การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โชว์ผลสำเร็จ 8 ปี (พ.ศ. 2561-2568) ร่วมกับ “มิชลิน ไกด์” ดึงเม็ดเงินต่างชาติสะพัดเข้าประเทศกว่า 3,182.4 ล้านบาท สร้างความคุ้มค่าทะลุ 14.7 เท่าของงบลงทุน ขณะที่ภาพรวมร้านอาหารรางวัลมิชลินตลอด 9 ปี เติบโตก้าวกระโดด 3.7 เท่า แตะระดับ 468 แห่งทั่วประเทศในปี 2569
คุณนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. เปิดเผยว่า ททท. มุ่งขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสู่การเติบโตอย่างมีคุณภาพ ภายใต้นโยบาย “ก้าวใหม่ท่องเที่ยวไทย” ในปี 2569 ที่เน้นการสร้างคุณค่ามากกว่าปริมาณ พร้อมใช้วัฒนธรรมอาหารไทยเป็นกลไกหลักในการดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพสูง เพื่อช่วยส่งมอบประสบการณ์ที่ฟื้นฟูทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และอารมณ์
สถิติที่น่าสนใจจากการสำรวจโดยบริษัท เคเนติกส์ คอนซัลติ้ง จำกัด พบว่าในปี 2568 ททท. สามารถสร้างรายได้ส่วนเพิ่มจากการใช้จ่ายด้านอาหารสูงถึง 822.85 ล้านบาท เติบโตขึ้นร้อยละ 45 เมื่อเทียบกับปี 2567 ที่มีรายได้ 586.57 ล้านบาท
ในขณะที่มิติของการขยายตัว อ้างอิงจากคู่มือมิชลิน ไกด์ ฉบับล่าสุดประจำปี 2569 ปัจจุบันประเทศไทยมีร้านอาหารที่ผ่านเกณฑ์และได้รับรางวัลรวมทั้งสิ้น 468 แห่ง ขยายอาณาเขตครอบคลุมถึง 11 จังหวัดทั่วประเทศ
แบ่งเป็น ร้านระดับ 3 ดาว 2 แห่ง, 2 ดาว 8 แห่ง, 1 ดาว 33 แห่ง (รวมเฉพาะร้านอาหารในไทยที่ได้รับดาวมิชลินไกด์ 43 แห่ง)
รางวัล Bib Gourmand 137 แห่ง และร้านแนะนำ MICHELIN Selected 288 แห่ง
ตัวเลขจำนวนร้าน 468 แห่งในปี 2569 นี้ สะท้อนภาพรวมตลาดที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 3.7 เท่า เมื่อเปรียบเทียบกับปีแรกที่เริ่มจัดทำคู่มือมิชลิน ไกด์ (พ.ศ. 2561) ซึ่งในขณะนั้นมีร้านที่ได้รับรางวัลเพียง 126 แห่ง และกระจุกตัวอยู่แค่ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลเท่านั้น
สถิตินี้จึงชี้ให้เห็นชัดเจนว่า ผู้ประกอบการร้านอาหารไทยทั่วประเทศสามารถยกระดับมาตรฐานตัวเองสู่สากลได้อย่างรวดเร็วตลอด 9 ปีที่ผ่านมา
ผลลัพธ์ดังกล่าวสอดคล้องกับรายงาน “Beyond the MICHELIN Stars” ประจำปี 2568 โดย เอิร์นส์แอนด์ยัง (Ernst & Young) ที่ระบุว่า 74% ของนักเดินทางใช้รายชื่อร้านอาหารใน “มิชลิน ไกด์” เป็นปัจจัยในการเลือกจุดหมายปลายทาง
ในขณะที่ฝั่งผู้ประกอบการ ร้านที่ได้รับดาวมิชลินมีรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 32% ทำให้เกิดการจ้างงานเพิ่ม 60% และมีการลงทุนปรับปรุงร้านเพิ่มขึ้นถึง 58% สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงเม็ดเงินที่หมุนเวียนลงสู่ระบบนิเวศอาหารและเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม
เพื่อเป็นการต่อยอดความสำเร็จ ททท. ได้นำร่องจัดเวทีเสวนาร่วมกับตัวแทนเชฟจากร้านที่ติดอันดับในปี 2569 อาทิ ร้าน “โกท” (รางวัลหนึ่งดาวมิชลิน และดาวมิชลิน รักษ์โลก), ร้าน “แก่น” และ “แก่นกรุง” (MICHELIN Selected) เพื่อร่วมกันเจาะลึกถึงแนวโน้มทิศทางร้านอาหารในอนาคต การสร้างความสัมพันธ์กับผู้ผลิตท้องถิ่น และการยกระดับภาพลักษณ์ของวงการอาหารไทยสู่ระดับสากล


