ข่าวการปิดตัวลงของโรงภาพยนตร์ ลิโด้ สกาล่า โรงภาพยนตร์ Stand Alone 2 แห่งสุดท้ายในพื้นที่สยามสแควร์ และเครือ เอเพ็กซ์ ที่ได้กลายเป็นข่าวลือและข้อพิพากษ์ ที่ถูกพูดถึงกันมานานหลายปี ว่า 2 โรงภาพยนตร์นี้จะถูกปิดหรือไม่

เพราะในปีนี้โรงภาพยนตร์ลิโด้ และสกาล่า ได้หมดสัญญาเช่าพื้นที่กับ CU Property หรือสำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาฯ และต้องส่งมอบพื้นที่คืนให้กับ CU Property เพื่อให้ CU Property นำพื้นที่ไปทำพัฒนาต่อในรูปแบบพื้นที่เปิดโล่งที่เน้นร้านค้าที่จำหน่ายสินค้าเชิงสร้างสรรค์

กำหนดของการส่งมอบโรงหนังลิโด้ ที่ทางเครือเอเพ็กซ์แจ้งกับ CU Property ไว้เมื่อต้นปี คือกรกฎาคม 2561

แต่เมื่อวันเวลาเดินมาถึง การปิดตัวลงของโรงหนังลิโด้ จึงกลายเป็นเรื่องจริง

ในวันที่ 31 พฤษภาคม 2561 จึงกลายเป็นวันสุดท้ายที่โรงหนังลิโด้จะทำหน้าที่ในฐานะโรงภาพยนตร์ที่อยู่คู่สยามสแควร์มายาวนานกว่า 50 ปี

โดยวันสุดท้ายของการเปิดโรงภาพยนตร์ลิโด้ ด้วยการฉายภาพยนตร์ Tonight,at Romance Theater และ Kid on the slope เป็น 2 เรื่องสุดท้าย พร้อมกิจกรรมอำลาโรงหนังลิโด้ และ สุภาพบุรุษชุดเหลือง พนักงานเดินตั๋วหนังที่เป็นเอกลักษณ์ของโรงภาพยนตร์นี้

ที่ผ่านมาโรงภาพยนตร์ลิโด้ ได้ผ่านการขอคืนของ CU Property มาตั้งแต่ปี 2559 จากสัญญาเช่าพื้นที่ที่หมดลง และเครือเอเพ็กซ์ได้ขอผ่อนผันสัญญาการเช่าพื้นที่ เพื่อดำเนินธุรกิจต่อไปจนถึงปลายปี 2560

ซึ่งรายได้ของโรงภาพยนตร์ลิโด้ มาจาก

  1. ค่าตั๋วชมภาพยนตร์
  2. ค่าเช่าพื้นที่จากร้านค้าย่อยใต้โรงภาพยนตร์ ซึ่งที่ผ่านมาค่าเช่าพื้นที่จากร้านค้ารายย่อยถือเป็นรายได้หลักที่ช่วยพยุงให้โรงภาพยนตร์ลิโด้ และสกาล่าพออยู่ได้

 

นอกจากโรงภาพยนตร์ลิโดแล้ว ในปีนี้พื้นที่โรงภาพยนตร์สกาล่าก็เป็นพื้นที่หนึ่งในเครือเอเพ็กซ์หมดอายุสัญญาลงตั้งแต่ปี 2559 และทาง CU Property ได้ทำเรื่องต่ออายุสัญญาโรงภาพยนตร์สกาล่าปีต่อปี

โดยในปีที่ผ่านมา ทาง CU Property อนุโลมไม่เก็บค่าแป๊ะเจี๊ยะที่ต้องจ่ายรายปี และเก็บค่าเช่ารายเดือนในอัตราเดิมกับโรงภาพยนตร์สกาล่า ส่วนในปี 2562-2563 อาจจะมีการเก็บค่าเช่าพื้นที่เพิ่ม 5%

แต่ด้วยโรงภาพยนตร์สกาล่ามีรายได้จากการฉายภาพยนตร์ และให้เช่าพื้นที่ในโรงภาพยนตร์จัดกิจกรรมต่างๆ เท่านั้น ทำให้รายได้ที่ได้จากสกาล่าเพียงโรงภาพยนตร์เดียวเพียงพอกับค่าเช่าพื้นที่ จนเกิดภาวะขาดทุนตามมาเพราะไม่มีรายได้จากค่าเช่าพื้นที่ร้านค้ารายย่อยใต้ลิโด้มาช่วยพยุงธุรกิจ

ทำให้เอเพ็กซ์ไม่ขอต่อสัญญาเช่าพื้นที่โรงภาพยนตร์สกาล่าต่อ

โดยกำหนดปิดโรงภาพยนตร์สกาล่า ยังไม่มีกำหนดที่แน่ชัด แม้ต้นปีที่ผ่านมา เครือเอเพ็กซ์ มีแนวคิดที่จะคืนโรงหนังสกาล่าไปพร้อมๆ กับลิโด้ ด้วยเหตุผลในเวลานั้นคือสู้กับค่าเช่าพื้นที่ในปี 2562 และ 2563 ที่ทาง CU Property ขอเก็บเพิ่มขึ้นปีละ 5% ตามสัญญาที่สกาล่าและ CU Property ทำร่วมกันในปี 2559 ไม่ไหว ซึ่งทิศทางของสกาล่าคงต้องดูกันต่อไป

ใครคือเจ้าของโรงภาพยนตร์ ลิโด้ สกาล่า

โรงภาพยนตร์ลิโด้ กับสกาล่า เป็นโรงภาพยนตร์ในเครือเอเพ็กซ์ จดทะเบียนธุรกิจในนามสยามมหรสพ มีพิสิฐ ตันสัจจา สามี นงนุช ตันสัจจา เจ้าของสวนนงนุชเป็นเจ้าของ ปัจจุบันบริหารโดยทายาทรุ่นที่ 2

โดยรายได้ย้อนหลังที่ สยามมหรสพ แจ้งกับกระทรวงพาณิชย์ มีรายได้ที่ลดลงในทุกๆ ปี ด้วยเหตุผลคือ คนชมภาพยนตร์ ในรูปแบบ Stand Alone น้อยลง แม้ ราคาตั๋วจะถูกกว่าโรงภาพยนตร์ตามห้างก็ตาม

2556       106,975,634.73                

2557       102,196,601.12

2558       221,876,021.13                

2559       96,646,333.79

2560       96,144,755.59  

ที่มา : กระทรวงพาณิชย์ รายได้จาก บริษัท สยามมหรสพ จำกัด

 

ในอดีตเครือเอเพ็กซ์ มีโรงภาพยนตร์ในพื้นที่สยามสแควร์ 3 โรงภาพยนตร์ด้วยกันได้แก่

โรงภาพยนตร์สยาม เปิดฉายครั้งแรก15 ธันวาคม พ.ศ. 2509 ปัจจุบัน CU Property ขอคืนพื้นที่ตั้งแต่ปี 2553 กลายเป็นสยามสแควร์วัน ด้วยงบลงทุน 1,800 ล้าน

 

โรงภาพยนตร์ลิโด้ เปิดฉายครั้งแรก 27 มิถุนายน 2511  ปิดตัว 31 พฤษภาคม 2561และส่งคืนให้กับ CU Property ในเดือนกรกฎาคม 2561

 

โรงภาพยนตร์สกาล่า เปิดฉายครั้งแรก 31 ธันวาคม พ.ศ. 2512 หมดสัญญาปลายปี 2560 และเตรียมส่งคืนให้กับ CU Property ในอนาคต

 

cr. ภาพจาก FB Apex Lido

 

อ่านคอนเทนต์การตลาด อ่าน Marketeeronline

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline

 

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน