ตลาดผงชูรส เมื่อ…เบอร์สองขอชิง 1% ก็เก่งแล้ว

หากเอ่ยถึง “ผงชูรส” แบรนด์แรกที่ทุกคนนึกถึงก็คือ “อายิโนะโมะโต๊ะ” เพราะนี้คือเจ้าตลาดผู้กินเรียบมีส่วนแบ่งตลาดถึง 75% เลยทีเดียว

ตลาดผงชูรส

 

Modern trade ตลาดที่ขายไปปาดเหงื่อไป 

สิ่งที่ทำให้ “อายิโนะโมะโต๊ะ” แข็งแกร่ง นั้นคือการเป็นบริษัทใหญ่มีเงินทุนหนา มาพร้อมโรงงานขนาดใหญ่มีกำลังการผลิตสูง สุดท้ายก็คือการมี “เครือข่าย” กระจายสินค้าไปสู่ร้าน โชห่วย และตามตลาดสด ทั่วประเทศได้อย่างครอบคลุม

เป็นรูปแบบตลาดที่ยึดติดมายาวนาน ลากยาวมาถึงปัจจุบันในยุคที่ร้านค้า Modern trade เกลื่อนเมือง แต่ทั้ง “อายิโนะโมะโต๊ะ”, และเบอร์สองในตลาดอย่าง “ไทยชูรส ตราชฎา” ก็ทำทุกวิถีทางไม่ให้ช่องทางการขาย Modern trade เป็นช่องทางที่มีอิทธิพลในตลาดนี้

เหตุผลมาจากการวางขายในช่องทาง Modern trade แทบจะทำให้สินค้าอย่าง “ผงชูรส” มองไม่เห็นกำไรเลย เพราะต้องแบ่งเปอร์เซ็นต์การขายให้ร้านค้า Modern trade ในสัดส่วนที่สูง ทำให้ทั้ง 2 แบรนด์ต่างพยายามที่จะควบคุมช่องทางการขายให้น้ำหนักไปยังกลุ่มร้านค้า Traditional trade

 

ตลาดผงชูรส

 

120 ล้านบาทเพื่อแย่งแค่ 1% 

และอย่างที่เกริ่นไว้ข้างต้น “อายิโนะโมะโต๊ะ” ที่มีส่วนแบ่งถึง 75% ในตลาดแทบจะกลายเป็นแบรนด์เดียวผูกขาด เพราะฉะนั้นการเป็นเบอร์สองอย่าง “ไทยชูรส ตราชฎา” หากอยากจะอยู่รอดก็ต้อง เดินคนละรอยเท้ากับผู้นำตลาด

ความเคลื่อนไหวล่าสุดคือการเลือกใช้ Presenter คนใหม่อย่าง “หญิงลี ศรีจุมพล” มา Cover เพลงส้มตำในรูปแบบโฆษณา หลังจากห่างหายจากการใช้ Presenter มานานถึง 4 ปี

“ปีนี้ใช้งบการตลาดถึง 120 ล้านบาทมากกว่าปี 2016 ที่ใช้อยู่ 85 ล้านบาท นอกจากมีโฆษณา TVC ก็ยังมีการทำโปรโมชั่นกับร้านค้าโชห่วยต่างๆ ในเรื่องส่วนลดราคา เพื่อให้เขารับสินค้าเราจำนวนมากขึ้นกว่าเดิม” ชัยชาญ อรุญสมบัติ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ไทยชูรส จำกัด บอกถึงงบการตลาดที่เพิ่มขึ้นมากหากเทียบกับปีที่แล้ว

อย่างไรก็ตามแม้จะใช้งบการตลาดมากขึ้นแต่ ชัยชาญ ก็ยอมรับว่าการจะแย่งส่วนแบ่งตลาดจาก “อายิโนะโมะโต๊ะ” แค่ 1% ก็ถือเป็นเรื่องยากมาก

ถึงที่ผ่านมา “ไทยชูรส ตราชฎา” จะใช้เกมที่แตกต่างด้วยวิธีการเป็นพันธมิตรกับกลุ่มบริษัท OEM ที่ผลิตจาน ชาม เพื่อให้ได้ต้นทุนต่ำ จากนั้นก็ “ขายผงชูรสพ่วงจาน ชาม”

ตลาดที่ขายไปมีรอยยิ้ม

สมมติผงชูรสซองขนาดใหญ่หนัก 1 กิโลกรัมผู้นำตลาดขายอยู่ที่ 80 บาท ในราคาเดียวกัน “ไทยชูรส” เลือกจะลดน้ำหนักอีกนิดเหลือ 900 กรัมแต่มีของแถมคือจาน 1 ใบ เป้าหมายก็เพื่อดึงดูดกลุ่มแม่บ้านอายุ 20 -50 ปี 

ในขณะที่อีกหนึ่งตลาดที่น่าสนใจไม่น้อยคือ ผงชูรสเพื่ออุตสาหกรรม มีมูลค่าถึง 4,000 ล้านบาท โดยจะเป็นการขายให้แก่ผู้ผลิตสินค้า บะหมี่และโจ๊กกึ่งสำเร็จรูปจนไปถึงสินค้าที่เข้ามาแย่ง ตลาดผงชูรส โดยตรงอย่างกลุ่ม “สินค้าปรุงรสทั้งแบบก้อนและผง”

ถึงจะมีมูลค่าไม่น้อยแต่เชื่อหรือไม่ว่าทั้ง 2 แบรนด์นี้เลือกที่จะทำตลาดอุตสาหกรรมอย่างเบาบาง เพราะตลาดนี้คือเกมราคาสมบรูณ์แบบเพราะต่อให้ “ขายถูกแล้ว ก็ยังมีคนขายราคาถูกกว่าคุณ” โดยเฉพาะผงชูรสนำเข้าจากจีน ยิ่งสินค้าอย่างผงชูรสกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมมองว่าแทบไม่มีความแตกต่างกันราคาขายจึงเป็นตัวชี้นำว่าจะซื้อเจ้าไหนดี?

ผงชูรสในตลาดคอนซูเมอร์ จึงเป็นอะไรที่ขายไปยิ้มไปเพราะเห็นกำไรเป็นกอบเป็นกำ แถมยังไม่มีแบรนด์หน้าใหม่เข้ามา เพราะนี้คือตลาดที่ผู้บริโภคยึดติดกับแบรนด์ที่เคยใช้อยู่เป็นประจำ

ไม่ใช่….ใครที่ไหนจะมาขายถูกกว่าแล้วจะประสบความสำเร็จยอดขาย 


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline