Café Amazon จากจุดแวะพักริมถนน สู่แบรนด์กาแฟสัญชาติไทยที่กำลังขับเคลื่อนองค์กรระดับหลายแสนล้านบาท
ผลการดำเนินงานบมจ.ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก (OR)ในช่วง 9 เดือนของปี 2568 ไตรมาส 3/2568 ระบุว่า
Café Amazon มียอดขายรวมกว่า 109 ล้านแก้ว เพิ่มขึ้น 11.2% จากปีก่อน และ 2 ล้านแก้วจากไตรมาสก่อนหน้า จากเครือข่ายกว่า 4,613 สาขา ทั้งในและต่างประเทศ
สะท้อนพลังของแบรนด์ไทยที่ขยายตัวได้ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว
แม้รายได้รวมของ OR ในช่วง 9 เดือนแรกปี 2568 จะอยู่ที่ 503,188 ล้านบาท ลดลง 6.5% จากปีก่อนตามราคาน้ำมันโลกที่ปรับลดลงและปริมาณจำหน่ายที่ลดลงเช่นเดียวกัน
แต่กำไรสุทธิกลับ พุ่งเกือบเท่าตัว (+98.4%) เป็น 9,226 ล้านบาท
ในขณะที่กำไรของธุรกิจน้ำมันทรงตัว แต่ธุรกิจไลฟ์สไตล์ของ OR กลับเร่งเครื่องต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งเติบโต 5.2% จากปีก่อน
โดยมี Café Amazon ที่เป็นหัวจักรสำคัญของกลุ่ม Non-Oil
ธุรกิจ Non-Oil ของ OR ยังต่อยอดด้วยแบรนด์เครื่องดื่มอื่น เช่น Pearly Tea และ Pacamara Coffee Roasters ร้านค้าปลีกอื่น ๆ เช่น ร้านสะดวกซื้อภายใต้แบรนด์ 7-Eleven และ จิฟฟี่ 2,347 สาขา
รวมถึงร้านค้าด้านสุขภาพและความงาม found & found ซึ่งเริ่มขยายจาก 12 สาขาเป็น 50 สาขาภายในปี 2569
นอกจากนี้ OR ยังเดินหน้าผลักดันกลยุทธ์ดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม ล่าสุดได้ยกระดับแอปพลิเคชัน “blueplus+” โฉมใหม่ ที่รวมบริการไว้ครบในที่เดียว เช่น Café Amazon Rewards ตรวจสอบราคาน้ำมัน ค้นหาสถานี และซื้อคูปองส่วนลดได้ทันที ปจนถึง blueplus+ wallet รองรับการชำระเงินแบบไร้เงินสด
ควบคู่กับการเดินหน้า ลงทุนใน EV Station PluZ กว่า 1,300 แห่งทั่วประเทศ รองรับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด และการคว้ารางวัล Climate Action Excellence ตอกย้ำการเติบโตบนแนวทางยั่งยืน
วันนี้ “น้ำมัน” ยังคงเป็นรายได้หลักของ OR คิดเป็นกว่า 80–85% ของทั้งบริษัท แต่เป็น รายได้ก้อนใหญ่ที่ผันผวนตามราคาน้ำมันโลก
ขณะที่ธุรกิจ Non-Oil แม้มีสัดส่วนเพียง 15–20% แต่สร้างอัตรากำไรสูงกว่าและเติบโตต่อเนื่อง
ส่งผลให้ OR มีโครงสร้างรายได้ที่มั่นคงขึ้น กว่าช่วงเวลาที่ต้องพึ่งพาน้ำมันเพียงอย่างเดียว
