ในโลกของการตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับ Ultra Luxury การเข้าถึง “ลูกค้าไฮเน็ตเวิร์ธ” หรือกลุ่มผู้บริโภคที่มี อิทธิพลต่อรสนิยมการบริโภคระดับสูง (Taste-driven Affluent Segment) ไม่ใช่เรื่องของการทำโฆษณาเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการสร้าง “ประสบการณ์” และ “คุณค่า” ที่สื่อสารกับอารมณ์และตัวตนได้อย่างแม่นยำ

Marketeer จะพาไป ถอดรหัสกลยุทธ์การสื่อสารแบรนด์ ผ่านกรณีศึกษาของ บ้านกลางกรุง สาธุประดิษฐ์ 57 ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการอสังหาฯ ที่สามารถยกระดับการสื่อสารแบรนด์ให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าระดับ Ultra Affluent ได้อย่างชัดเจน ไม่เพียงตอบโจทย์ความต้องการด้านที่อยู่อาศัย แต่ยังสะท้อนรสนิยม ตัวตน และไลฟ์สไตล์อย่างมีศิลปะ

เล่าให้ฟังก่อนว่าเมื่อเร็วๆ นี้ AP ได้เปิดตัว “บ้านกลางกรุง สาธุประดิษฐ์ 57” MAJESTIC COLLECTION ลำดับที่ 3 กับแนวคิด THE PINNACLE OF VERTICAL ESTATE LIVING ที่ได้ คิด – คณชัย เบญจรงคกุล ช่างภาพชื่อดัง มาร่วมเล่าเรื่องราวอย่างมีอัตลักษณ์ กับ Cinematic Photo Story ซีรีส์ภาพถ่าย ‘RAREST OF RARITY: Living through a Manhattan Lens’ ถ่ายทอดเรื่องราวพื้นที่ชีวิต และรายละเอียดอันพิถีพิถันของตัวโครงการ

โครงการนี้จึงเป็นมากกว่า “บ้านเดี่ยวใจกลางเมือง” แต่คือการสื่อสารผ่านสัญญะ (signifier) ของความสง่างามเหนือกาลเวลา ความเป็นหนึ่งเดียว และความภาคภูมิใจในการได้เป็นเจ้าของสิ่งที่ หาไม่ได้อีกแล้ว (True Scarcity)

มาดูกันว่ากลยุทธ์การสื่อสารผลิตภัณฑ์ระดับลักชัวรี่นั้นมีอะไรบ้าง

  1. Brand Positioning: The Pinnacle of Vertical Estate Living

จุดยืนของโครงการนี้ชัดเจนในฐานะ “Rare Estate” ที่ผสมผสานระหว่างความหรูหราเหนือกาลเวลา (timeless elegance) กับความเป็นส่วนตัวสูงสุด ด้วยจำนวนยูนิตจำกัดเพียง 9 ยูนิต พร้อมพื้นที่ใช้สอยระดับเพนต์เฮาส์ 6 ชั้นใจกลางเมือง

ตำแหน่งของแบรนด์ (Positioning) จึงไม่ใช่เพียงบ้านหรู แต่เป็น “Masterpiece แห่งการอยู่อาศัย” ซึ่งนำเสนอความภาคภูมิใจในการครอบครอง เหมาะกับลูกค้าที่มองหาสิ่งพิเศษระดับ Rare Item ที่มีคุณค่าทั้งด้านจิตใจและการลงทุน

  1. Emotional Branding: บ้านที่ “สะท้อนตัวตน” มากกว่าฟังก์ชัน

สิ่งที่น่าสนใจคือการเล่าเรื่องว่า “ทุกชั้นของบ้านคือเพนต์เฮาส์ส่วนตัว” – โจทย์ของแบรนด์ไม่ได้มุ่งเพียงขายความสวยงามหรือขนาดพื้นที่ แต่เสนอว่า “ตัวบ้านเป็นตัวแทนของเจ้าของบ้าน” ซึ่งเป็นการใช้ Emotional Appeal ที่สอดคล้องกับแนวคิด Self-Expressive Brand Benefit

แนวทางนี้สื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการพื้นที่ส่วนตัวที่ตอบโจทย์ทั้งด้านฟังก์ชันและตัวตนที่อยากแสดงออก

  1. Visual Storytelling ผ่าน Cinematic Photo Series

หนึ่งในกลยุทธ์การสื่อสารที่โดดเด่นคือการใช้ Cinematic Photo Story – RAREST OF RARITY: Living through a Manhattan Lens ซึ่งร่วมมือกับช่างภาพชื่อดัง “คุณคิด – คณชัย เบญจรงคกุล” ถ่ายทอดเรื่องราวของพื้นที่ผ่านมุมมองศิลปะ แสง อารมณ์ และจังหวะ

วิธีการนี้คือการสร้าง Branded Content ที่ลึกกว่าการถ่ายภาพอสังหาริมทรัพย์ทั่วไป และช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของโครงการให้กลายเป็น “Art Space” ไม่ใช่แค่ Real Estate

  1. Scarcity-Based Communication & Prestige Signaling

การสร้างภาพลักษณ์ความเป็น Limited Edition ชัดเจนผ่านการกำหนดจำนวนยูนิตเพียง 9 ยูนิต และการเข้าชมแบบ “Exclusive by Appointment Only” ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดทางจิตวิทยาผู้บริโภคเรื่อง Scarcity Principle และ Luxury Signaling

สิ่งนี้ทำให้เกิดแรงจูงใจของกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ “เป็นหนึ่งในไม่กี่คน” ที่ได้ครอบครองอสังหาริมทรัพย์ที่หาไม่ได้อีก

 

  1. Heritage + Modernity: การสื่อสารรากฐานของแบรนด์

แบรนด์ บ้านกลางกรุง ไม่ใช่ชื่อใหม่ แต่เป็นแบรนด์ที่มี Heritage และเป็นหนึ่งใน Majestic Collection คือ คอลเลกชันบ้านเดี่ยวระดับ Ultra Luxury ของ AP ที่เน้นความหรูหราเหนือกาลเวลา การออกแบบที่ประณีต และการผสมผสานฟังก์ชันการใช้งานที่ลงตัวกับธรรมชาติ

การสื่อสารนี้จึงไม่ใช่แค่ “บ้านหรู” แต่คือ “การต่อยอดแบรนด์ที่มีมูลค่าทางวัฒนธรรม” ซึ่งเพิ่มระดับ Trust และ Resonance กับกลุ่มเป้าหมาย

  1. กลยุทธ์การเลือกสื่อและ Influencer ที่ตอบโจทย์ Positioning

การเลือก “คุณคิด เบญจรงคกุล” และบุคคลระดับเซเลบริตี้อีกหลายคนมาเป็นตัวแทนในการเล่าเรื่อง สะท้อนถึง Influencer Marketing แบบ High-Involvement ซึ่งเน้นความลึกทางอารมณ์มากกว่าความดังแบบแมส

แบรนด์จึงสามารถควบคุม “Mood & Tone” ของการสื่อสารให้อยู่ในระดับหรูหราและสง่างาม โดยไม่ขัดแย้งกับตัวตนของผู้ชมเป้าหมาย

 

Beyond Luxury – It’s Identity and Rarity

สิ่งที่ทำให้ บ้านกลางกรุง สาธุประดิษฐ์ 57 แตกต่างจากอสังหาฯ หรูทั่วไป คือการสื่อสารที่ไม่เน้นขายเพียง “รูปแบบ” แต่เน้นขาย “ความรู้สึกของการครอบครองสิ่งที่ไม่มีใครเหมือน” ผ่านเนื้อหา ภาพลักษณ์ และการเล่าเรื่องอย่างมีชั้นเชิง

กลยุทธ์นี้จึงเป็นต้นแบบของ “Luxury Real Estate Branding” ที่เข้าใจทั้ง “ความต้องการเชิงฟังก์ชัน” และ “แรงจูงใจเชิงอารมณ์” ของกลุ่มเป้าหมายอย่างลึกซึ้ง


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer