13 มกราคม – วันสติกเกอร์ (National Sticker Day) หากพูดถึงของขวัญ ของสะสมในวัยเยาว์ หรือไอเทมชิ้นเล็ก ๆ ที่อยู่คู่กับสินค้าหลากชนิด สติกเกอร์ อาจเป็นหนึ่งในสิ่งแรก ๆ ที่หลายคนนึกถึง
แต่รู้หรือไม่ว่าวันที่ 13 มกราคมของทุกปี คือ วันสติกเกอร์แห่งชาติ (National Sticker Day) ซึ่งจัดขึ้นเพื่อรำลึกถึงวันเกิดของ R. Stanton Avery (เรย์ สแตนตัน เอเวอรี) นักประดิษฐ์ชาวอเมริกันผู้บุกเบิกการคิดค้นสติกเกอร์แบบกาวในช่วงปี ค.ศ. 1935 โดยเขาเกิดเมื่อวันที่ 13 มกราคม ปี ค.ศ. 1907
หากมองในมุมของนักการตลาด การใช้ ‘สติกเกอร์’ อาจไม่ใช่เพียงการทำของแถมธรรมดา แต่คือการสร้างคำมั่นสัญญากับผู้บริโภคที่จะนำไปสู่ความภักดีต่อแบรนด์ และเกิดการโฆษณาเคลื่อนที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยหากถอดเป็นฮาวทูการทำแคมเปญในช่วง National Sticker Day
1. เข้าใจ ‘พลังของสติกเกอร์’ ในมุมผู้บริโภค
สติกเกอร์ไม่ได้เป็นเพียงฉลากสินค้า แต่คือ ‘สัญลักษณ์แห่งรสนิยม’ และการแสดงออกถึงตัวตน ในยุคที่คนเบื่อโฆษณาแบบขายของชัดเจน สติกเกอร์ที่ออกแบบมาอย่างสวยงามหรือมีข้อความที่โดนใจจะถูกมองว่าเป็น ‘ของขวัญ’ หรือ ‘ของสะสม’ นักการตลาดต้องตีความให้กว้างกว่าแค่การแปะโลโก้ แต่ต้องสร้างงานออกแบบที่ลูกค้าอยากนำไปติดไว้บนของใช้ส่วนตัว เช่น โน้ตบุ๊ก, แก้วน้ำ, เคสมือถือ
2. กำหนดอินไซต์และสร้างความเอ็กซ์คลูซีฟ
ก่อนสร้างแคมเปญ ควรสำรวจว่ากลุ่มเป้าหมายของเราว่าชอบ ‘สะสม’ อะไร ลองใช้โอกาสนี้เปิดตัวสติกเกอร์คอลเลกชันพิเศษที่ออกแบบร่วมกับศิลปินหรืออินฟลูเอนเซอร์ โดยมีเงื่อนไขว่าแจกเฉพาะช่วงวันสติกเกอร์เท่านั้น ความเอ็กซ์คลูซีฟจะช่วยกระตุ้นความต้องการมีส่วนร่วมกับผู้บริโภคผ่านกิจกรรมต่าง ๆ และสร้างความรู้สึกดี ๆ ที่มีต่อแบรนด์ได้เป็นอย่างดี
3. สร้างคอนเซปต์ ‘พูดแทนใจ’ ผ่าน Storytelling
คีย์เวิร์ด ‘วันสติกเกอร์’ เปิดโอกาสให้นักการตลาดสร้างแคมเปญเล่าเรื่องได้หลากหลาย
ตัวอย่างเช่น
– แบรนด์ไลฟ์สไตล์: แคมเปญ ‘Sticker of My Life’ ให้ลูกค้าร่วมแชร์สติกเกอร์ที่สะท้อนตัวตน
– แบรนด์สายมูเตลู: สติกเกอร์ที่ส่งเสริมการสร้างไวรัล เกิดกระแสให้คนอยากมีไว้ครอบครอง
– แบรนด์กลุ่มเทคโนโลยี: นำเสนอ Digital Sticker เพื่อเป็นตัวแทนสื่อสารความรู้สึกของผู้ใช้ ทำให้แบรนด์กลายเป็นส่วนหนึ่งของบทสนทนาในชีวิตประจำวัน
4. Physical Sticker และ Digital Sticker
เปลี่ยนสติกเกอร์แผ่นแปะให้เป็นประตูไปสู่โลกดิจิทัลผ่านนำเสนอ Digital Stickers เพิ่มเติม อย่างการจัดกิจกรรม Sticker Challenge บนโซเชียลมีเดีย กระตุ้นให้ลูกค้าถ่ายรูปไอเทมที่แปะสติกเกอร์ของแบรนด์เพื่อแลกรางวัลหรือรับชุดสติกเกอร์ในรูปแบบดิจิทัล ซึ่งยังเป็นการส่งเสริมให้ลูกค้าสร้างคอนเทนต์ขึ้นเองจากประสบการณ์จริง เกิดความน่าเชื่อถือ และโน้มน้าวใจผู้บริโภครายอื่นได้มีประสิทธิภาพกว่าโฆษณาทั่วไป
5. เชื่อมโยงกับคุณค่าและจุดยืนของแบรนด์
แคมเปญจะทำงานได้ดีเมื่อสติกเกอร์นั้นสะท้อนตำแหน่งของแบรนด์ชัดเจน ไม่ใช่แค่มีโลโก้แบรนด์ใหญ่ ๆ แต่ต้องเป็นสติกเกอร์ที่พูดแทนความรู้สึกของลูกค้าได้ สะท้อนไลฟ์สไตล์ของกลุ่มเป้าหมาย เช่น สายแคมป์ปิ้ง, สายเกมเมอร์, สายออฟฟิศ การมุ่งเน้นที่คุณค่าทางอารมณ์มากกว่าการขาย จะทำให้ลูกค้าอนุญาตให้แบรนด์เข้าไปอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวของพวกเขาด้วยความเต็มใจ
