จะแบรนด์ไหน ๆ ก็อยากยืนอยู่ในใจลูกค้าคนรุ่นใหม่ทั้งนั้นเพราะเป็นผู้บริโภคที่จะขึ้นมาเป็นกลุ่มหลักของตลาด ไม่เว้นแม้แต่แบรนด์ใหญ่เมื่อแบรนด์อยากจับกลุ่มลูกค้าเด็กลง ก็ต้องดูอินไซต์ ทำความเข้าใจลูกค้า เพื่อเข้าไปยืนในหัวใจวัย Gen Z
พันธุ์ไทย และกระทิงแดง ก็ไม่ต่างกัน แม้จะเป็นแบรนด์ยักษ์ใหญ่ที่เป็นที่คุ้นเคยอย่างดีของคนวัยทำงาน วัยผู้ใหญ่อายุ 30 ปีขึ้นไป แต่แบรนด์ก็ยังต้องการขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ เพื่อสร้างการเติบโตในวงกว้าง
คุณสุขวสา ภูชัชวนิชกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด กล่าวว่า ด้วยความที่พันธุ์ไทยเป็นเครื่องดื่มที่มีรสชาติเข้มข้น ทำให้กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่เกินกว่า 60% คือ Gen X และ Y วัยทำงานเป็นหลัก
แต่หลังจากการดำเนินกลยุทธ์การตลาด ดึง “พี่จอง-คัลแลน” ขึ้นแท่นพรีเซนเตอร์ ช่วยดึงกลุ่มลูกค้า Gen Z ให้เพิ่มขึ้น 10% และยังมาพร้อมกับ ‘กระแสพันธุ์ไทย DIY’ ที่คนรุ่นใหม่แห่ครีเอทเมนูเครื่องดื่มพันธุ์ไทย จนเกิดเป็นกระแสมีคอมมูนิตี้กลุ่มเฟซบุ๊คพันธุ์ไทยไว้คุยเรื่องเครื่องดื่มกันด้วย
เพราะผู้บริโภคคนรุ่นใหม่มีความเป็น Independent Generation มากขึ้น มองหาความแปลกใหม่ แตกต่าง เป็นตัวของตัวเอง บางกลุ่มไม่ได้กินเอาอิ่ม แต่กินเอาคอนเทนต์ แสดงถึงความสำคัญในการหา New Experience และแบ่งปันบนโซเชียลมีเดียมากขึ้น
เมื่อตลาดเครื่องดื่มมี Movement ตลอดเวลา แบรนด์ต่างต้องขยับตามเทรนด์เพื่อรีเฟรชตัวเองให้สดใหม่อยู่เสมอ ซึ่งในช่วงนี้เทรนด์ของเครื่องดื่มชูกำลัง หรือเครื่องดื่มให้พลังงานกำลังเติบโต เนื่องจากผู้บริโภคต้องการ Energy ควบคู่ไปกับ Benefit รวมถึงเทรนด์เครื่องดื่มไร้แอลกอฮอลล์ก็เติบโตอย่างมากเช่นกัน แบรนด์ไม่สามารถหยุดนิ่งสร้างแบรนด์ พัฒนาผลิตภัณฑ์ และสร้างสรรค์กลยุทธ์การตลาดแบบใหม่ เป็นที่มาของการคอลแลปส์ “กาแฟพันธุ์ไทย x กระทิงแดง”
เปิดแคมเปญ ‘ดีดศาสตร์’ (Energology Drinks) ส่ง 4 เมนูศาสตร์แห่งเครื่องดื่มเพิ่มพลังงานสายพันธุ์ใหม่ สะท้อน Brand DNA – Creative Thai Taste สร้างสีสันความสนุกด้วยชื่อเมนูสไตล์ยาดอง Energy Drinks แบบไทย ขยายฐานลูกค้าทั้ง 2 แบรนด์
คุณวรวุฒิ พงศ์ชินภัค ประธานผู้บริหารสายงานขายและการตลาดประเทศไทย กลุ่มธุรกิจ TCP กล่าวว่า ตลาดเครื่องดื่มชูกำลังมูลค่า 22,000 ล้านบาท จากเดิมที่มีการคาดการณ์ว่าน่าจะเติบโตที่ 6% แต่หลังผ่านมาสองไตรมาสตลาดมีแนวโน้มเติบโตน้อยกว่าที่คาดการณ์
ทั้งนี้ โดยส่วนใหญ่กลุ่มลูกค้าของเครื่องดื่มชูกำลัง คือ คนวัยทำงาน แต่สัดส่วนของลูกค้าคนรุ่นใหม่ยังคงมีน้อย ก่อนหน้าที่ลอนช์แคมเปญใหม่ Red Bull x Bambam ช่วยทำให้แบรนด์เข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้ การจับมือกับพันธุ์ไทยในครั้งนี้จึงสอดคล้องกับความต้องการขยายตลาดกลุ่มคนรุ่นใหม่ และเน้นการสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับผู้บริโภค
พัฒนาเมนูในแคมเปญ 4 เมนู โดยใช้แรงบันดาลใจจากยาดองเหล้า ที่สะท้อนความเป็นไทยโมเดิร์น ได้แก่
1. ช้างยกกําลังทิง (Espresso Energy Boost with Kratingdaeng) เมนูดีดขั้นสุดแบบเต็มแมกซ์ ได้แรงบันดาลใจจาก ‘Espresso Martini’ กับเอสเพรสโซดับเบิ้ลช็อต ยกกำลังทะลุปรอทกับกระทิงแดงครึ่งขวด ได้รสเปรี้ยวของมะนาว เติมเต็มพลังงานให้ตื่นเต็มตาได้ทั้งวัน (79 บาท)
2. ทิงซ่าโดดกําแพง (Lime Soda with Kratingdaeng) ความซ่าสุดคลาสสิคสไตล์ ‘Highball’ ที่ผสานกระทิงแดงครึ่งขวดเข้ากับสปาร์คกลิ้งโซดา และมะนาวสด ได้ฟีลสดชื่น บูสท์เอนเนอร์จียามบ่าย (69 บาท)
3. กำลังช้างสาว (Lychee Yogurt Smoothie Plus Collagen with Kratingdaeng) เครื่องดื่มผสมคอลลาเจน โยเกิร์ตและนมเปรี้ยวลิ้นจี่ เพิ่มพลังด้วยช็อตกระทิงแดง ปั่นกับเจลลีสตรอว์เบอร์รี ปลุกความเฟรช อ่านหนังสือดึกได้สบาย (89บาท)
4. ช้างกระทืบงาน (Apple Yogurt Smoothie Plus Vitamin B12 with Kratingdaeng) โยเกิร์ตสมูทตี้เพิ่มช็อตกระทิงแดง ที่มีทั้งวิตามิน B6 และ B12 เพิ่มเทกเจอร์ด้วยเจลลีสตรอว์เบอร์รี พร้อมลุยงานได้ทั้งวัน (89 บาท)
เครื่องดื่มดีดศาสตร์สายพันธุ์ใหม่ทั้ง 4 เมนู ยังคงคอนเซ็ปต์ Creative Thai Taste นำเสนอความคิดสร้างสรรค์ที่แตกต่างและคงเอกลักษณ์ความเป็นไทย โดยผสมผสานระหว่าง Functional กับ Emotional Benefits ตามสไตล์พันธุ์ไทย เชื่อมโยงกับประสบการณ์ของ Young Generation คาดว่าแคมเปญนี้จช่วยเพิ่ม Traffic ในร้านพันธุ์ไทยทั่วประเทศ อย่างน้อย 20% ขึ้นไป
คุณสุขวสา เผยว่า โดยปกติพันธุ์ไทยจำหน่ายเครื่องดื่มได้มากกว่า 200 แก้วต่อวันต่อสาขา โดยที่มีจำนวนสาขารวมทั้งสิ้นอยู่ที่ 1,580 สาขา ซึ่งปีนี้จะเดินหน้าเปิดให้บริการเพิ่ม 600 สาขา (ปีที่แล้วเปิด 480 สาขา) คิดเป็นการลงทุนสาขาละ 2.5 ล้านต่อแห่ง ความถี่ในการเข้าใช้บริการค่อนข้างดีเฉลี่ย 6 ครั้งต่อคนต่อเดือน ค่าใช้จ่ายต่อบิลอยู่ที่ 100 บาทต่อบิลต่อคน ในขณะที่ลูกค้าซึ่งเป็นเมมเบอร์ที่มีอยู่กว่า 700,000 คน มีความถี่ในการใช้บริการมากกว่าที่ 8 แก้วต่อเดือน และคาดว่าสิ้นปีจะขยับเป็น 10 แก้วต่อเดือน
ในปีที่ผ่านมาพันธุ์ไทยเติบโต 30% ทั้งในด้านจำนวนแก้วและจำนวนผู้ใช้บริการ ในปีนี้ตั้งเป้ารายได้แตะ 5,800 ล้านบาท เติบโตจากปีที่แล้วซึ่งอยู่ที่ 3,000 กว่าล้านบาท ทั้งนี้ คาดว่าช่วงปลายปีจะสามารถดันยอดจำหน่ายไปได้ถึง 300 แก้วต่อสาขา โดยได้แรงสนับสนุนจากปัจจัยบวกด้านการขยายสาขาให้เข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น พัฒนาเครื่องดื่มที่ทันเทรนด์ และระบบเมมเบอร์ที่แข็งแกร่ง
