ในตลาดเครื่องดื่มที่แข่งขันกันดุเดือดที่สุดแห่งหนึ่งของไทย มีแบรนด์หนึ่งใช้เวลาเพียง 5 เดือน ขึ้นเป็นเบอร์ 1 ของตลาดน้ำดื่มผสมวิตามิน
และวันนี้ แบรนด์เดียวกันกำลังขยับเกมไปอีกขั้น ด้วยการดึง “จีซู BLACKPINK” มาเป็น Global Ambassador
แบรนด์นั้นคือ “VITADAY” (วิตอะเดย์)
คำถามที่น่าสนใจคือ ทำไมแบรนด์ไทยที่เพิ่งเกิดได้ไม่กี่ปี ถึงกล้าลงเล่นในเกมระดับโลก และอะไรคือเบื้องหลังที่ทำให้ VITADAY เติบโตเร็วในตลาดที่ขึ้นชื่อว่าเป็น “Red Ocean”
🔴 จุดเริ่มต้นที่เดิมพันด้วยคำว่า “ถ้าไม่สู้ก็ตาย”
ย้อนกลับไปช่วงต้นปี 2020 ในวันที่หลายธุรกิจกำลังกดปุ่ม “หยุด” เพื่อประคองตัวจากวิกฤตโควิด-19
แต่ บริษัท General Beverage ผู้ผลิตน้ำผลไม้แบรนด์ IF ภายใต้การบริหารของ พงศกร พงษ์ศักดิ์ กลับมองเห็น “ช่องว่าง” ที่กำลังเปิดขึ้น
เพราะในจังหวะที่ผู้คนเริ่มหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น ความต้องการเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นกัน
บริษัทจึงตัดสินใจเปิดตัว VITADAY ในเดือนเมษายน 2020 ด้วยแนวคิดง่าย ๆ ว่า “ถ้าไม่สู้วันนี้ เราอาจหายไปพร้อมวิกฤต”
และการตัดสินใจสวนกระแสครั้งนั้น กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเติบโตแบบก้าวกระโดด โดย VITADAY ใช้เวลาเพียง 5 เดือน ขึ้นเป็นอันดับ 1 ในตลาดน้ำดื่มผสมวิตามิน
พร้อมครองส่วนแบ่งตลาดราว 50% และรักษาตำแหน่งนี้ต่อเนื่องมานาน 5 ปี
ขณะเดียวกัน ในตลาดวิตามินซีขวดช็อตที่เต็มไปด้วยผู้เล่นรายใหญ่ แบรนด์ก็สามารถแทรกตัวขึ้นมาอยู่ใน Top 3 ของตู้แช่ได้สำเร็จ
🔴 ตัวเลขรายได้และกำไรที่เติบโตแบบ “ก้าวกระโดด”
ความสำเร็จของ VITADAY ไม่ได้สะท้อนผ่านแค่อันดับบนเชลฟ์สินค้า แต่ยังเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยผลักดันให้งบการเงินรวมของบริษัทแม่อย่าง เจนเนอรัล เบฟเวอร์เรจ (ซึ่งภาพรวมนี้รวมรายได้จากแบรนด์ IF และธุรกิจรับจ้างผลิตอยู่ด้วย) เติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วงเวลาดังกล่าว
- ปี 2021 : รายได้ 1,944 ล้านบาท / กำไรสุทธิ 14.5 ล้านบาท
- ปี 2022 : รายได้ 2,863 ล้านบาท / กำไรสุทธิ 112.8 ล้านบาท
- ปี 2023 : รายได้ 3,224 ล้านบาท / กำไรสุทธิ 392.3 ล้านบาท
แม้ตัวเลขนี้จะเป็นภาพรวมของทั้งบริษัท แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ายอดขายในปริมาณมหาศาลของ VITADAY มีส่วนสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิพุ่งขึ้นหลายพันเปอร์เซ็นต์ ภายในเวลาแค่ 3 ปี และดันให้อัตรากำไร (Net Profit Margin) กระโดดจากไม่ถึง 1% มาเป็นกว่า 12%
ซึ่งผลกำไรที่เติบโตขึ้นนี้ ไม่ได้มาจากการขายสินค้าได้มากขึ้นจนต้นทุนการผลิตต่อขวดถูกลงเพียงอย่างเดียว แต่ยังมาจากการที่บริษัทนำระบบไอทีระดับโลกอย่าง SAP มาใช้คุมต้นทุนหลังบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย
🔴 4 กลยุทธ์เจาะตลาดสไตล์ VITADAY
แม้จังหวะเปิดตัวจะ “ถูกเวลา” แต่การรักษาความเป็นผู้นำในตลาดได้นานหลายปี จำเป็นต้องมีมากกว่าโชค
สิ่งที่อยู่เบื้องหลังการเติบโตของ VITADAY คือการวางเกมที่เชื่อมกันในหลายมิติ
1. เปลี่ยนจาก “เครื่องดื่มตอนป่วย” เป็น “เครื่องดื่มประจำวัน” VITADAY วางตำแหน่งตัวเองให้เป็นเครื่องดื่มที่ดื่มได้ทุกวัน ไม่ใช่สินค้าที่ซื้อเฉพาะเวลารู้สึกไม่สบาย แนวคิดนี้ทำให้แบรนด์เข้าไปอยู่ใน “ไลฟ์สไตล์ประจำวัน” ของผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น
2. ใช้วัตถุดิบพรีเมียม สร้างภาพจำเรื่องคุณภาพ แบรนด์เลือกใช้วิตามินซี Quali-C จากอังกฤษ พร้อมใช้เทคโนโลยีช่วยรักษาคุณค่าวิตามินไม่ให้สลายตัวจากแสง เพื่อสร้างความต่างจากตลาดเครื่องดื่มทั่วไป
3. แตกต่างด้วยนวัตกรรมสินค้า หนึ่งในจุดที่ทำให้แบรนด์ถูกพูดถึง คือการออกสินค้าน้ำวิตามินใส 0 แคลอรี กลิ่นชานมและกาแฟ ซึ่งตอบโจทย์กลุ่มคนที่อยากดื่มของหวาน แต่กังวลเรื่องแคลอรี
รวมถึงการออกแบบขวด “ปากกว้าง” ที่สามารถเทคอลลาเจนหรือวิตามินเสริมลงไปผสมในขวดได้ทันที
4. สร้างโอกาสดื่มใหม่ๆ VITADAY ไม่ได้แข่งขันแค่ในร้านสะดวกซื้อ แต่ยังพยายามสร้าง “พฤติกรรมใหม่” ให้ผู้บริโภค
หนึ่งในนั้นคือการจับมือกับ Bar B Q Plaza เพื่อผลักดันการดื่มน้ำวิตามินคู่กับอาหารปิ้งย่าง ในฐานะเครื่องดื่มช่วยตัดเลี่ยน
🔴 เมื่อ VITADAY เริ่มรุกตลาดโลก
หลังสร้างฐานในไทยได้สำเร็จ ก้าวต่อไปของแบรนด์คือการขยายสู่ตลาดต่างประเทศ และต้นปี 2026 VITADAY ก็สร้างแรงสั่นสะเทือนในตลาด ด้วยการดึง Jisoo จาก BLACKPINK มาเป็น Global Ambassador
แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ นี่ไม่ใช่แค่การใช้คนดังมาถือสินค้าในโฆษณา เพราะแคมเปญนี้มาในแนวคิด “Co-created with JISOO” ที่เปิดให้ศิลปินเข้ามามีส่วนร่วมกับตัวสินค้าและภาพลักษณ์ของแบรนด์
พร้อมเปิดตัวไลน์สินค้าด้านความงาม โดยมี “VITADAY Astaxanthin Water” น้ำกลิ่นทับทิมเป็นตัวชูโรง
ในมุมธุรกิจ เกมนี้สะท้อนแนวคิดแบบ Product Democratization หรือการทำให้สินค้าที่เคยดู “ไกลตัวและราคาแพง” กลายเป็นสิ่งที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น
เพราะโดยปกติ “แอสตาแซนธิน” มักถูกวางอยู่ในตลาดอาหารเสริมราคาหลักพันบาท แต่ VITADAY กลับหยิบสารชนิดนี้มาใส่ในเครื่องดื่มราคา 25 บาท และวางขายในร้านสะดวกซื้อ
เมื่อสินค้าที่เข้าถึงง่าย รวมเข้ากับพลังของแฟนคลับระดับโลก กระแสตอบรับจึงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว หลายพื้นที่สินค้าถูกซื้อจนหมดตู้แช่ภายในเวลาไม่นาน
และที่สำคัญ ดีลนี้ยังทำหน้าที่เป็น “ใบเบิกทาง” ให้แบรนด์ไทยก้าวออกไปทำตลาดต่างประเทศได้ง่ายขึ้น
🔴 จากแบรนด์เครื่องดื่ม สู่การเล่นเกมระดับโลก
เรื่องราวของ VITADAY สะท้อนให้เห็นว่า ต่อให้เริ่มต้นธุรกิจในช่วงเวลาที่ยากที่สุด
หากมองเห็นพฤติกรรมผู้บริโภคที่กำลังเปลี่ยนไป และสามารถสร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ได้จริง แบรนด์ใหม่ก็มีโอกาสเติบโตขึ้นมาเป็นผู้นำได้เช่นกัน
เพราะในวันที่ตลาดเต็มไปด้วยผู้เล่นรายใหญ่ สิ่งที่ทำให้แบรนด์ชนะ อาจไม่ใช่การมีงบมากที่สุด
แต่คือการมองเห็นโอกาสใหม่ให้เร็วกว่าใคร และกล้าที่จะขยับเกมไปข้างหน้าก่อนคนอื่น
