นมตรามะลิ ความสำเร็จที่เกิดจากความไว้วางใจ เข้าใจ และโฟกัสที่ความต้องการของลูกค้าตัวจริง

ถ้า “นมข้นหวาน” ต้องคิดถึง “นมตรามะลิ”… แบรนด์ที่ผู้บริโภคไทยทั้งรู้จัก และไว้วางใจมาอย่างยาวนานกว่า 61 ปี และในปีนี้ นมตรามะลิ ยังคงตอกย้ำความแข็งแกร่ง ด้วยการคว้ารางวัล Marketeer No.1 Brand Thailand ในหมวดนมข้นหวาน มาครองได้สำเร็จอีกครั้ง…

รางวัลที่ไม่ได้มาจากแค่ยอดขายหรือเสียงในโซเชียล แต่เกิดจากผลสำรวจความรู้สึกของผู้บริโภคตัวจริงกว่า 6,500 คนทั่วประเทศ ที่พร้อมใจกันโหวตให้มะลิเป็นแบรนด์ที่ดวงใจ

แน่นอนว่าการเป็นเบอร์ 1 ในใจผู้บริโภค ในยุคที่ทั้งการแข่งขัน เทรนด์ใหม่ๆ ถาโถมจนทำให้โลกและตลาดเปลี่ยนแปลงเร็วจนอาจก้าวไม่ทัน แบรนด์อย่างตรามะลิยังคงยืนหยัดและแข็งแกร่งในตลาดได้อย่างไรและอะไรคือเบื้องหลังความสำเร็จนี้

Marketeer ชวนไปคุยกับคุณสุดถนอม กรรณสูต กรรมการบริษัท อุตสาหกรรมนมไทย จำกัด ที่จะมาเผยมุมมองและกลยุทธ์ที่ทำให้นมตรามะลิไม่เพียงแต่รักษาความเป็นผู้นำตลาด แต่ยังสามารถเสริมสร้างความแข็งแกร่งของแบรนด์ในยุคที่ผู้บริโภคมีทางเลือกมากมายแบบนี้…

โฟกัสไปที่ “ลูกค้าตัวจริง” และเติบโตไปพร้อมกัน

ในขณะที่ภาพรวมของตลาดนมข้นหวานในประเทศไทยมีมูลค่ารวมกว่า 7,000 ล้านบาท เติบโตราว 2-3% ในทุกๆ ปี จากการมีฐานลูกค้าที่แข็งแกร่งทั้งในฝั่งของลูกค้าที่เป็นผู้บริโภคเอง รวมถึงผู้ประกอบการร้านค้าค่าเฟ่ต่างๆ ที่ใช้เป็นส่วนประกอบในเมนู

คุณสุดถนอมมองว่า ทุกวันความต้องการผู้บริโภครวมถึงการแข่งขันในตลาดนั้นมีความเปลี่ยนแปลงเร็วมาก โดยเฉพาะจากภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนส่งผลต่อพฤติกรรมผู้บริโภคโดยตรงระมัดระวังการจับจ่ายมากขึ้น เน้นเรื่องความคุ้มค่ามาก่อน

มะลิจึงใช้มุมมองแบบ ‘มองวิกฤตให้เป็นโอกาส’ และเลือกโฟกัสไปยัง ‘ผู้ใช้จริง’ แทนการสื่อสารแบบวงกว้างแบบเดิมๆ

“ตรามะลิเรามีสินค้าสำหรับทุกคนก็จริง แต่เวลานี้ต้องโฟกัสมากขึ้นและสื่อสารกับคนที่ใช้จริง ใช้บ่อย และสินค้าของเรามีผลต่อธุรกิจเขาอย่างเข้มข้นมากขึ้นกว่าเดิม เพื่อรักษาลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจกับสินค้าเราอย่างต่อเนื่อง”

อย่างเช่นการวางตัวเองให้เป็นมากกว่าแค่สินค้าที่ขายให้ลูกค้าและจบไป แต่ยังมองถึงการให้มะลิให้กลายเป็น พาร์ทเนอร์ธุรกิจของผู้ประกอบการขนาดเล็ก เปิด “คอร์สสร้างสูตรขายดี” เพื่อเป็นทั้งไอเดียและเติมโอกาสสร้างรายได้ให้กับพ่อค้าแม่ค้าและคาเฟ่ต่างมากขึ้น รวมถึงยังมีแคมเปญต่างๆ ช่วยร้านเล็กให้โตได้จริงในสภาวะเศรฐกิจเช่นนี้”

 

“เรายังต้องรับฟังความต้องการจากตลาดและผู้บริโภคอย่างมีระบบ และแปลงข้อมูลเชิงลึกมาเป็นกลยุทธ์ที่จับต้องได้”

เป็นอีกหนึ่งคีย์สำคัญที่ทำให้เปิดตัวสินค้าที่เป็นไฮไลท์อย่าง “มะลิโกลด์ โฉมใหม่” ที่จับ Pain Point ผู้ประกอบการที่ต้องการเติมความหอม มัน ให้กับเครื่องดื่ม คุมต้นทุนได้รวมถึงมีขนาดเหมาะกับงานหน้าบาร์ และมะลิโกลด์ โฉมใหม่ มีทั้งสูตรข้นหวานพร่องไขมัน ข้นจืด และทางเลือก “สูตรผสมนมสด” สำหรับโทนรสนุ่มแบบโฮมคาเฟ่ เข้าสู่ตลาดเพื่อเป็นตัวเลือกให้ผู้ประกอบการมากขึ้น

อีกทั้งยังโปรโมชันต่างๆ และการจับมือกับแพลตฟอร์มทรงพลัง เช่น Wongnai, Shopee, และบริการเดลิเวอรี เพื่อให้ร้านที่ใช้สินค้าของตรามะลิมียอดขายที่เติบโต พร้อมๆ กับดึงดูดให้บริโภคสนใจในการนำผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างต่อยอดเมนูต่างๆ ได้เองอีกด้วย

ในปีนี้และปีหน้า ตรามะลิ ยังวางแผนสร้าง Loyalty Ecosystem เพื่อให้แบรนด์กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของผู้บริโภค ให้แบรนด์มะลิอยู่กับลูกค้าทุกวัน แบบไม่ต้องโฆษณาก็คิดถึง

ส่วนการปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว คุณสุดถนอม มองว่า

“การเปลี่ยนไม่ใช่แค่การปรับตัวภายนอก แต่เป็นเรื่องของวิธีคิดของทั้งองค์กร” เพราะนี่คือหัวใจของการเปลี่ยนผ่านที่แท้จริง โดย มะลิ จะใช้ข้อมูลจริงจากตลาดเป็นตัวตั้ง ทดลอง-วัดผล-เรียนรู้ และพร้อมปรับกลยุทธ์ได้ตลอดเวลาต้องเป็นองค์กรที่มีความยืดหยุ่นสูง

“ที่เราต้องปรับตัวเร็วไม่ใช่เพื่อวิ่งตามเทรนด์ แต่เพื่อให้แบรนด์ยังคงเกี่ยวข้องเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต และมีความหมายต่อผู้บริโภค ไม่ใช่แค่สื่อสารให้ทันท่วงที แต่แบรนด์ต้องเข้าไปอยู่ในชีวิตของเขา หรือเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจได้ รวมถึงยังต้องฟังลูกค้าให้ลึกแล้วเปลี่ยนอินไซต์ตรงนั้นมาเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญในกลยุทธ์การตลาดแบบจับต้องได้…”

คุณสุดถนอมยังวางโพสิชั่นนิ่งของแบรนด์ไว้ว่า… เรายังอยากให้คนรู้สึกว่า มะลิ ไม่ใช่แค่แบรนด์ที่เคยอยู่ในครัว แต่คือแบรนด์ที่เข้าใจโลกใหม่ เข้าใจความต้องการของคนรุ่นใหม่ และพร้อมเดินไปด้วยกันกับเขาในทุกบทบาท ทั้งพ่อค้า แม่ค้า คนทำขนม คนทำอาชีพ และคนทำกับข้าวให้ครอบครัว ความรู้สึกคือ ‘ไว้ใจได้เสมอ

และการคว้ารางวัล No.1 Brand Thailand นั้นไม่ใช่แค่ความสำเร็จ แต่คือเครื่องพิสูจน์ว่า กลยุทธ์ที่ นมตรามะลิ วางไว้บนฐานของคุณภาพ ความไว้วางใจ และความเข้าใจผู้บริโภคนั้นถูกทางและส่งผลจริง เราไม่ได้แค่ดีในสายตาตลาดแต่ดีในใจผู้บริโภค และนั่นคือรางวัลที่ยิ่งใหญ่กว่าสิ่งใด

จึงอยากอยากขอบคุณลูกค้าทุกคนจากใจจริง ความเชื่อมั่นของคุณทำให้เรากล้าที่จะลงทุน พัฒนา และยืนหยัดในสิ่งที่เราทำมาตลอดหลายสิบปี ขอบคุณที่เลือกมะลิเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต และสัญญาว่า มะลิจะไม่หยุดพัฒนา เพื่อเป็นแบรนด์ที่คุณภูมิใจได้เสมอ ไม่ว่าคุณจะอยู่ในบทบาทไหน….

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer