QR Code สแกนแทนรูดบัตร ตอบ Cashless Society ถ้าไม่มี Mobile เกิดยาก

    

  จากนโยบาย National ePayment ของภาครัฐที่ที่ต้องการผลักดันให้ประเทศไทยก้าวเข้าสู่ Cashless Society ซึ่งมีส่วนผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจได้เริ่มเห็นเด่นชัดในปีนี้ จากเอกชน เข้ามามีบทบาทในการเปลี่ยนแปลง นำนวัตกรรมเทคโนโลยีในรูปแบบต่างๆ เข้ามาเปลี่ยนภาพ Cashless Society ให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น หลังจากที่ Cashless Society ได้ถูกพูดถึงมานานหลายปี

ถึงแม้ที่ผ่านมา การกระตุ้น Cashless Society ยังไม่เห็นภาพอย่างเป็นรูปธรรมมากนัก แต่การชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ก็มีส่วนผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจ ด้วยเม็ดเงินที่มีมูลค่ากว่า 3.8 พันล้านดอลลาร์หรือ 113 พันล้านบาทโดยประมาณ ที่เพิ่มเข้าไปใน GDP ของประเทศตั้งแต่ปี 2554 ถึง 2558 จากการสำรวจของมูดี้ส์ อนาลิติคส์ ของวีซ่า

ถึงแม้ว่าประเทศไทยจะมีการใช้บัตรเครดิตเพียง 23,151,164 ใบ ชำระค่าบริการ ณ จุดขาย 1,392 พันล้านบาท 409,194พันรายการ ในปีที่ผ่านมา และส่วนใหญ่เป็นการรูดบัตรผ่านเครื่องรับบัตรจุดขาย ซึ่งปีที่ผ่านมามีจำนวน  474,363 เครื่องที่มีอยู่ตามห้างร้านขนาดใหญ่เท่านั้น

และถึงแม้ว่าแผนของกระทรวงการคลังคือการผลักดันให้เกิดการติดตั้งเครื่อง EDC รับชำระผ่านบัตรเดบิต/เครดิตเพิ่มอีก 560,000 เครื่อง ให้เสร็จสิ้นภายในปี 2561 ก็ตาม แต่เชื่อว่า การกระจายเครื่อง EDC นั้นก็ยังกระจุกอยู่ที่ห้างร้านขนาดกลางถึงใหญ่ ที่ยอมรับภาระค่าเช่าเครื่อง ค่าติดตั้ง และอื่นๆ ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้น เพราะมองว่า การมีเครื่องรับบัตรเครดิตจะสร้างโอกาสที่คุ้มค่ามากกว่าเสีย

แต่ก็มีร้านค้า ธุรกิจ SME อีกไม่น้อยที่มองว่าการมีเครื่อง EDC อยู่ติดร้านนั้นได้ไม่คุ้มเสีย

และจะทำอย่างไรหละ ถ้าร้านค้าไม่รับบัตร แล้ว Cashless Society จะเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมในทุกๆ ด้านได้อย่างไร

 

QR Code มาตรฐานสแกนแทนรูดบัตร

การขยายจุดรับบัตรให้เติบโตอย่างรวดเร็ว ภาคเอกชน ได้มองว่า ถ้าตัดค่าใช้จ่ายด้านการติดตั้งแต่ค่าเช่าเครื่องออกไป โอกาสในการขยายไปยังร้านค้าขนาดกลาง-เล็ก และSME จะมีมากขึ้น

แล้วจะใช้วิธีไหนในการชำระบัตรเครดิต

สมาร์ทโฟนจึงเป็นคำตอบ

เพราะอัตราการเข้าถึง Mobile Internet User อ้างอิงจากไลน์ประเทศไทยมีมากถึง 44 ล้านราย

และจำนวนผู้ใช้งาน Mobile Banking ในปีที่ผ่านมามีจำนวนมากถึง 20,883,147 แอคเคาน์ ด้วยจำนวนธุรกรรม 584,983 พันรายการ มูลค่า 5,361 พันล้านบาท มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่วน Mobile Payment มีผู้ใช้มากถึง 25 ล้านราย เติบโต 150% ต่อเนื่องมากตั้งแต่ 2 ปีที่ผ่านมา

การพัฒนาช่องทางชำระเงินผ่าน Mobile Application จึงได้กลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ แต่ในวันนี้มีร้านค้ามากมายที่มี QR Code ให้บริการชำระเงิน แต่ยังไม่มี QR Code ที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน

เพื่อให้เกิดมาตรฐานในการชำระเงินผ่าน QR Code มาสเตอร์การ์ด ยูเนียนเพย์ และวีซ่า จึงได้เป็นเจ้าภาพร่วมมือกันจัดทำ QR Code มาตรฐาน เพื่อให้ธนาคารนำไปพัฒนาต่อให้บริการร้านค้าที่เข้าร่วมรับการชำระเงินในรูปแบบ QR Code แทนเครื่อง EDC ที่ต้องมีค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง และพัฒนาเป็นแอพพลิเคชั่นชำระเงินให้กับลูกค้าธนาคาร โดยเฟสแรกบริการ QR Code รับชำระเฉพาะบัตรเครดิตก่อน จากระบบเคลียร์ลิ่งหลังบ้านที่เชื่อมโยงถึงกัน และค่อยๆ ต่อยอดไปยังบัตรเดบิต และบัญชีธนาคารในรูปแบบอื่นๆ

และ Marketeer เชื่อว่า ถ้าเกิด QR Code มาตรฐานขยายไปยังการชำระเงินผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซ และเปิดรับการทำธุรกรรมผ่านบัญชีธนาคารได้นั้น จะทำให้กระแส QR Code มาตรฐานมีความน่าสนใจขึ้น

แต่วันนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการร่วมมือกันพัฒนา QR Code มาตรฐาน ที่ 3 ค่ายเครือข่ายผู้ให้บริการชำระเงินจับมือร่วมกัน ได้เริ่มให้บริการในเอเชียก่อน โดยไทยเป็นประเทศแรกๆ ของโลกรองจากจีน และอินเดีย ที่ให้บริการนี้

ต้นแบบบริการ QR Code มาตรฐาน ร้านค้าจะมี QR Code ของร้านค้า ซึ่งเป็นเสมือนเครื่องรับบัตร EDC ที่ระบุข้อมูลของร้านที่จำเป็นในการชำระเงิน ทั้งชื่อที่อยู่ของร้าน ธนาคารผู้ออก QR Code และเครือข่ายผู้ให้บริการชำระเงิน เช่น มาสเตอร์การ์ด ยูเนียนเพย์ และวีซ่า ส่วนผู้ใช้เพียงใช้แอพของธนาคารผู้ออกบัตรผูกกับบัตรเครดิตเพื่อชำระเงิน ซึ่งขั้นตอนและค่า Fee ที่เก็บกับร้านค้ากำลังอยู่ในระหว่างที่ธนาคารกำลังพัฒนาเพื่อให้บริการในไตรมาส 3 ของปีนี้ ซึ่งเชื่อว่าถ้าค่า Fee ไม่ถูกจริง หรือมากกว่า 0.55% ที่ Prompt Card ให้บริการ การเติบโตของร้านค้ารับ QR Code มาตรฐานคงไม่เกิด

ยกตัวอย่างเช่นประเทศจีน ถึงแม้ว่าไม่มี QR Code มาตรฐาน การพัฒนาให้บริการชำระเงินและโอนเงินระหว่างกันผ่าน QR Code ได้พัฒนาไปไกล เพราะธนาคาร หรือผู้ให้บริการแพลตฟอร์มโมบายเปย์เมนต์ยอมที่จะลดรายได้จากค่า Fee จนร้านค้ารายย่อยรู้สึกถึงค่า Fee เป็นค่า Free เมื่อรับชำระเงินผ่านช่องทางนี้ เช่นของ We Chat ร้านค้ารายย่อยจะเสียค่า Fee เพียง 0.1% ในกรณีถอนเงินออกมาจากระบบ We Chat เท่านั้น

เมื่อ QR Code มาตรฐานเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการประกาศให้รู้ว่าประเทศเอาจริงกับการก้าวสู่ Cashless Society เชื่อว่าถ้าไม่สามารถเปลี่ยนค่า Fee เป็น Free เพื่อขยายจุดให้บริการ เปลี่ยนพฤติกรรมการชำระเงินเข้าสู่ Cashless Society แทนเงินสด การคิดค้นนวัตกรรมการให้บริการก็เป็นเหมือนการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำดีๆ นี่เอง

 

 

 

 

 


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

 

Leave a Comment