สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ณ ปัจจุบัน กำลังกลายเป็นบททดสอบครั้งใหญ่ต่อความมั่นคงทางพลังงานของประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ ในส่วนของเกาหลีใต้ต้องเผชิญกับภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ระหว่างการปฏิบัติตามมาตรการตามประเทศมหาอำนาจ กับการรักษาเสถียรภาพของภาคการผลิตภายในประเทศ

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดสถานการณ์มีแนวโน้มดีขึ้น โดย LG Chem บริษัทเคมีภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ และหนึ่งในบริษัทของอุตสาหกรรมนี้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้กลับมานำเข้า “แนฟทา” (Naphtha) ซึ่งเป็นเคมีที่ได้จากการกลั่นแยกน้ำมัน (ปิโตรเคมี) จากรัสเซียเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี

สื่อเกาหลีใต้รายงานว่า ทาง LG Chem ได้ทำสัญญาซื้อแนฟทาจำนวน 27,000 ตันจากรัสเซียเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยแนฟทาจำนวนนี้จะถูกส่งตรงไปยังศูนย์แยกสลายแนฟทาในเมืองซอซาน จังหวัดชุงชองใต้ แต่การทำธุรกรรมทั้งหมดและการลำเลียงต้องทำให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 11 เมษายนนี้ ตามกรอบเวลาที่สหรัฐฯ อนุญาตให้ประเทศพันธมิตรซื้อน้ำมันและปิโตรเคมีจากรัสเซียได้

การนำเข้าดังกล่าวทำผ่านช่องทางที่ถูกต้องตามกฎหมายครั้งแรก นับตั้งแต่ชาติตะวันตกสั่งคว่ำบาตรรัสเซียกรณีสงครามยูเครน ซึ่งปริมาณดังกล่าวถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะช่วยขยายระยะเวลาการเดินเครื่องจักรในโรงงานออกไปได้อีก 3-4 วัน และอาจเปิดทางไปสู่การซื้อเพิ่มอีก ท่ามกลางภาวะขาดแคลนแนฟทาจนทั่วโลกเริ่มแย่งชิงกัน

สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกาหลีใต้ต้องหันกลับไปซื้อแนฟทาจากรัสเซีย คือความตึงเครียดของสงครามในอิหร่านที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเดินเรือผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ทางการค้าและลำเลียงน้ำมัน 1 ใน 5 ของโลก

ปกติแล้วเกาหลีใต้นำเข้าแนฟทาจากตะวันออกกลางสูงถึง 77% และก่อนหน้านี้ก็เคยนำเข้าจากรัสเซีย แต่เมื่อเส้นทางนี้ถูกปิดกั้นหรือมีความเสี่ยงสูง ทำให้ปริมาณวัตถุดิบที่ต้องใช้ผลิตสิ่งของในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ถุงพลาสติก บรรจุภัณฑ์อาหาร ไปจนถึงตลับเครื่องสำอาง เริ่มขาดแคลน จนรัฐบาลต้องออกมาตรการฉุกเฉินสั่งระงับการส่งออกแนฟทาจากโรงกลั่นในประเทศเพื่อสำรองไว้ใช้เอง

ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า ชาวเกาหลีใต้เริ่มกังวลกับภาวะขาดแคลนแนฟทาต่อกระบวนการผลิตพลาสติกในประเทศ จนเกิดการแตกตื่นพากันไปซื้อถุงพลาสติกมากักตุน ทั้งเพื่อนำมาใช้เป็นถุงขยะตามกฎหมาย และใช้เพื่อใส่อาหารและสินค้าต่างๆ

ผลที่ตามมาคือชั้นวางขายถุงพลาสติกตามซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านสะดวกซื้อเริ่มโล่ง ขณะที่ตู้ขายแบบอัตโนมัติตามหัวมุมถนนก็เริ่มหมดเร็วกว่าปกติ

การหันกลับมาพึ่งพาแนฟทาจากรัสเซีย ซึ่งเคยมีสัดส่วนสูงถึง 30% ของการนำเข้าทั้งหมดก่อนยุคคว่ำบาตร คือมาตรการที่ชี้ให้เห็นว่าเกาหลีใต้กำลังพยายามสร้างสมดุลระหว่าง “จุดยืนทางการเมืองระดับโลก” กับ “ความอยู่รอดทางเศรษฐกิจ”

ในขณะที่วิกฤตในตะวันออกกลางยังไม่มีทีท่าจะจบลง ความท้าทายของเกาหลีใต้คือการหาแหล่งวัตถุดิบใหม่ที่ยั่งยืนกว่าเดิม หรือการเจรจาต่อรองเพื่อขอขยายระยะเวลาข้อยกเว้น เพราะหากอุตสาหกรรมปิโตรเคมีซึ่งเป็นรากฐานของสินค้าอุปโภคบริโภคต้องหยุดชะงักลง ผลกระทบย่อมไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในโรงงาน แต่จะลุกลามไปถึงค่าครองชีพและราคาสินค้าทั่วประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวของเกาหลีใต้มีขึ้นขณะที่ราคาพลาสติกในตลาดโลกเริ่มแพงขึ้นจากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลาง และมีความเป็นไปได้ว่าอีกไม่นานจากนี้ราคาสินค้าอื่นๆ จะแพงขึ้นตามไปด้วย

นี่จะเพิ่มอำนาจต่อรองให้รัสเซียบนเวทีโลก เพราะอุตสาหกรรมพลังงานในประเทศ ไล่ตั้งแต่น้ำมัน ก๊าซ LNG ไปจนถึงฮีเลียมในการผลิตชิป และแนฟทาสำหรับผลิตพลาสติก มีกำลังผลิตมากพอที่จะส่งออกได้ / koreatimes