เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ กางแผนกลยุทธ์ปี 2025-2027 มุ่งขยายช่องทางจำหน่าย ลุยลงทุนด้านเทคโนโลยี เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ ตั้งเป้าเบี้ยประกันภัยรวมปี 2025 เติบโตกว่า 10% ประกันชีวิตอยู่ที่ 13,000 ลบ. และ ประกันสุขภาพและอุบัติเหตุ 1,000 ลบ.
คุณอาร์ช คอลมิ (Mr. Arsh Kaumi) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ กล่าวว่า บริษัทตั้งเป้าเป็นทอป 5 กลุ่มประกันชีวิต ในธุรกิจกลุ่มเป้าหมาย อีกทั้งขยายส่วนแบ่งในกลุ่มประกันสุขภาพและอุบัติเหตุ ผ่านการวางรากฐานที่แข็งแกร่งใน 3 เสาหลัก ได้แก่
People Development สร้างรากฐานการขับเคลื่อนธุรกิจและองค์กรด้วยบุคลากรคุณภาพ มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรภายในองค์กรเพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์
Strengthen Distribution มุ่งเน้นการเสริมความแข็งแกร่งของช่องทางการขาย เพื่อให้ครอบคลุมความต้องการของลูกค้า ผ่านช่องทางและแพลตฟอร์มทั้งหมด ด้วยรูปแบบการให้คำปรึกษาที่ได้รับการฝึกอบรมพร้อมเครื่องมือที่ครบครัน
Customer FIRST เพิ่มศักยภาพด้านงานบริการลูกค้าให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ลูกค้าได้รับความรวดเร็ว เข้าถึงง่าย และสะดวกสบายกว่าเดิม ผ่านเครื่องมือดิจิทัลและกระบวนการที่คล่องตัว
ซึ่งการวางรากฐานที่สำคัญเหล่านี้ส่งผลให้ในปี 2024 บริษัทมีเบี้ยประกันภัยรวมเติบโตสูงสุดในกลุ่มบริษัทประกันชีวิตชั้นนำของไทย ด้วยอัตราขยายตัว 24.6% โดยเฉพาะการเติบโตจากกลุ่มธุรกิจเป้าหมายที่บริษัทมุ่งเน้น ซึ่งจะเห็นได้ว่าปัจจัยการเติบโตนี้ มาจากการมีพันธมิตรที่แข็งแกร่ง รวมถึงการเพิ่มศักยภาพของช่องทางการจำหน่าย ทำให้สามารถขยายและเข้าถึงฐานลูกค้าหลากหลายกลุ่มอย่างทั่วถึง
นอกจากนี้ บริษัทยังมุ่งมั่นพัฒนาการให้บริการ จนได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากกลุ่มลูกค้า ส่งผลให้คะแนนสำรวจความพึงพอใจผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์ (Relational Net Promoter Score- RNPS) คงครองอันดับ 1 อย่างต่อเนื่อง
บริษัทยังเชื่อมั่นในศักยภาพของเศรษฐกิจประเทศไทยในระยะยาว และให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยในปี 2025 บริษัทยังได้กำหนดทิศทางการสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของลูกค้าและพันธมิตร
บริษัทวางเป้าเบี้ยประกันภัยขยายตัวแบบดับเบิลดิจิตในปี 2025-2027 เฉพาะปี 2025 ตั้งเป้าเติบโตกว่า 10% โดยประเมินเบี้ยประกันชีวิตจะอยู่ที่ราว 13,000 ล้านบาท และเบี้ยประกันสุขภาพและอุบัติเหตุราว 1,000 ล้านบาท
บริษัทยังมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ไม่เพียงตอบโจทย์ตามความต้องการที่หลากหลาย แต่ต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถดูแลลูกค้าได้ในระยะยาว รองรับเทรนด์สังคมสูงวัยและแนวคิดด้าน ESG ในประเทศไทยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ตลอดจนการเพิ่มศักยภาพด้านงานบริการลูกค้าให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ในทุกช่องทาง พร้อมขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี เห็นได้ว่าปัจจุบันกลุ่มผู้บริโภคทุกเจเนอเรชันมีความรู้ความเข้าใจในการใช้เทคโนโลยีและเข้าถึงข้อมูลได้มากขึ้น
บริษัทจึงได้ลงทุนพัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับลูกค้าโดยเฉพาะ อย่าง GEN 365 เพื่อตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้าและการให้บริการของทีมขายเพื่อมอบประสบการณ์ด้านบริการที่ดีกว่า รวมไปถึงการพัฒนาฝ่ายปฏิบัติการด้านบริการด้วยการใช้ RPA (Robotic Process Automation) และ AI ปัญญาประดิษฐ์ที่มาช่วยให้การบริการด้านสินไหม รวดเร็วครอบคลุมพื้นที่ ที่ลูกค้าต้องการใช้บริการ เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการได้อย่างสะดวก มีประสิทธิภาพ ทำให้กระบวนการทำงานมีความคล่องตัว ลดขั้นตอนที่ซับซ้อน และเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด
ทั้งนี้ บริษัทยังคงเดินหน้าลงทุนในการพัฒนาบุคลากรและตัวแทนจำหน่ายอย่างต่อเนื่องเพื่อเร่งสร้างการเติบโตและเพื่อให้มีความพร้อมที่จะให้บริการลูกค้า
ด้านความมุ่งมั่นของบริษัทในการตอบแทนสังคม เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ ได้ดำเนินโครงการเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งล่าสุดได้ร่วมมือกับ The Human Safety Net (THSN) องค์กรโครงข่ายความร่วมมือเพื่อมวลมนุษยชาติ สนับสนุนพ่อแม่ Gen Y (อายุ 27-42 ปี คือกลุ่มคนที่เกิดระหว่างปี ค.ศ. 1980-1997) และ Gen Z (อายุ 11-26 ปี คือกลุ่มคนที่เกิดระหว่างปี ค.ศ. 1998-2009) ที่อาจขาดความพร้อมและโอกาสในสังคมไทย ได้พัฒนาเสริมศักยภาพการเลี้ยงดูบุตรอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการร่วมมือกับโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) สนับสนุนการเติบโตและความยั่งยืนของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย (MSME) ในประเทศไทย
–
