ปีแห่งความที่สุด เมื่อแสนสิริประกาศยอดขายสูงสุดในรอบ 34 ปี ตั้งแต่ทำแบรนด์มา

จะบอกว่านี่คือแบรนด์ที่กินเรียบแทบจะทุก Segment ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ก็คงจะไม่ผิด เพราะไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว คอนโด หรือทาวน์เฮาส์ แสนสิริก็ล้วน Success ในทุกตลาดทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด

และความสำเร็จในทุกตลาดนี้ก็ส่งผลให้ปี 2018 กลายเป็นปีแห่งที่สุดของแสนสิริ เพราะนับตั้งแต่ทำแบรนด์มาเป็นเวลากว่า 34 ปี นี่คือช่วงเวลาที่แสนสิริทำยอดขายได้มากที่สุด แม้จะผ่านมาแค่ช่วงครึ่งปีแรกเท่านั้น !

สะท้อนได้จากตัวเลขของโครงการต่าง ๆ ที่ทางแบรนด์ได้ปิดการขายไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าจะเป็นโครงการแฟล็กชิพบ้านเดี่ยวระดับซุปเปอร์ลักชัวรี่ในราคา 65-240 ล้านบาท อย่าง ‘บ้านแสนสิริ พัฒนาการ’ ที่หลังจากเปิดตัวไปเพียงแค่ 2 สัปดาห์ก็สร้างยอดขายไปได้กว่า 40% เลยทีเดียว

ซึ่งนอกจากการมีแบรนด์แสนสิรินำหน้าชื่อโครงการจนทำให้ผู้บริโภคเชื่อใจแล้ว สิ่งที่ทำให้ บ้านแสนสิริ พัฒนาการ ได้รับการตอบรับที่ดีมากขนาดนี้ ยังรวมไปถึงเหตุผลในเรื่องของทำเลที่ตั้ง ซึ่งตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ ยากที่จะหาบ้านเดี่ยวแบรนด์ไหนที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง แล้วสามารถเดินทางตัดไปยังเส้นสุขุมวิท-ทองหล่อ-เอกมัย-พระราม 9 ด้วยระยะทางที่ไม่ไกลอย่างนี้ได้ ในด้านการออกแบบ แสนสิริรังสรรค์ภายใต้ธีม Regency ซึ่งตอบโจทย์ลูกค้าที่ชอบความหรูหราในแบบฉบับของตะวันตกได้อย่างตรงจุด

มาถึงความสำเร็จใน Segment ของคอนโดกันบ้าง ความโดดเด่นในการทำตลาดคอนโดของแสนสิริ ไม่ได้มีเพียงคอนโดที่กระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงหัวเมืองตามต่างจังหวัดที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ซึ่งได้รับความสนใจจากทั้งลูกค้าที่เป็นทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

สะท้อนได้จากโครงการ เดอะ เบส เซ็นทรัล-ภูเก็ต และ ดีคอนโด แคมปัส โดม-รังสิต ที่สามารถปิดการขายได้ตั้งแต่ในวันพรีเซล

หรือกับโครงการ ลา กาซิตา หัวหิน ที่มียอดขายกว่า 90% ภายในระยะเวลาเพียงแค่ 1 เดือน ซึ่งได้รับความสนใจจากทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ

ซึ่งคอนโดโครงการต่าง ๆ นี้ ก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ภาพรวมในตลาดคอนโดของแสนสิริครึ่งปีแรกที่ผ่านมา สามารถกวายอดขายไปได้ถึง 24,000 ล้านบาท ตัวเลขดังกล่าวช่วยเสริมความมั่นใจให้กับผู้บริหาร กล้าที่จะลงทุนเปิดโครงการอีกมากมายในครึ่งปีหลัง ไม่ว่าจะเป็น

-แบรนด์ XT โครงการที่แสนสิริวาง Position เอาไว้ให้เป็นคอนโดมิเนียมแบบพรีเมี่ยม โดยมีแผนจะเปิดตัว 3 โครงการ ใน 3 ทำเลศักยภาพ ใกล้รถไฟฟ้า และใกล้เมือง อย่าง เอกมัย พญาไท และห้วยขวาง

-การเปิดตัวคอนโดภายใต้แบรนด์ Via อีกมากมายหลายโครงการ ส่วนจะมีทำเลศักยภาพที่ไหนอีกบ้าง ต้องมารอดูกันต่อไป

-เตรียมเปิดตัวคอนโด เดอะ เบส ที่มาในคอนเซปต์และทำเลพรีเมี่ยมแบบเดิมอีก 2 โครงการ บน 2 ทำเลศักยภาพ ซึ่งได้แก่ เดอะ เบส สุขุมวิท 50 และ เดอะ เบส สะพานใหม่ รวมถึง Mark My Base คอนโดคอนเซปต์ใหม่ที่อยู่ภายใต้แบรนด์เดอะ เบส ซึ่งวางแผนเปิดเพิ่มอีก 3 โครงการทั้งในกรุงเทพฯ ละภูเก็ต มีมูลค่ารวมกว่า 6,000 ล้านบาทเลยทีเดียว

อีกหนึ่งตลาดที่โดดเด่น ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยผลักดันให้ภาพรวมของแสนสิริเติบโตขึ้น นั่นก็คือตลาดทาวน์เฮาส์ในนามของ สิริ เพลส ที่สามารถกวาดยอดขายไปได้กว่า 2,300 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตที่มากถึง 62% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่แล้ว

โดยสิ่งที่ทำให้ สิริ เพลส กลายเป็นแบรนด์ที่แตกต่างจากทาวน์เฮาส์ทั่วไป นั่นก็คือการที่แสนสิริได้เข้ามาเติมเต็มช่องว่างของ Segment นี้ ด้วยการวาง Position ให้เป็นทาวน์เฮาส์แบบ Best In Class ตกแต่งแบบพรีเมี่ยม แต่มาด้วยราคาขายที่สวนทางกับงานดีไซน์ เพราะเริ่มต้นที่ 1.69 ล้านบาทเท่านั้น เรียกได้ว่าเป็นทาวน์เฮาส์สุดหรู แบบที่ยังไม่เคยมีคู่แข่งรายไหนในตลาดทำแบบนี้มาก่อน และด้วยกระแสตอบรับที่ดี จึงทำให้ภายในครึ่งปีหลัง แสนสิริ จะเปิดตัว สิริ เพลส เพิ่มอีก 2 โครงการ ส่วนจะเป็นที่ทำเลไหน คงต้องมารอดูกันต่อไป

มุ่งเน้นต่อยอด Digital Transformation

เพราะดิจิทัลได้เข้ามามีผลกระทบต่อทุกวงการ ไม่เว้นแม้แต่อสังหาริมทรัพย์ แสนสิริ จึงเอาเรื่องของเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในที่อยู่อาศัย ด้วยการจับมือกับสองยักษ์ใหญ่ทางด้านดิจิทัลอย่าง Microsoft และ AIS ด้วยการนำโลกเสมือนจริงอย่าง MR หรือ Mixed Reality มาใช้ในวงการอสังหาฯ เป็นแบรนด์แรก

เป็นการจำลองห้องจริงก่อนเข้าอยู่ เพื่อสร้างบรรยากาศและประสบการณ์ที่สมจริงก่อนตัดสินใจซื้อ ไม่ใช่แค่ในตัวห้อง แต่ MR ยังครอบคลุมไปถึงบรรยากาศรอบโครงการ เห็นได้ครบทุกมุมมอง

เตรียมเปิดตัวสมาร์ทโฮมโซลูชั่น

ไม่ใช่แค่กับ Digital Transformation แต่แสนสิริยังตอกย้ำความเป็นอสังหาริมทรัพย์แห่งอนาคตด้วยการทำสมาร์ทโฮม โซลูชั่น ให้ลูกบ้านแสนสิริสามารถเชื่อมต่อกับระบบสั่งงานของ Smart ThinQ™ ผ่าน Home Service Application ของแสนสิริ เพื่อให้ครอบคลุมในทุกมิติของการใช้ชีวิตภายใน Application เดียว

จับมือกับสตาร์ทอัพชั้นนำ เพื่อการเป็นบ้านแห่งนวัตกรรมในอนาคต

ความสำเร็จของ Siri Ventures ต่อยอดให้แสนสิริได้ร่วมมือกับเครือข่ายนวัตกรรมระดับโลกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น SOSA และ Plug and Play ซึ่งจากคอนเน็คชั่นตรงนี้ สะท้อนให้เห็นว่าในอนาคต ลูกบ้านแสนสิริ จะได้รับแนวคิดนวัตกรรมสำหรับที่อยู่อาศัย มาช่วยยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ทั้งในบ้าน คอนโด และทาวน์เฮาส์อีกมากมาย

หากจะให้ Wrap-Up พูดอย่างเข้าใจง่าย ๆ ความสำเร็จทั้งในแง่ของการเป็นผู้นำตลาด ความลักชัวรี่ของแบรนด์ และยอดขาย ไม่ได้อยู่แค่ที่คุณภาพของบ้าน ทำเลที่ตั้ง หรือการทำการตลาดของแบรนด์เท่านั้น

แต่ยังหมายถึงการพัฒนาที่อยู่อาศัยให้กับลูกค้าอย่างไม่หยุดยั้ง ไม่ว่าจะเป็นการนำเทคโนโลยีมาใส่ในตัวบ้าน นวัตกรรมต่าง ๆ ที่ทำให้ผู้อยู่อาศัยมีชีวิตที่ดีขึ้น สะดวกสบายมากขึ้น และการสร้างเครือข่ายกับองค์กรระดับโลก สตาร์ทอัพระดับโลก เพื่อการพัฒนาและต่อยอดที่ไม่หยุดยั้ง ต่อทั้งองค์กร ผู้ถือหุ้น และที่สำคัญที่สุดก็คือลูกค้าที่เป็นลูกบ้าน

และเหล่านี้ก็เป็นสิ่งที่ผลักดันให้อสังหาริมทรัพย์ในทุก Segment ของแสนสิริ ที่ไม่ว่าจะเป็นทาวน์เฮาส์ คอนโดมิเนียม หรือบ้านเดี่ยว ล้วนจัดอยู่ในระดับ Best In Class ดีที่สุด หรูหราที่สุด เมื่อเทียบกับคู่แข่งรายอื่น ๆ ที่มีอยู่ในตลาด

ครึ่งปีแรกถือว่าเป็นการเปิดปีที่สวยงามของแสนสิริ แต่ครึ่งปีหลังสิน่าจับตามองกว่า เพราะจากความสำเร็จของ 6 เดือนก่อนหน้า ทำให้แสนสิริมุ่งหน้าที่จะลงทุนเพิ่ม เปิดตัวโครงการเพิ่มมากมายในทุก Segment และแต่ละโครงการ แต่ละทำเล ก็ล้วนมีจุดเด่นที่สร้างความสั่นสะเทือนให้กับวงการอสังหาฯ

คงเป็นสิ่งที่ต้องมาลุ้นกันต่อไปว่า 6 เดือนหลังจากนี้ แสนสิริจะงัดกลยุทธ์อะไรออกมาให้เราได้ว้าวกันอีก แล้วอีก 6 เดือนต่อไป แสนสิริ ยังจะบอกว่า 2561 เป็นปีที่เป็นที่สุดของแบรนด์ได้อยู่หรือไม่ !


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer