ทรูวิชั่นส์ผนึกกำลังเอ็นทีที โดโคโม ขยายตลาด Non-Anime บนทรูวิชั่นส์ นาว ชูกลยุทธ์ดูฟรีคลังคอนเทนต์คนแสดงจริง (Live-Action) บน ‘เลมิโน เจแปนนิส คอลเลกชัน’ มองใช้ไทยเป็นสนามทดลองตลาดเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ของภูมิภาคอาเซียน 

คุณองอาจ ประภากมล หัวหน้าสายงานทรูวิชั่นส์และมีเดีย บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ปัจจุบันคอนเทนต์แอนิเมชันญี่ปุ่นบนทรูวิชั่นส์ นาว นับเป็นคอนเทนต์ยอดนิยมอันดับ 3 รองจากเกาหลีและจีน ซึ่งปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนยอดวิวนี้มาจากกลุ่มแอนิเมะที่ได้รับความนิยมอย่างมหาศาล โดยมีการประเมินว่าฐานผู้ชมเฉพาะกลุ่มแอนิเมะเพียงอย่างเดียวนั้นมีมากกว่า 200,000 ราย

คอนเทนต์ระดับแม่เหล็กแบบเอ็กซ์คลูซีฟอย่าง ‘ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน’ มียอดวิวรวมถึง 200,000 ครั้ง ซึ่งด้วยรากฐานแอนิเมชันที่แข็งแกร่งและติดตลาดอยู่แล้ว  

ทรูวิชั่นส์ จึงต่อยอดความสำเร็จผ่านความร่วมมือกับ ‘เอ็นทีที โดโคโม’ (NTT DOCOMO) ยักษ์ใหญ่ด้านโทรคมนาคมอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น จับมือเป็นพันธมิตรหลัก ขยายตลาด Non-Anime นำเข้าเฉพาะคอนเทนต์คนแสดงจริง (Live-Action) เช่น ซีรีส์ดราม่า และวาไรตี้ เพื่อใช้ฐานผู้ชมเดิมเป็นสปริงบอร์ดในการขยายระบบนิเวศของคอนเทนต์ญี่ปุ่นให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น

คุณทาเคชิ ไซโต้ รองประธานบริหาร บริษัท เอ็นทีที โดโคโม กล่าวว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้บริษัทเลือกไทยเป็นตลาดแรกในการเจาะภูมิภาคอาเซียน เนื่องจากประเทศมีผู้ใช้งานบริการวิดีโอออนดีมานด์แบบพรีเมียม (Premium VOD) มากกว่า 28 ล้านคน ที่แม้จะมีเวลาจำกัดแต่พร้อมเลือกเสพเฉพาะคอนเทนต์คุณภาพระดับพรีเมียม และยังมีความผูกพันและเปิดรับคอนเทนต์ญี่ปุ่นเป็นทุนเดิม 

ผู้ชมชาวไทยจึงเปรียบเสมือน ‘Trend setter’ ที่หากคอนเทนต์ใดแจ้งเกิดในไทยได้สำเร็จ ก็มีโอกาสสูงมากที่จะขยายความฮิตไปได้ทั่วทั้งภูมิภาค 

บริษัทจะทำงานร่วมกับทรูวิชั่นส์ ปรับแต่งคอนเทนต์ให้เข้ากับบริบทไทยอย่างรอบด้าน เริ่มตั้งแต่การคัดเลือกเนื้อหาที่ เอ็นทีที โดโคโม อิงจากกระแสบนสื่อสังคมออนไลน์ของไทย เพื่อเลือกเรื่องราวที่ตรงใจผู้ชม เช่น ละครชุดเกี่ยวกับกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ เรื่องที่มีผู้หญิงเป็นตัวละครนำ ไปจนถึงรายการบันเทิงแนวตลกขบขัน

ในด้านภาษา เอ็นทีที โดโคโม จะเป็นผู้ดูแลการแปลและปรับสำนวนให้เป็นธรรมชาติโดยตรง ควบคู่กับการพากย์เสียงและใส่คำบรรยายภาษาไทยเพื่อทลายกำแพงวัฒนธรรม ช่วยให้ผู้ชมเข้าถึงอารมณ์ของเรื่องราวได้ง่ายขึ้น

แผนระยะยาวยังมองถึงการปรับบริบทไทยเชิงลึก โดยจะนำลิขสิทธิ์ต้นฉบับชื่อดังของญี่ปุ่นมาสร้างและดัดแปลงใหม่ให้เข้ากับสังคมไทย ซึ่งจะยังคงแก่นเรื่องเดิมไว้ แต่เพิ่มเติมอารมณ์ขันและวิถีชีวิตแบบไทยเข้าไป เพื่อยกระดับอรรถรสการรับชมให้สมบูรณ์แบบที่สุด

คุณพีรธน เกษมศรี ณ อยุธยา หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านคอนเทนต์และมีเดีย บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ในความร่วมมือครั้งนี้ ทรูวิชั่นส์ยกระดับบทบาทจากผู้ซื้อลิขสิทธิ์ สู่การเป็นผู้สร้างระบบนิเวศคอนเทนต์ญี่ปุ่นในไทยอย่างเต็มตัว โดยอาศัยความแข็งแกร่งจากฐานลูกค้ากว่า 1.1 ล้านราย และประสบการณ์ความน่าเชื่อถือกว่า 30 ปี เป็นสะพานเชื่อมนำคอนเทนต์ Live-Action เสนอผ่านคอลเลกชัน  ‘Lemino Japanese Collection’ (เลมิโน เจแปนนิส คอลเลกชัน) บนแอปพลิเคชันทรูวิชั่นส์ นาว (TrueVisions NOW)

ทรูวิชั่นส์จะทำหน้าที่เป็นพื้นที่ทดสอบตลาดชั้นดีสำหรับคอนเทนต์ Live-Action โดยมีระบบวิเคราะห์ข้อมูลคอยเก็บอินไซต์ผู้ชมส่งเป็นฟีดแบ็กกลับไปให้ทางเอ็นทีที โดโคโมพัฒนาเนื้อหาให้ตรงใจคนไทยยิ่งขึ้น พร้อมตั้งเป้าเจาะกลุ่ม Gen Z (11-26 ปี) เพื่อสร้างกระแสไวรัลบนโซเชียลมีเดีย และผลักดันยอดผู้ชมให้เติบโตขึ้น

เอ็นทีที โดโคโมและทรูวิชั่นส์ จะร่วมกันเดินหมากสำคัญเจาะตลาดผู้ชมชาวไทยด้วยกลยุทธ์บริการรับชมวิดีโอฟรีตามต้องการ ผ่านแอปพลิเคชันทรูวิชั่นส์ นาว สำหรับรับชมคลังเนื้อหา ‘เลมิโน เจแปนนิส คอลเลกชัน’ ที่เอ็นทีทีรับบทบาทสำคัญในฐานะตัวแทนศูนย์กลาง ขับเคลื่อนโครงการเผยแพร่วัฒนธรรมและความบันเทิงจากรัฐบาลญี่ปุ่น ซึ่งได้ใช้เวลาถึง 3 ปี รวบรวมคอนเทนต์ Live-Action จากสถานีโทรทัศน์และผู้ผลิตทั่วญี่ปุ่นอย่างครบครัน ทั้งซีรีส์ฮิตระดับท็อป 10, วาไรตี้ และรายการท่องเที่ยว-อาหาร รวมถึงผลงานเอ็กซ์คลูซีฟที่เปิดตัวในไทยเป็นครั้งแรก 

ประเดิมระยะแรก 125 เรื่อง กว่า 1,500 ตอน เพื่อเปิดประตูให้คนไทยได้สัมผัสเสน่ห์และสร้างความคุ้นเคยกับผลงานฉบับคนแสดงจริงของประเทศญี่ปุ่น

กลยุทธ์การให้รับชมฟรีนี้ เปรียบเสมือนการใช้ประเทศไทยเป็นสนามทดลองตลาด สำหรับกลุ่มเนื้อหาที่นอกเหนือจากแอนิเมชัน เพื่อวัดกระแสสู้กับคู่แข่งในตลาด พร้อมทั้งใช้เป็นแม่เหล็กดึงดูดกลุ่มคนรุ่นใหม่ เพื่อเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมการรับชมเชิงลึก และส่งเป็นข้อมูลสะท้อนกลับไปให้ทีมงานที่ประเทศญี่ปุ่นใช้พัฒนาเนื้อหาให้ตรงใจผู้ชมมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ แผนการดังกล่าวเน้นการสร้างฐานแฟนคลับไปก่อน โดยยังไม่มีกำหนดหมดเขตที่ตายตัว ก่อนจะนำข้อมูลทั้งหมดมาประเมินความพร้อม เพื่อขยับไปสู่รูปแบบระบบสมาชิกแบบชำระเงินในอนาคต หากตลาดให้การตอบรับที่ดี