สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA เผยผลงานปี 2568 พร้อมเปิดวิสัยทัศน์สำหรับปี 2569 มุ่งสร้าง ‘Digital Trust’ ยกระดับความเชื่อมั่นในธุรกรรมออนไลน์และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางภูมิภาคในด้านเทคโนโลยีดิจิทัล โดยได้ประกาศแผนงานสำคัญ 3 ด้าน ทั้งการเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การขับเคลื่อน AI และการกำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัล ซึ่งจะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลที่ปลอดภัยและน่าเชื่อถือ
ดร. ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการ ETDA กล่าวว่า ตลอด 15 ปีที่ผ่านมา ETDA มุ่งมั่นสร้างความมั่นคงปลอดภัยและความน่าเชื่อถือให้กับธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศ โดยมีเป้าหมายหลักคือการเพิ่มสัดส่วนมูลค่าเศรษฐกิจดิจิทัลต่อ GDP ให้เป็น 30% และติด 30 อันดับแรกของโลกด้านความสามารถในการแข่งขันทางดิจิทัลภายในปี 2570 ซึ่งสะท้อนถึงบทบาทของ ETDA ในฐานะ ‘Co-Creation Regulator & Facilitator’ ที่กำกับดูแลและส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านสู่โลกดิจิทัลอย่างมั่นใจ
สำหรับการดำเนินงานในปี 2568 ที่ผ่านมา ETDA ได้สร้างผลงานที่โดดเด่นหลายด้าน เริ่มจากการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลผ่าน Digital ID Framework ทำให้เกิดการเชื่อมโยงบริการออนไลน์ที่ปลอดภัยและไร้รอยต่อ โดยปัจจุบันมีผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาตแล้ว 26 ราย และมีผู้ใช้งานกว่า 151.1 ล้านบัญชี
นอกจากนี้ ยังได้มีการยกระดับความเชื่อมั่นในบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลด้วยการออกประกาศ 4 ฉบับที่มุ่งคุ้มครองผู้ใช้งานและสร้าง Ecosystem ที่ปลอดภัย พร้อมเปิด “ศูนย์ช่วยเหลือและจัดการปัญหาออนไลน์ หรือ 1212 ETDA” ซึ่งตั้งแต่เดือนตุลาคม 2567 ถึงกรกฎาคม 2568 ได้รับเรื่องร้องเรียนแล้วกว่า 33,181 เรื่อง
ด้าน AI Governance ETDA ได้จัดตั้ง AIGC (AI Governance Center) เพื่อพัฒนาแนวทางและเครื่องมือที่ส่งเสริมการใช้ AI อย่างมีจริยธรรมและธรรมาภิบาล พร้อมให้คำปรึกษาแก่หน่วยงานภาครัฐและเอกชนกว่า 20 องค์กร โดยมีการสร้างความตระหนักรู้ด้านการใช้ AI ให้แก่ประชาชนกว่า 29,550 คน และพัฒนา AI Governance Testing เพื่อตรวจสอบและประเมินการทำงานของระบบ AI ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล
โดยประเทศไทยยังได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพจัด UNESCO Global Forum on AI Ethics 2025 ซึ่งเป็นครั้งแรกของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และเป็นก้าวสำคัญสู่การจัดตั้ง AIGPC (AI Governance Practice Center) เพื่อผลักดันไทยให้เป็นศูนย์กลางด้านธรรมาภิบาล AI ระดับภูมิภาค
พร้อมกันนี้ ETDA ยังได้สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของภาคธุรกิจและชุมชนผ่านโครงการต่าง ๆ ทั้งการจัดทำ SMEs Digital Transformation Maturity Index และการขยายโมเดล SME Growth ไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ซึ่งช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 639 ล้านบาท
ทั้งยังมีการพัฒนาทักษะดิจิทัลให้แก่บุคลากรภาครัฐและเอกชนกว่า 7,181 คน ผ่านสถาบัน ADTE และสร้างเครือข่ายโค้ชดิจิทัลในชุมชนผ่านโครงการ ELDC ซึ่งช่วยยกระดับทักษะและสร้างรายได้ให้ชุมชนกว่า 854 แห่งทั่วประเทศ รวมถึงโครงการ EDC (ETDA Digital Citizen) ที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันภัยออนไลน์ให้แก่ประชาชนและกลุ่มเปราะบางกว่า 116,752 คนในระยะเวลา 4 ปี
สำหรับปี 2569 ETDA ตั้งเป้าขับเคลื่อน 3 เรื่องใหญ่ ได้แก่ 1) การเสริมความเชื่อมั่นใน Digital Infrastructure และ Ecosystem ซึ่งจะเน้นการเชื่อมโยง Digital ID กับ e-Service ภาครัฐและเอกชนกว่า 1,464 บริการ รวมถึงการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับ e-Document และการส่งเสริมการใช้ Cloud อย่างมีมาตรฐาน 2) การเร่งเครื่อง AI เพื่อเสริมศักยภาพไทย โดยจะตั้งศูนย์ AIGPC อย่างเป็นทางการ พร้อมพัฒนา AI Governance Framework และส่งเสริมให้ SMEs และชุมชนนำเทคโนโลยี AI ไปใช้เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และ 3) การขยายกลไกการร่วมกำกับดูแล Digital Platform Services เพื่อให้บริการมีความน่าเชื่อถือในทุกคลิก โดยจะมีการพัฒนามาตรฐานและมาตรการจูงใจให้แพลตฟอร์มปฏิบัติตามกฎหมาย DPS ควบคู่ไปกับการบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ดร. ชัยชนะ กล่าวว่า “ความไว้วางใจ” คือรากฐานสำคัญของอนาคตดิจิทัล และ ETDA ไม่เพียงแต่ทำหน้าที่กำกับและส่งเสริมเท่านั้น แต่จะร่วมสร้าง Digital Trust เคียงข้างทุกภาคส่วน
