ยังไม่ทันจะพ้นไตรมาสแรกของปี 2026 สื่อสารมวลชนก็ต้องมารายงานข่าวสะเทือนวงการตัวเองที่สะท้อนถึงทั้งความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ผลเสียของการเชื่อมโยงกับการเมือง และการเปลี่ยนจุดยืนจนบรรดาผู้สนับสนุนรับไม่ได้

The Washington Post หนังสือพิมพ์เก่าแก่ของสหรัฐฯ ประกาศปลดพนักงาน 400 คน คิดเป็น 1 ใน 3 ของทั้งหมดองค์กร ถือว่ามากสุดเท่าที่เคยปลดมา โดยมีที่มาจาก 2 ปัจจัยหลัก
ปัจจัยแรกคือ การที่ เจฟฟ์ เบซอส มหาเศรษฐีอันดับต้นๆ ของโลกที่ถือเป็นเจ้าของคนปัจจุบัน “สั่ง” ไม่ให้สนับสนุน กมาลา แฮร์ริส ผู้สมัครชิงประธาธิบดีจากพรรคเดโมแครตในการเลือกตั้งปี 2024
แม้ทำให้หนังสือพิมพ์เป็นกลางทางการเมือง แต่ก็ผิดธรรมเนียมปฏิบัติ เพราะนี่คือสื่อที่สนับสนุนพรรคเดโมแครตมาอย่างยาวนาน ทำให้มีการวิเคราะห์ว่าเป็นการย้ายข้างหันไปสนับสนุนประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ จากพรรครีพับพลิกันตามสั่งของ เจฟฟ์ เบซอส นั่นเอง
ท่าทีดังกล่าวสร้างความไม่พอใจผู้อ่านกลุ่มที่เป็นสมาชิก ซึ่งส่วนใหญ่จะสนับสนุนพรรคเดโมแครตอย่างมาก จน 250,000 คนเลิกเป็นสมาชิก และนักข่าวจำนวนไม่น้อยประท้วงด้วยการลาออกไป ซึ่งส่งผลต่อเนื่องให้ตัวองค์กรขาดทุนถึง 100 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 3,125 ล้านบาท)
ส่วนอีกปัจจัยหนึ่ง มาจากการที่ ทั้ง เจฟฟ์ เบซอส ทีมบริหารและทีมบรรณาธิการเห็นว่า ควรนำเอไอมาใช้มากขึ้น หลังยอดเข้าชมเว็บไซต์ลดลงกว่าครึ่งเพราะคนหันไปใช้เอไอค้นหาข้อมูลแทน
ดังนั้นทางแก้คือการยุบแผนกข่าวกีฬาและข่าวต่างประเทศที่ใช้ต้นทุนสูง แล้วหันไปเน้นเนื้อหาการเมืองและความมั่นคงที่ “ผลิตซ้ำได้ง่าย” และใช้เอไอเข้ามาช่วยจัดการมากขึ้น
ยังมีตัวเลขสำคัญที่ชี้ว่าต่อไปนี้องค์กรใต้ชายคา Amazon ของ เจฟฟ์ เบซอส จะใช้เอไอแทนคนมากขึั้น โดยเขาประกาศว่าในปี 2026 จะทุ่มเงินถึง 213,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 6.6 ล้านล้านบาท) เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีด้านนี้
ขาลงของ The Washington Post สวนทางกับขาขึ้นของคู่แข่งอย่าง The New York Times ที่ปัจจุบันไม่ได้เน้นขายข่าวอย่างเดียว แต่หันไปขายแบบ “แพ็คเกจ” ที่มีทั้งข่าว คลิป พอดแคส ปริศนาอักษรไขว้ (Wordle) สูตรอาหารที่คัดสรรมาอย่างดีพร้อมเครื่องมือช่วยทำอาหาร และเว็บไซต์แนะนำสินค้าที่ช่วยให้คนตัดสินใจซื้อของได้ง่ายขึ้น
วิธีนี้ทำให้ ผู้อ่านจ่ายเงินครั้งเดียวแต่ได้ทั้ง ข่าว, เกม, และสูตรอาหาร พวกเขาจะรู้สึกว่า “คุ้มค่า” และยกเลิกสมาชิกได้ยากกว่าการติดตามข่าวเพียงอย่างเดียว ส่งผลให้จำนวนสมาชิกรายเดือนในออนไลน์เพิ่มต่อเนื่อง จนเมื่อไตรมาสสุดท้ายปี 2025 เพิ่มมาอีก 450,000 คน
สำหรับ The Washington Post ถือเป็นสื่อเก่าแก่ของสหรัฐฯ ก่อตั้งเมื่อปี 1877 โดย สติลสัน ฮัสชิน นักข่าวที่พัฒนาตนเองจนเป็นบรรณาธิการ อย่างไร ต่อมาในปี 1933 The Washington Post ต้องล้มละลายแต่ก็ฟื้นได้หลัง ยูจีน เมเยอร์ ประธานธนาคารโลกคนแรกเข้ามาซื้อกิจการ
ข้ามมาปี 1974 ดังไปทั่วโลกจากกรณี Watergate เปิดโปงการโกงการเลือกตั้ง เป็นต้นเหตุให้ประธานาธิบดี ริชาร์ด นิกสัน ต้องลาออกไป

ทว่าในปี 2013 The Washington Post เจอ Digital Disruption จนแพ้สื่อออนไลน์อย่างราบคาบ นำไปสู่การขายกิจการให้ เจฟฟ์ เบซอส ผ่านดีล 250 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 7,800 ล้านบาท) โดยต่อมาไม่นานก็ฟื้น หลังจับมือกับ Google ปรับให้นักข่าวโพสต์งานก่อนเส้นตาย และได้ “คนข่าว” ฝีมือดีหลายคนมาบริหาร
แต่การเข้ามาของเอไอ และ “ใบสั่ง” ของ เจฟฟ์ เบซอส ที่สะท้อนว่า The Washington Post ย้ายข้างทางเมืองเสียแล้ว ทำให้ในปี 2026 องค์กรสื่ออายุ 149 ปีแห่งนี้ เผชิญวิกฤตใหญ่อีกครั้ง จนต้องมาจับตาดูว่าจะฟื้นกลับขึ้นมาได้อย่างไร / bbc
