มีสินค้าอิเล็กทรอนิกส์กลุ่มหนึ่งที่เราต้องหันมาใส่ใจ นั่นคือสินค้าที่ราคาถูก คุณภาพแค่พอใช้ได้ และมักจะลงเอยด้วยการถูกทิ้งลงถัง ถูกซุกอยู่ในลิ้นชักห้องครัวรวมกับของจุกจิก เมนูอาหารสั่งกลับบ้าน และเทียนวันเกิด ไปจนกระทั่งทิ้งหรือหายไปก็ไม่เสียดาย
นี่คือ Fast tech ที่พบเห็นได้ทั่วไปมากขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่พัดลมมือถือขนาดเล็ก แปรงสีฟันไฟฟ้า ไปจนถึงแบตเตอรี่สำรองแบบพกพา (Power bank) และฝารองนั่งชักโครก LED ซึ่งมักจะซื้อได้ในราคาเพียงหลักร้อยบาท
Fast tech เป็นปัญหาที่กำลังขยายวง เพราะมันซ่อมแซมได้ยาก ไม่มีการรีไซเคิล และถูกทิ้งอย่างรวดเร็ว จึงกลายเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่เพิ่มขึ้นเร็วที่สุดในโลก
เฉพาะในกลุ่มประเทศสหราชอาณาจักร มีการประมาณการว่ามีการซื้ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็กเหล่านี้ (รวมถึงบุหรี่ไฟฟ้า) มากกว่า 1,140 ล้านชิ้นต่อปี และประมาณครึ่งหนึ่ง (589 ล้านชิ้น) ถูกทิ้งในช่วงเวลาเดียวกัน หมายความว่าในแต่ละวินาทีจะมีขยะเหล่านี้ 19 ชิ้น ถูกทิ้ง
สกอตต์ บัตเลอร์ หัวเรือใหญ่ของ Material Focus กลุ่มที่รณรงค์รีไซเคิลสิ่งของก่อนทิ้งให้กลายเป็นขยะ กล่าวว่าไม่ได้ต่อต้านเทคโนโลยี แต่สิ่งที่กังวลคือปริมาณของอุปกรณ์ราคาถูก คุณภาพต่ำ บอบบาง ที่กำลังท่วมตลาด ซึ่งสุดท้ายก็ถูกทิ้งหรือไม่ได้ใช้งาน และ Fast tech อาจเป็นสิ่งที่เราต้องเริ่มหันมาใส่ใจ ต่อจาก Fast food และ Fast fashion เพราะมันส่งผลกระทบต่อทั้งสิ่งแวดล้อมและชีวิตความเป็นอยู่ของเราเอง

จากการสำรวจพบว่า มากกว่าหนึ่งในสามของกลุ่มตัวอย่างชาวอังกฤษมองว่า Fast Tech เป็นของใช้แล้วทิ้ง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะราคาที่ถูก โดยบัตเลอร์กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า แม้มันดูเหมือนของใช้แล้วทิ้ง แต่อันที่จริงแล้ว สิ่งใดก็ตามที่มีปลั๊ก แบตเตอรี่ หรือสายเคเบิล ไม่ควรถูกทิ้งถังขยะเด็ดขาด เพราะของพวกนี้เต็มไปด้วยโลหะที่ยังมีประโยชน์และสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้
บัตเลอร์ย้ำถึง Fast tech ที่แห่ซื้อกันตามเทรนด์ว่าเป็นปัญหาสำคัญ โดยนั่นคือสินค้าที่ราคาถูกซึ่งซื้อมาใช้ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งของปี หรือสำหรับโอกาสพิเศษต่าง ๆ เช่น พัดลมมือถือขนาดเล็กในช่วงที่อากาศร้อนขึ้นในสหราชอาณาจักร หรือเสื้อกันหนาวคริสต์มาสแบบมีไฟประดับ
แค่เมื่อปี 2024 ปีเดียวก็มีการซื้อพัดลมมือถือขนาดเล็กประมาณ 7.1 ล้านเครื่องในสหราชอาณาจักร และมากกว่า 3.5 ล้านเครื่องถูกทิ้งหรือถูกลืมไว้ในลิ้นชักในช่วงเวลาเดียวกันนั้น
เขายังกล่าวเสริมว่า เราเพิ่งผ่านช่วงที่เจอคลื่นความร้อนกันมา มั่นใจว่ายอดขายพัดลมมือถือขนาดเล็กพุ่งสูงขึ้นในช่วงนั้น ไม่ผิดที่จะหาวิธีทำให้ตัวเองเย็นลง แต่ก็ขอแนะว่า หากต้องการสิ่งเหล่านั้น ให้ลองซื้อเวอร์ชันหรือรุ่นที่ดีที่สุด โดยแม้อาจแพงหน่อย แต่ก็จะมีโอกาสใช้งานได้นานกว่าและราคาที่แพงก็เตือนไม่ให้ไปลืมทิ้งไว้ที่ไหน
ด้านลอร่า ยัง นักวิทยาศาสตร์และนักรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมกล่าวว่า Fast tech เป็นภัยคุกคามสิ่งแวดล้อมรูปแบบใหม่ โดยไม่ใช่แค่เพราะสารเคมีที่เป็นพิษที่อาจมีอยู่ในหลาย ๆ ชิ้น แต่เป็นเพราะปริมาณมหาศาลและการถูกทิ้งอย่างรวดเร็ว
แม้ว่าปริมาณของ Fast tech ในตลาดไม่น่าจะลดลงในเร็ว ๆ นี้ แต่บัตเลอร์กล่าวว่า สิ่งสำคัญคือการเปลี่ยนวิธีคิดของเราเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยท้ายที่สุดแล้ว สิ่งเหล่านี้ถูกขายเพราะผู้คนซื้อ หากผู้คนไม่ซื้อ มันก็จะไม่วางขายในตลาด
ทั้งบัตเลอร์และ ยัง กล่าวทิ้งท้ายไปในทิศทางเดียวกันว่า การแก้ปัญหา Fast tech ต้องเริ่มจากความใส่ใจ ทั้งไม่ซื้อโดยไม่จำเป็น เก็บรักษาให้ดี หากพอซ่อมแล้วใช้ต่อได้ก็ควรทำ ส่วนถ้าจะทิ้งก็ควรแยกในถังรีไซเคิล / theguardain
