนเนสซี่ โปรแกรมเมอร์และนักลงทุนด้านเทคโนโลยีใจแกร่งที่ผ่านความล้มเหลวมามากมาย จากไอเดียสร้างคลังภาพคน ทิวทัศน์ และสถานที่ แล้วเก็บค่าสมาชิกเพื่อนำไปใช้ ซึ่งแม้เริ่มต้นช้ากว่าเพราะ พอล เฮนเนสซี่ ทุนไม่หนาเหมือน มาร์ค เก็ตตี้ จึงต้องไปตระเวนถ่ายภาพเพื่อสร้างคลังภาพขึ้นมาเอง

ทว่าเมื่อออกตัวได้และหันไปรับซื้อภาพจากตากล้อง ทั้งมือสมัครเล่นและมืออาชีพทั่วโลก ประกอบกับการกว้านซื้อบริษัทคู่แข่ง Shutterstock รวมถึงซื้อบริษัทในธุรกิจเกี่ยวเนื่องอย่างบริษัททำภาพเคลื่อนไหว Giphy ก็ขึ้นมาเป็นเบอร์ใหญ่ในวงการได้เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม จากเทรนด์สร้างภาพเอไอที่เขย่าตลาดภาพถ่าย ก็ทำให้ Shutterstock ต้องตัดสินใจครั้งสำคัญ นำมาสู่การควบรวมกับ Getty Image ในที่สุด/cnbc, bbc, wikipedia, japantoday theverge, medium
–
