บางกอกแอร์เวย์ส กางแผนปี 2026 ดันเป้าอัตราการบรรทุกผู้โดยสารแตะ 80% ควบคู่กับการรุกหนักตลาดยุโรป และอัปเกรดสนามบินสมุย-ตราด พร้อมรับมือวิกฤตพลังงานด้วยการล็อกราคาน้ำมันล่วงหน้าและปรับขึ้นราคาตั๋วเฉพาะบางเส้นทาง เพื่อรักษาสมดุลและการเติบโต

อุตสาหกรรมการบินในปี 2026 มีแนวโน้มเติบโต โดยสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) เปิดเผย ณ เดือนมกราคม 2026 การเติบโตของการขนส่งปริมาณผู้โดยสารทางอากาศที่เกิดขึ้นจริงในเดือนดังกล่าวอยู่ที่ 3.8% สำหรับทั่วโลก และ 4.4% สำหรับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส (BA) ได้ประกาศวิสัยทัศน์ ‘Leading Aviation with Responsibility, Delivering Services with Sustainability’ หรือผู้นำด้านธุรกิจการบินอย่างรับผิดชอบ ส่งมอบบริการที่ยั่งยืน เพื่อเตรียมพร้อมรับการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว 

บางกอกแอร์เวย์ส รุกหนักตลาดยุโรป

อัปเกรดสนามบินสมุยและตราด งัดแผนรับมือวิกฤตน้ำมัน

หมวดหมู่ รายการ ข้อมูลปี 2025 เป้าหมายปี 2026
ผลการดำเนินงานและเป้าหมาย รายได้จากการจำหน่ายบัตรโดยสาร (ล้านบาท) 17,596 19,127
กำไรสุทธิ (ล้านบาท) 3,580
ผู้โดยสาร (ล้านคน) 4.22 4.30
อัตราการบรรทุกผู้โดยสาร (Load Factor) 76% 80%
สัดส่วนรายได้ผู้โดยสาร แบ่งตามภูมิภาค ยุโรป 40.3%
ไทยและอาเซียน 33.5%
อเมริกา 8.2%
เอเชียเหนือ 6.7%
ออสตราเลเชีย 4.6%
เอเชียใต้ 3.6%
ตะวันออกกลาง เอเชียกลาง และแอฟริกา 2.6%
ช่องทางหลัก การจำหน่ายบัตรโดยสาร BSP Agent (การขายตั๋วเครื่องบินที่ทำงานร่วมกับเครือข่ายพันธมิตร) 37%
Internet (เว็บไซต์) 26%
Direct Connect (ระบบเชื่อมต่อตรง) 22%
ที่มา : บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) / มีนาคม 2026

คุณพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เบื้องหลังความแข็งแกร่งในการดำเนินงาน ปี 2025 มาจากการเติบโตของตลาดนักท่องเที่ยวจากยุโรปที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 11% รวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ทั้งครัวการบิน บริการภาคพื้น และคลังสินค้าที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

สำหรับปี 2026 บริษัทได้วางกลยุทธ์ที่เน้นการรักษาระดับกำไรที่เหมาะสม มากกว่าการขยายตัว โดยบทเรียนจากช่วงวิกฤตโควิด-19 พบว่าการลดขนาดธุรกิจนั้นส่งผลกระทบและทำได้ยากกว่าการขยายตัวมาก 

แผนการทำงานของปีนี้ จึงถูกตั้งไว้เพื่อความมั่นคงเป็นหลัก ผ่านกลยุทธ์หลักต่าง ๆ ดังนี้

การรักษาจุดคุ้มทุน เพราะหากขยายจำนวนเที่ยวบินและฝูงบินมากเกินไป จะทำให้มีค่าใช้จ่ายสูงเกินกว่าที่ควรจะเป็น การรักษาสเกลธุรกิจให้อยู่ในขนาดปัจจุบัน จึงเป็นจุดที่เหมาะสมและบริหารจัดการกำไรได้ดีกว่า

ไม่ฝืนบินในเส้นทางขาดทุน เนื่องจากพฤติกรรมการเดินทางเปลี่ยนไปหลังโควิด-19 หากบริษัทต้องการให้ยอดผู้โดยสารเติบโต ก็อาจต้องฝืนขยายเส้นทางบินที่ขาดทุนเข้าไปด้วย ซึ่งท้ายที่สุดจะไม่ส่งผลดีต่อกำไรโดยรวม 

บริษัทจึงเลือกใช้วิธีลดจำนวนเที่ยวบินรวมลง 2% และลดปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสารลง 5% เพื่อคัดกรองและบินเฉพาะในเส้นทางที่ทำกำไรได้จริง และช่วยดันให้ที่นั่งถูกเติมเต็มจนอัตราการบรรทุกผู้โดยสารเพิ่มขึ้นไปแตะ 80%

ตั้งรับความไม่แน่นอน ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยแวดล้อมทั้งสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และการเปลี่ยนแปลงของการท่องเที่ยว ทำให้การประเมินอนาคตทำได้ยาก บริษัทเลยจะพยายามรักษาระดับผลประกอบการปัจจุบันไว้ก่อนที่จะพิจารณาขยับขยาย

ส่วนการรับมือวิกฤตพลังงาน บริษัทจะปรับราคาตั๋วเฉพาะจุด สกัดต้นทุนพุ่ง ซึ่งความท้าทายที่น่ากังวลที่สุดในปีนี้คือ ต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วถึงราว 70% ซึ่งคาดการณ์ว่าจะดันให้ต้นทุนโดยรวมปรับเพิ่มขึ้น 15-20% 

บริษัทจึงเตรียมแผนรับมืออย่างรัดกุม โดยจะเริ่มปรับราคาบัตรโดยสาร ในวันที่ 1 เมษายน นี้ ซึ่งจะไม่ใช้วิธีปรับขึ้นราคาในอัตราที่เท่ากันแบบเหมารวมทุกเส้นทาง เพื่อให้เกิดผลกระทบต่อผู้โดยสารน้อยที่สุด

เส้นทางหลักที่จะมีการปรับราคาอย่างชัดเจนคือ กรุงเทพฯ-สมุย โดยเฉพาะตั๋วโดยสารราคาพิเศษสำหรับเที่ยวบินรอบเช้าตรู่ ที่เคยทำโปรโมชันขายประมาณ 2,000 บาท จะถูกปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย รวมถึงเส้นทางยอดนิยมอย่าง ภูเก็ต และ เชียงใหม่

อีกทั้งบริษัทยังได้รับอานิสงส์จากการล็อกราคาน้ำมันล่วงหน้าไว้แล้วประมาณ 30% ของปริมาณการใช้งาน ที่ระดับราคา 80-90 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพื่อพยุงต้นทุนในระยะนี้

ทั้งนี้ หากวิกฤตยืดเยื้อหรือราคาน้ำมันพุ่งทะยานไปสู่แผนรับมือสถานการณ์เลวร้ายที่สุด หรือไปค้างอยู่ที่ระดับ 180-200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในระยะยาว 

บริษัทอาจมีความจำเป็นต้องรื้อและปรับเปลี่ยนโครงสร้างต้นทุนใหม่ทั้งหมด รวมถึงอาจพิจารณานำการจัดเก็บค่าธรรมเนียมน้ำมันเชื้อเพลิงกลับมาใช้อีกครั้งเพื่อให้ธุรกิจอยู่รอดได้

ควบคู่ไปกับการตั้งรับวิกฤต บริษัทยังเดินหน้ารุกตลาดผ่านการขยายเครือข่ายพันธมิตรสายการบินเพื่อดึงฐานลูกค้ายุโรป และเดินหน้ายกระดับศักยภาพสนามบิน 

โดยสนามบินสมุยจะเริ่มก่อสร้างปรับปรุงในไตรมาส 2/2026 เพื่อเพิ่ม Boarding Gates เป็น 11 ประตู และขยายขีดความสามารถรองรับผู้โดยสารเป็น 6 ล้านคนต่อปี ส่วนสนามบินตราดได้ขยายรันเวย์เป็น 2,000 เมตรเรียบร้อยแล้ว เพื่อรองรับเครื่องบินไอพ่นขนาดใหญ่อย่างแอร์บัส A320

“หากสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์โลกลดความรุนแรงลง บริษัทเชื่อมั่นว่าด้วยกลยุทธ์การบริหารความจุและการจัดการต้นทุนที่รัดกุม จะสามารถขับเคลื่อนผลการดำเนินงานให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไปได้” คุณพุฒิพงศ์ กล่าวปิดท้าย