บริษัท โกโกลุก ประเทศไทย ผู้ให้บริการเทคโนโลยีเพื่อความเชื่อมั่น (TrustTech) และผู้ให้บริการแอปพลิเคชัน Whoscall เปิดรายงานประจำปี 2567 วิเคราะห์สถานการณ์กลโกงของมิจฉาชีพในประเทศไทยตลอดปีที่ผ่านมา ผ่านการรายงานมิจฉาชีพ จากสายโทรศัพท์ ข้อความ SMS ลิงก์ต่าง ๆ และฟีเจอร์ตรวจสอบข้อมูลรั่วไหล

ด้านกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ตำรวจไซเบอร์) ยังได้เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ปี 2565 ที่ตำรวจไซเบอร์เข้ามาดูแลคดีอาชญากรรมทางไซเบอร์ มูลค่าความเสียหายรวมพุ่งไปแล้วกว่า 80,000 ล้านบาท  และเริ่มปี 2568 มา ในเดือนมกราคมเดือนเดียว มีคนเข้าแจ้งความไปแล้ว 30,000 กว่าคดี คิดเป็นเงิน 400 ล้านบาท อายัดได้เพียง 73 ล้านบาท  และเมืองที่จีนส่งมาบ่อนทำลายไปนับเป็นเพียงไม่ถึง 50% ของแก๊งคอลเซนเตอร์ที่มีอยู่ทั้งหมด

สรุปข้อมูลสำคัญจากรายงาน

ปี 2567 Whoscall สามารถระบุสายโทรศัพท์และข้อความหลอกลวงได้สูงสุดในรอบ 5 ปี สูงถึง 168 ล้านครั้ง เนื่องจากปัจจุบันมิจฉาชีพได้นำเทคโนโลยี AI มาใช้ในการหลอกลวงอย่างแพร่หลาย ทำให้กลโกงมีความซับซ้อน และมีแนวโน้มเพิ่มอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ประเทศอื่น ๆ เช่น เกาหลีใต้  ญี่ปุ่น ไต้หวัน มีจำนวนการถูกหลอกจากมิจฉาชีพลดน้อยลงแล้ว แต่ประเทศไทยและเพื่อนบ้านอาเซียนยังโดนไม่หยุด โดยเฉพาะการหลอกที่เน้นโทร  ซึ่ง Top 3 กลลวงที่ทุกประเทศเจอเหมือนกัน ได้แก่ การหลอกลงทุน การหลอกผ่านอีคอมเมิร์ซ และการหลอกว่าเป็นหน่วยงาน

1. พบการหลอกลวงผ่านสายโทรศัพท์และข้อความเพิ่มขึ้น 168 ล้านครั้ง

ในปี 2567 Whoscall ตรวจพบ สายโทรศัพท์และข้อความ SMS หลอกลวงสูงถึง 168 ล้านครั้ง เพิ่มขึ้นกว่า 112% จาก 79.2 ล้านครั้งในปี 2566 และถือเป็นยอดที่สูงสุดในรอบ 5 ปี

แบ่งเป็นจำนวนการโทรหลอกลวง 38 ล้านครั้ง เพิ่มจาก 20.8 ล้านครั้งในปีที่ผ่านมา ขณะที่จำนวน SMS พุ่งสูงถึงเกือบ 130 ล้านครั้ง เพิ่มจาก 58.3 ล้านครั้งในปีที่ผ่านมา

ด้านกลโกงที่พบมากที่สุด ได้แก่ การหลอกขายบริการและสินค้าปลอม การแอบอ้างตัวเป็นหน่วยงาน และหลอกว่ามีเงินกู้อนุมัติง่าย การหลอกทวงเงิน การหลอกว่าเป็นหนี้

2. มิจฉาชีพใช้กลลวงเกี่ยวกับการเงิน และแอบอ้างองค์กรเพิ่มขึ้น

ในปีที่ผ่านมา บริการ  Smart SMS Assistant หรือ ผู้ช่วย SMS ช่วยตรวจสอบข้อความจากหมายเลขที่ไม่รู้จัก พบว่า มีข้อความ SMS ที่เข้าข่ายการหลอกลวงสูงถึง 130 ล้านครั้ง ซึ่งข้อความ SMS ที่หลอกให้กู้เงิน และโฆษณาการพนันยังคงพบมากที่สุด

นอกจากนี้ มิจฉาชีพยังเปลี่ยนมาแอบอ้างหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน เช่น แอบอ้างเป็นบริการจัดส่งสินค้าแจ้งว่ามีพัสดุมาถึงเรา  ตลอดจนปลอมเป็นหน่วยงานสาธารณูปโภค เพื่อส่งข้อความที่สอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐเกี่ยวกับมาตรการ เช่น ลดค่าไฟฟ้า คืนค่าประกันมิเตอร์ไฟฟ้า มาตรการคนละครึ่ง และดิจิทัลวอลเล็ต เป็นต้น

3. SMS และลิงก์อันตรายต้องระวัง

กลวิธีหลอกลวงใน SMS ที่พบอย่างแพร่หลาย ได้แก่ การชักชวนเล่นพนัน การปลอมเป็นบริษัทขนส่งพัสดุ การแอบอ้างเป็นธนาคาร สถาบันการเงิน องค์กร และหน่วยงานรัฐ

และต้องระมัดระวังการคลิกเข้าลิงก์อันตราย ที่อาจนำไปสู่เว็บไซต์ปลอม, เว็บพนันผิดกฎหมาย, และเว็บที่แอบติดตั้งมัลแวร์เพื่อดักจับข้อมูลส่วนตัว

Whoscall ได้พัฒนาฟีเจอร์อย่าง Web Checker ที่ผู้ใช้สามารถตรวจสอบลิงก์ที่น่าสงสัยและอันตรายบนเว็บบราวเซอร์ในระหว่างการใช้งานโทรศัพท์มือถือ ในปีที่ผ่านมาฟีเจอร์นี้ช่วยปกป้องผู้ใช้งานจากการคลิกลิงก์อันตราย แปลกปลอมหลากหลายประเภท

โดยประเภทลิงก์อันตรายที่พบมากที่สุด คือ

– 40% ลิงก์ฟิชชิงที่มีวัตถุประสงค์เพื่อดูดเงิน หรือล้วงข้อมูลส่วนบุคคล

– 30% ลิงก์ที่เชื่อมโยงกับการพนันออนไลน์ผิดกฎหมาย

– 30% ลิงก์หลอกให้เหยื่อดาวน์โหลดแอปพลิเคชันที่มีมัลแวร์เพื่อขโมยข้อมูลสำคัญจากอุปกรณ์อีก

4. ข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหลเพิ่มขึ้น

ฟีเจอร์ ID security ของ Whoscall ตรวจพบว่า ข้อมูลส่วนตัวคนไทย 41% รั่วไหลไปบนดาร์กเว็บและดีพเว็บ ในบรรดาข้อมูลส่วนตัวที่รั่วไหลพบว่า 97% เป็นเบอร์โทรศัพท์ และ 88% เป็นอีเมล  ซึ่งอาจมีข้อมูลเช่น วันเดือนปีเกิด ชื่อนามสกุล พาสเวิร์ด รวมถึงข้อมูลอื่น ๆ หลุดร่วมไปด้วย

แมนวู จู ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โกโกลุก ประเทศไทย กล่าวว่า Whoscall มียอดการดาวน์โหลดมากกว่า 100 ล้านครั้งทั่วโลก มีฐานข้อมูลที่ครอบคลุมเอเชียตะวันออก และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ครอบคลุมหมายเลขโทรศัพท์ 2.6 พันล้านเลขหมาย

สำหรับประเทศไทยนับเป็นประเทศลูกค้าหลักของ Whoscall ในอาเซียน มีผู้ใช้งาน 25 ล้านบัญชีในไทย (ในจำนวนนี้ซื้อพรีเมียมไม่ถึง 50%) โดยที่ผู้ใช้งานส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยทำงาน อายุ 25-44 ปี แต่กลุ่มผู้สูงวัยที่เป็นเหยื่อรายสำคัญกลับยังใช้งาน Whoscall น้อย ตั้งเป้าในปีนี้ผู้ใช้งานจะมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 30% เพื่อปกป้องทุกคนจากการถูกหลอกลวง

ในปีที่ผ่านมา Whoscall สามารถปกป้องผู้ใช้จากการถูกหลอกลวงผ่านการโทรและข้อความ SMS ได้ถึง 460,000 ครั้งต่อวัน

และยังเดินหน้าพัฒนาแอปพลิเคชันต่อเนื่อง นำเทคโนโลยี AI ใหม่เข้ามาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันภัยมิจฉาชีพ รับมือกับการแพร่ระบาดของกลโกงออนไลน์ที่เพิ่มขึ้นในทุกรูปแบบ

ประโยชน์ของแอป Whoscall จะช่วยระบุตัวตนของเบอร์โทรที่ไม่รู้จักแบบเรียลไทม์ ช่วยเตือนภัยสายเรียกเข้าหลอกลวง และสายสแปมได้ ทั้งยังช่วยปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล เมื่อแชร์ข้อมูลส่วนตัวทางออนไลน์ และระวังลิงก์ รวมถึงช่วยตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งทางการ แจ้งเตือนเมื่อผู้ใช้งานคลิกลิงก์จากข้อความ SMS หรือเว็บบราวเซอร์ที่อาจเป็นอันตราย


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer