‘เฟื่องลดา’ นางฟ้าไอทีคนใหม่ของวงการ และนักคว้าทุกโอกาสที่ผ่านเข้ามาในชีวิต

หากพูดถึงชื่อของ เฟื่องลดา หลายคนอาจจะนึกถึงภาพของนางฟ้า IT คนใหม่ของวงการ กับการเป็นเด็กผู้หญิงอายุ 25 ที่มีบริษัทและทีมงานกว่า 14 ชีวิตเป็นของตัวเอง

แต่หลังจากที่ได้พูดคุยกัน เราขอนิยามว่าเธอเป็น นักคว้าทุกโอกาสที่ผ่านเข้ามาในชีวิต มากกว่า เพราะเธอไม่เคยปล่อยให้โอกาสที่ผ่านเข้ามาหลุดลอยไปในอากาศ ไม่ว่าจะเป็นการพิธีกรรายการ IT ด้วยการเชิญชวนของหนุ่ย แบไต๋ การไปเป็นผู้ประกาศข่าวในไทยรัฐทีวี หรือการไปเป็นดีเจที่คลื่นวิทยุก็ตาม

หรือแม้แต่โอกาสที่ไม่มีใครหยิบยื่นให้ แต่ใช้ความอยากรู้อยากลองของเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งไปไขว่คว้ามาด้วยตัวเอง ทั้งการเข้าไปประกวด AF จนติดรอบ 50 คนสุดท้าย หรือกับงานล่าสุดที่ทำให้ทุกคนจดจำเธอได้ นั่นคือการเป็น Influencer ด้าน IT ในนามของ ‘เฟื่องลดา’

ติวเตอร์สอนพิเศษตามร้านกาแฟ/นักร้องของมหา’ลัย/พิธีกร/ผู้ประกาศข่าว/ดีเจ คืออาชีพที่หล่อหลอมจนกลายมาเป็นเพจเฟื่องลดา

แม้หัวข้อข้างบนจะยาวไปสักหน่อย แต่เหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่เฟื่องลดาเคยทำมาในอดีต ด้วยเหตุผลที่เธอบอกกับเราอย่างจริงใจว่า

“เฟื่องรู้สึกว่าเราเป็นคนชอบหาตังค์มาตั้งแต่ไหนแต่ไร เฟื่องภูมิใจที่หาเงินมาเลี้ยงตัวเองได้ตั้งแต่เด็ก เริ่มตั้งแต่ไปเป็นติวเตอร์สอนพิเศษเด็ก ๆ ที่ร้านกาแฟ แล้วพื้นฐานเราเป็นคนที่ชอบร้องเพลงก็เลยพาตัวเองเข้าไปอยู่ในวงดนตรีของมหา’ลัยอย่าง CU Band

พอเริ่มร้องได้ก็มีคนบอกให้เราลองไปสมัคร AF สมัครไป 2 ครั้งก็ไม่เคยได้ติดเป็นตัวจริงสักครั้ง เข้าลึกสุดได้แค่รอบ 50 คน

แต่เหมือนโชคเข้าข้างถึงไม่ติดเป็นตัวจริงแต่ก็มีผู้ใหญ่ของทางทรูมองเห็นศักยภาพของเฟื่อง ก็เลยมีโอกาสได้ชิมลางงานพิธีกร เป็นรายการเล็ก ๆ ของช่อง แต่ความเล็กของรายการไม่ได้มีผลต่อความตั้งใจในการทำงานของเฟื่องให้เล็กลงตามไปเลย

ซึ่งนอกจากงานพิธีกร เราก็ใช้เวลาวช่วงอื่นหลังจากเรียนไปร้องเพลงให้กับวง iHere Band เป็นวงที่เอาเพลงของศิลปินมา Cover ลงใน Youtube เฟื่องร้องเพราะความชอบ แต่ความชอบก็กลายเป็นโอกาสที่ทำให้พี่หนุ่ย พงศ์สุข (หนุ่ย แบไต๋) รู้จักและติดต่อให้เราไปเป็นพิธีกรรายการแบไต๋ไฮเทค

เฟื่องเป็นโรคถ้ามีโอกาสมาก็จะคว้าเอาไว้หมดอยู่แล้ว พอพี่หนุ่ยชวน ก็เลยรีบตอบรับไป ตรงนี้เองเป็นจุดที่ทำให้เราเริ่มมีความรู้ในวงการ IT มากขึ้น ซึ่งเราสนุกกับมันนะ แต่พอทำไปได้สักพัก รายการถึงจุดอิ่มตัว พี่หนุ่ยเขาก็พาเราไปรู้จักกับผู้ใหญ่ในไทยรัฐทีวี และนี่ก็เป็นที่มาของอาชีพผู้ประกาศข่าว”

เพราะบางครั้ง เราก็ต้องออกไปหาโอกาสด้วยตัวเอง

แม้จะเป็นงานที่อยู่หน้ากล้องเหมือนกัน แต่การเป็นพิธีกรกับผู้ประกาศข่าวนั้นกลับแตกต่างกัน เพราะอย่างหลังคืองานที่เฟื่องลดาไม่สามารถใส่ความเป็นตัวเองลงไปได้ 100 % ด้วยเหตุผลในเรื่องของความน่าเชื่อถือ รวมถึงความกดดันของการเป็นผู้ประกาศที่อายุน้อยที่สุด ท่ามกลางรุ่นพี่คนอื่น ๆ ที่เก๋าเกมในสนามนี้มานานหลายปี

ประกอบกับการเป็นผู้ประกาศข่าวในช่วงเวลา 6-9 โมงเช้า เฟื่องจำเป็นต้องตื่นตั้งแต่ตี 3 เพื่อมาเตรียมตัวอ่านข่าว ระหว่างวันทำงานดีเจเพื่อหารายได้เสริม แล้วต้องรีบกลับบ้านไปนอนตอน 2 ทุ่มเพื่อตื่นมาทำงานให้ทันในวันต่อไป

“ไม่ใช่ไม่ชอบการเป็นผู้ประกาศข่าว กลับกันเฟื่องรู้สึกเป็นเกียรติด้วยซ้ำที่ได้รับหน้าที่นี้ แต่เมื่อเวลามันไม่ลงตัว ตื่นเช้า 3 ปี หน้าแก่กว่าอายุจริงไปอีก 3 ปี แถมเราไม่มีเวลาเจอเพื่อน ก็เลยรู้สึกว่าการอยู่ตรงนี้นั้นเริ่มไม่ใช่

ประกอบกับตอนนั้นก็ทำออนไลน์ในนามของเฟื่องลดาเป็นงานอดิเรกพอดี แล้วจู่ ๆ คลิปที่เรารีวิวกล้อง Mirrorless ที่เราทำมันดังโดยแบบที่เราก็ไม่ได้ตั้งใจ ก็เลยคิดว่าการทำคอนเทนต์เกี่ยวกับ IT นี่แหละ น่าจะเป็นอีกโอกาสที่ดี ที่เราจะได้ออกไปทำอะไรเป็นของตัวเอง”

ที่มาของการรีวิวกล้อง Mirrorless คือความเป็นคนใช้เงินประหยัด

เฟื่องลดาเล่าให้เราฟังว่า อันที่จริงแล้วเธอก็ไม่คิดเหมือนกันว่าการคลิปรีวิวกล้อง Mirrorless แบบเล่น ๆ ในตอนนั้น จะกลายมาเป็นจุดเริ่มต้นที่ต่อยอดจนกลายมาเป็นเพจเฟื่องลดาถึงทุกวันนี้

“มันมาจากการที่ตอนนั้นเราเห็นเพื่อนถ่ายรูปลง Instagram แล้วสวย ซึ่งพอดูเฟื่องก็รู้เลยว่ายังไงต้องถ่ายด้วยกล้องถ่ายรูป ไม่ใช่กล้องมือถือแน่ ๆ

ทีนี้เราก็อยากจะมีรูปสวย ๆ ลง Instagram บ้าง แต่ด้วยความที่เป็นคนประหยัด ก่อนจะซื้อก็เลยนั่งหารีวิวอ่านเยอะมาก เพื่อให้ได้กล้องที่คุ้มค่ากับเงินของเรามากที่สุด

แล้วพอได้มา เราก็อยากจะเอาสิ่งที่เรารู้ไปเล่าให้คนอื่นฟังต่อ ก็เลยทำออกมาเป็นคลิปที่เล่าในภาษาแบบเข้าใจง่าย ๆ ไม่ต้องใช้ศัพท์เทคนิคเยอะ ถ่ายทอดเหมือนเพื่อนเล่าให้เพื่อนฟัง สุดท้ายก็กลายเป็นคลิปที่มีหลายคนติดตาม แล้วเราก็เลยคิดว่าการเล่าเรื่อง IT ในภาษาที่เข้าใจง่าย ๆ นี่แหละ น่าจะเป็นทางที่ใช่”

ความรับผิดชอบ คือสิ่งที่ช่วยทำให้ยังเดินต่อไป ในวันที่ passion ไม่ได้มากเท่าวันแรกเริ่ม

คนส่วนใหญ่มี Passion เป็นจุดเริ่มต้นของการออกมาทำบางสิ่งบางอย่าง แต่เมื่อผ่านช่วงแรกไป คนส่วนใหญ่ที่ว่ากลับหมดไฟ แล้วล้มเลิกความตั้งใจจนกลับไปยืนในจุดเดิม

เมื่อถามว่าแล้วอะไรคือสิ่งที่ทำให้เฟื่องลดา เป็นคนส่วนน้อยในหมู่คนส่วนใหญ่ ที่ไม่ได้มี Passion ในการทำงานเพียงแค่ในวันแรกเริ่ม แต่ยังคงยิ้มและมีแววตาที่สดใสในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ใหม่ ๆ มาได้นานเป็นปี ๆ อย่างทุกวันนี้ได้ สิ่งที่เธอตอบกลับเรามาก็คือ

“มันเป็นเรื่องจริงที่เมื่อผ่านวันเวลาไปได้สักพัก passion ในการทำงานก็จะลดลง ซึ่งเฟื่องเองก็เคยมีช่วงที่เหนื่อยและท้อเหมือนกันนะ

แต่ถ้าเราเหนื่อยแล้วหยุด มันไม่ได้หยุดแค่ตัวเราคนเดียวเท่านั้น เพราะมันกระทบถึงทีมงานอีก 10 กว่าชีวิตที่เขาทุ่มเทให้เรา เดินทางมาไกล ๆ จากบ้านเพื่อเข้าออฟฟิศมานั่งทำงานให้เรา

แล้วแบบนี้เราจะหยุดเพียงเพราะแค่เหตุผลว่า Passion เราลดน้อยลงได้ยังไง เพราะแม้เราจะอายุแค่ 20 กว่า ๆ แต่นั้นก็ไม่ได้หมายความว่าความรับผิดชอบของเราจะต้องน้อยตามอายุลงไปด้วย”

ไม่จำเป็นต้องเซ็กซี่ ผู้หญิงก็มีพื้นที่ในสังคมได้เหมือนกัน

นอกเหนือจากเหตุผลในเรื่องของความรับผิดชอบ อีกสิ่งที่ทำให้เฟื่องลดายังคงตั้งใจทำคอนเทนต์ใหม่ ๆ ออกมาอยู่ตลอดเวลาก็เพราะการอยากให้ผู้หญิงมีพื้นที่ในสังคม ในแง่มุมของการเป็นผู้หญิงที่ฉลาด

เพราะเป็นคนชอบสังเกตและวิเคราะห์ จนกระทั่งวันหนึ่งได้เลื่อนเจอ Instagram ของคนที่รู้จัก เฟื่องเห็นว่าใน Instagram ของคน ๆ นั้นมักจะมีรูปหนึ่งที่เป็นจุดเปลี่ยนอยู่เสมอ เช่นจากเคยได้ยอดไลค์แค่หลักร้อย ก็เปลี่ยนมาเป็นหลักพันในวันที่กล้าจะโพสต์รูปที่ตัวเองเซ็กซี่

ซึ่งคนบางกลุ่มตีค่าของยอดไลค์หลักพันนี้ เป็นการที่คนในสังคมยอมรับ หลังจากนั้นคนเหล่านี้ก็มักจะโพสต์รูปเซ็กซี่เพื่อเรียกทั้งยอดไลค์และเรียกความคนใจจากผู้คน

เพราะการถูกยอมรับในสังคม เป็นพื้นฐานความต้องการของมนุษย์, ความเซ็กซี่เป็นเรื่องที่เข้าถึงคนในสังคมได้ง่าย แต่บางครั้งความง่ายก็นี้ก็สวนทางกับคุณค่าในระยะยาวที่ผู้หญิงคนหนึ่งควรจะได้รับ และในฐานะที่เป็นผู้หญิง เฟื่องลดาจึงอยากสะท้อนให้ผู้หญิงด้วยกันเองเห็นว่า

“การถูกยอมรับในสังคม ไม่ดีมีแค่ด้านของเซ็กส์ หรือความเซ็กซี่เท่านั้น แต่ผู้หญิงอย่างเรา ๆ ก็สามารถถูกยอมรับได้ด้วยความฉลาด ความมีสมอง และนั่นก็จะเป็นการถูกยอมรับที่มีคุณค่ายิ่งกว่าการอวดเรือนร่างด้วยซ้ำไป”


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer