ในดินแดนที่เทคโนโลยีล้ำสมัยและเศรษฐกิจเติบโตอย่างก้าวกระโดดอย่างเกาหลีใต้ หลายคนอาจคาดไม่ถึงว่า “ร่างทรง” หรือที่เรียกในภาษาเกาหลีว่า “มูดัง” ยังคงมีอิทธิพลอย่างสูงและหยั่งรากลึกอยู่ในทุกชนชั้นของสังคม 

นี่เป็นการสะท้อนว่าท่ามกลางตึกระฟ้าและนวัตกรรมเอไอ ความเชื่อดั้งเดิมอย่างการเข้าทรงเกาหลี (K-Shamanism) ที่มีมานานนับพันปีกลับไม่ได้เลือนหายไป แต่กลับปรับตัวและเบ่งบานในรูปแบบใหม่เพื่อตอบโจทย์ความสับสนทางจิตใจของผู้คนในยุคที่การแข่งขันสูงลิบลิ่ว 

มาในปี 2026 เหล่ามูดังถูกจับตามองมากยิ่งขึ้น หลังหลายคนได้มีโอกาสเข้าไปแข่งขันในรายการ Battle of Fates ร่วมกับเหล่าผู้ที่ใช้ศาสตร์ด้านการทำนาย และในจำนวนนี้หลายคนได้ผ่านรอบแรกไปแล้ว 

จู ซันอี หญิงวัย 68 ปี เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของความสัมพันธ์ระหว่างคนเกาหลีใต้กับมูดัง โดยในช่วงปี 2011 ขณะที่เธอเผชิญกับคดีความจากการหย่าร้างที่แสนขมขื่น เธอเลือกหันหน้าเข้าหา คิม จองฮี มูดังผู้บอกความจริงที่เธอไม่อยากฟังว่า “เทพเจ้าลิขิตให้เธอต้องสูญเสียทุกอย่าง” 

แม้จูจะพยายามฝืนโชคชะตาด้วยการทุ่มเงินกว่า 80 ล้านวอน (ประมาณ 2 ล้านบาท) ให้ร่างทรงอีกคนทำพิธี “กุตก์” เพื่อหวังปาฏิหาริย์ แต่สุดท้ายคำทำนายแรกก็เป็นจริง เธอสูญเสียทรัพย์สินทั้งหมด 

อย่างไรก็ตาม ในคำทำนายนั้นยังมีความหวังแฝงอยู่ เพราะหลังจากผ่านมรสุมไป 5 ปี เธอก็สามารถสร้างตัวใหม่จนซื้อบ้านให้ตัวเองและลูกๆ ได้สำเร็จ ความเชื่อในร่างทรงจึงไม่ใช่แค่การรู้อนาคต แต่คือการหาจุดยึดเหนี่ยวในวันที่ชีวิตมาถึงทางตัน 

ปัจจุบันกลุ่มลูกค้าของมูดังไม่ได้จำกัดอยู่แค่แม่บ้านที่กังวลเรื่องครอบครัวอีกต่อไป แต่ขยายวงกว้างไปสู่ระดับผู้นำประเทศและคนดังในแวดวงบันเทิง 

มีรายงานว่าอดีตประธานาธิบดี ยุน ซอกยอล เคยปรึกษาร่างทรงในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง หรือกรณีอื้อฉาวของ มิน ฮีจิน ผู้บริหารค่ายเพลง ADOR ที่ถูกกล่าวหาว่าใช้ร่างทรงช่วยตัดสินใจทางธุรกิจ รวมถึงการทำพิธีแช่งคู่แข่ง 

ปรากฏการณ์เหล่านี้เป็นการยืนยันว่า ยิ่งมีความรับผิดชอบสูงและความเสี่ยงมากเท่าไหร่ มนุษย์ก็ยิ่งต้องการ “คำยืนยัน” จากอำนาจเหนือธรรมชาติมากขึ้นเท่านั้น 

ความน่าสนใจอยู่ที่ “จำนวน” ของมูดังที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลจากสถาบันวัฒนธรรมและท่องเที่ยวเกาหลีระบุว่า ในปี 2013 มีร่างทรงประมาณ 400,000 คน แต่สถิติปัจจุบันคาดการณ์ว่าจำนวนร่างทรง รวมไปถึงหมอดูประเภทต่างๆ (เช่น ไพ่ยิปซี) อาจมีรวมกันสูงถึง 1 ล้านคนทั่วประเทศ ซึ่งนับว่าเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวในรอบทศวรรษ 

สะท้อนให้เห็นว่ายิ่งสังคมเกาหลีใต้ขับเคลื่อนด้วยความกดดันมากเท่าไหร่ อาชีพ “ผู้ทำนายอนาคต” ไม่ว่าจากศาสตร์ไหน ก็ยิ่งเป็นที่ต้องการมากขึ้นเท่านั้น 

ความเปลี่ยนแปลงอีกอย่างที่เห็นได้ชัดที่สุดคือการปรับตัวเป็นทุนนิยมของมูดัง โดยจากเดิมที่เป็นพิธีกรรมร่วมกันของหมู่บ้านเพื่อขอให้พืชผลอุดมสมบูรณ์ ปัจจุบันได้กลายเป็นบริการแบบตัวต่อตัวที่เน้นความสำเร็จทางธุรกิจและการพยากรณ์ความผันผวนของตลาดหุ้น

มูดังยุคใหม่เริ่มใช้เทคโนโลยีในการรับจองคิวผ่านข้อความ และเปิดช่อง YouTube เพื่อสร้างฐานแฟนคลับ แม้กระทั่งกลุ่มที่ในอดีตแทบไม่มีที่ยืนในสังคมอย่างกลุ่มความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ+) หรือเฟมินิสต์ ก็มีมูดังจากกลุ่มของตัวเองแล้ว 

ความนิยมเรื่องการไปขอคำปรึกษากับมูดัง ยังช่วยให้ศาสตร์อีกอย่างที่ชาวเกาหลีใต้เชื่อว่าสามารถทำนายโชคชะตาได้อย่างหมอดูแขนงต่างๆ เติบโตขึ้น โดยรายงานจากสื่อเกาหลีใต้ระบุว่า ช่วงไม่กี่ปีมานี้โซน นนฮยอน ในย่านกังนัมของกรุงโซลกำลังสร้างชื่อในฐานะแถบที่เป็นศูนย์รวมหมอดู 

อย่างไรก็ตาม เหรียญย่อมมีสองด้านเสมอ เมื่อความเชื่อกลายเป็นธุรกิจมูลค่ามหาศาล ช่องว่างของการฉ้อโกงจึงเกิดขึ้น โดยมีคดีความมากกว่า 1,000 คดีที่เกี่ยวข้องกับมูดัง และส่วนใหญ่เป็นข้อหาหลอกลวงเงินค่าทำพิธีที่ไม่ได้ผล หรือการกดดันให้ลูกศิษย์หน้าใหม่ยอมเสียเงินจำนวนมากเพื่อทำพิธีรับขันธ์ด้วยการอ้างว่าถูก “เทพเจ้าเลือก” 

นอกจากนี้ ความเปราะบางทางจิตใจของลูกค้ากลายเป็นช่องทางให้ร่างทรงที่ขาดจริยธรรมตักตวงผลประโยชน์ ร่างทรงที่ดีจึงมักเตือนกันเองว่า “คำพูดของร่างทรงเปรียบเสมือนดาบ” ซึ่งต้องใช้อย่างรับผิดชอบและไม่ทำลายชีวิตผู้อื่น 

สำหรับในอุตสาหกรรมคอนเทนต์เกาหลีใต้ เรื่องราวที่เกี่ยวกับมูดังหรือพลังเหนือธรรมชาติต่างๆ เดิมทีเคยถูกมองข้ามเพราะผู้ชมให้ความสำคัญกับความสมจริง ดังนั้นเมื่อมีองค์ประกอบของไสยศาสตร์ปรากฏเข้ามาในซีรีส์ จึงอาจรู้สึกว่ามันแปลก 

แต่ปัจจุบันไสยศาสตร์ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในโลกแฟนตาซีเพื่อแก้ปัญหาที่ยากลำบาก และกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับสิ่งที่ไม่รู้จัก ดังนั้นช่วง 10 ปีมานี้ คอนเทนต์ที่มีตัวละครหลัก ประเด็นพลังเหนือธรรมชาติ หรืออาถรรพ์ต่างๆ จึงมีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ท่วมการเทรนด์การหันไปพึ่ง “สายมู” ของ Gen Z เกาหลีใต้ จนกล่าวได้ว่าเป็น Soft Power ใหม่ที่เกาหลีใต้กำลังผลักดัน 

2 คอนเทนต์เกาหลีใต้ล่าสุดที่ใช้พลังเหนือธรรมชาติมาผลักดันเรื่องราวให้มีความน่าสนใจและร่วมสมัย คือ K-pop Demon Hunters หนังแอนิเมชันที่ดังไปทั่วโลกเมื่อปี 2025 และ Battle of Fates รายการเรียลลิตี้ที่กำลังสร้างกระแสในประเทศแถบเอเชียช่วงต้นปี 2026 นั่นเอง / koreajoongangdail , koreatimes