ขาขึ้นและยุคทองคือสิ่งที่ทุกบริษัทต้องการในการดำเนินธุรกิจ แต่กับบางบริษัทขาขึ้นก็คือโอกาสที่คว้ามาได้ท่ามกลางวิกฤตใหญ่ระดับโลก เช่นที่เกิดขึ้นกับ BioNTech (ไบโอเอ็นเทค) เมื่อหลายปีก่อน
ปี 2020 โลกเกิดการระบาดของโควิด ถือเป็นวิกฤตด้านสุขภาพใหญ่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ ดังนั้นวัคซีนต้านไวรัสดังกล่าวจึงเป็นที่ต้องการอย่างยิ่ง โดยหนึ่งในบริษัทที่คิดค้นวัคซีนได้คือ ไบโอเอ็นเทค
หลังวัคซีนมีการกระจายออกไป ไบโอเอ็นเทค ทำเงินได้มหาศาล ทว่าปัจจุบันบริษัทสัญชาติเยอรมันแห่งนี้ กลับเจอกับวิกฤตเข้าเสียเอง จนผลประกอบการร่วง ตรงกันข้ามกับช่วงยุคทองเมื่อไม่กี่ปีก่อนอย่างสิ้นเชิง

ไบโอเอ็นเทค ก่อตั้งเมื่อปี 2008 โดย อูกูร์ ซาฮิน และ ออสเลม เตเรซี แพทย์คู่สามี-ภรรยาชาวเยอรมันเชื้อสายตุรกี ที่มุ่งคิดค้นยาและวัคซีน
จากนั้น ไบโอเอ็นเทค ก็ก้าวหน้าขึ้นตามลำดับ จน บิลล์ เกตส์ สนใจลงทุนและนำไปสู่การข้ามไปทำไอพีโอในตลาดหุ้นสหรัฐฯ จนทั้งคู่ได้เป็นเศรษฐี แต่ทั้งพวกเขาและบริษัทก็ยังคงเป็นที่รู้จักเฉพาะในอุตสาหกรรมยาเท่านั้น
จุดเปลี่ยนสำคัญของ ไบโอเอ็นเทค มาถึงในปี 2020 โดยหลังได้ข่าวว่าเริ่มมีการระบาดของโควิดช่วงต้นปี อูกูร์ ซาฮิน ก็สั่งเรียกประชุมด่วน เพื่อคิดค้นวัคซีน ซึ่งทำแข่งกับเวลาอย่างมาก เพราะไม่กี่เดือนต่อมาโควิดก็เริ่มแพร่กระจายไปทั่วโลก
จากนั้นแม้ ไบโอเอ็นเทค คิดค้นวัคซีนได้สำเร็จแต่ก็มาติดปัญหาว่าจะกระจายวัคซีนออกไปอย่างไร ปัญหาดังกล่าวคลี่คลายลงไปหลังไฟเซอร์ บริษัทยาและเวชภัณฑ์ยักษ์ใหญ่ยื่นมือเข้ามาช่วยผ่านเม็ดเงิน 654 ล้านยูโร (ประมาณ 24,500 ล้านบาท)

วัคซีนต้านโควิดส่งให้ ไบโอเอ็นเทค เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก โดยในเรื่องภาพลักษณ์ทั่วโลกต่างยกย่อง ขณะที่ในทางธุรกิจ ผลประกอบการของบริษัทก็เพิ่มขึ้นเป็น 19,000 ล้านยูโร (ประมาณ 723,000 ล้านบาท)
ต่อมา ไบโอเอ็นเทค ก็ขยับขยาย โดยมีการเปิดศูนย์ผลิตวัคซีนเพิ่มทั้งในเยอรมนี และสิงคโปร์ ต่อเนื่องไปถึงการพัฒนาวัคซีนต้านโรคอื่นๆ และสานต่อแผนพัฒนายาต้านมะเร็ง
หลายปีจากนั้น ไบโอเอ็นเทค ก็ยังคงมุ่งมั่นพัฒนา ยาและวัคซีนอื่นๆ แต่ก็ยังไม่มีความสำเร็จใดที่ชัดเจน และสามารถเทียบเคียงกับความสำเร็จจาก วัคซีนต้านโควิดได้เลย
ไบโอเอ็นเทค ถูกวิจารณ์ว่า เอาแต่ “กินบุญเก่า” จากความสำเร็จของวัคซีนต้านโควิด โดยในปี 2025 สถานการณ์แย่ลงไปอีก หลังทุ่มเงินก้อนโตเพื่อซื้อกิจการของคู่แข่งเพื่อยุติคดีความฟ้องร้อง และยังต้องเจอพิษเศรษฐกิจอีก
ปี 2025 ผลประกอบการของ ไบโอเอ็นเทค ร่วงลงไปอยู่ที่ 2,870 ล้านยูโร (ประมาณ 109,000 ล้านบาท) แต่วิกฤตยังไม่จบ
ต้นปี 2026 ไบโอเอ็นเทค ปิดศูนย์ผลิตในเยอรมนีและสิงคโปร์ ต่อด้วยการปลดพนักงานอีกกว่า 1,200 คน เพื่อลดค่าใช้จ่าย

ซ้ำร้ายในเวลาไล่เลี่ยกันคู่สามี-ภรรยาผู้ก่อตั้งที่นั่งเก้าอี้ซีอีโอและหัวหน้าฝ่ายวิจัยทางการแพทย์มานานก็มาลาออกอีก
แม้ทั้งคู่ระบุว่า จะอยู่รักษาการณ์ต่อไปจนถึงสิ้นปี แล้วจึงจะย้ายไปอยู่บริษัทใหม่ที่จะก่อตั้งขึ้น เพื่อหวังว่าจะได้กลับไปทุ่มเทกับคิดค้นวัคซีนอย่างจริงจังอีกครั้ง โดยไม่ต้องพะวงกับงานบริหาร
แต่การลาออกของพวกเขายิ่งเป็นการย้ำถึงวิกฤตของ ไบโอเอ็นเทค และเป็นจังหวะเวลาที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งจนฉุดให้หุ้นร่วงไปถึง 17%
จากนี้ต้องติดตามต่อว่า บริษัทฮีโร่จากยุคโควิด จะไปต่ออย่างไรและใครที่จะมาพาองค์กรฝ่าวิกฤต / dw, wikipedia
