Rapper: เศรษฐีใหม่วงการเพลงที่ทุกแบรนด์อยาก Featuring

นอกจากเป็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจในวงการโทรทัศน์ไทยครึ่งแรกปีนี้ และผ่าทางตันรายการประกวดร้องเพลงแล้ว รายการ The Rapper และ Show Me the Money ที่เพิ่งจบไป ยังเป็นการตอกย้ำถึงความนิยมของเพลง Rap และ Hip-Hop ที่แผ่ขยายครอบคลุมวงการเพลงทั่วโลก ซึ่งทำให้เพลงที่ครอง Top 5 ของพื้นที่ส่วนใหญ่บน Chart ไม่ได้มาจากนักร้องหรือวงดนตรีเท่านั้นอีกต่อไป แต่มาจากนักแร็ป (Rapper) ด้วย  

แบรนด์และนักการตลาดไม่รอช้าเดินหน้าเข้าไปหา Rapper ทั้งที่ดังแล้วและกำลังเป็นดาวรุ่ง เพื่อให้มาเป็นกำลังสำคัญใน Campaign จึงทำให้เราได้เห็นภาพ Rap Star มากมายในหนังโฆษณา และเป็น Brand Endorser สินค้าหลายประเภท ต่างจากอดีตที่เคยจำกัดอยู่แค่แบรนด์เครื่องกีฬาและเครื่องดื่ม

คงไม่มีประโยคใดจะอธิบายปรากฏการณ์ Featuring ครั้งนี้ได้ดีไปกว่า ประโยคที่สัมผัสคล้องจอง (Rhyme) ท่อนหนึ่งในเพลง เอาป่ะ! โดยขันเงินและโจอี้ บอย คู่ Rapper ไทยรุ่นใหญ่ ที่ว่า “Hip Hop นะครองเมือง Rap ระบาดเมืองสะเทือน …พวกอย่างเพียบ!”

 

พลัง Big Data พาเพลง Rap สู่ขาขึ้น     

พฤติกรรมการฟังเพลงของผู้บริโภคเปลี่ยนไปตามยุคสมัยและพัฒนาการของ Technology โดยปัจจุบันคนส่วนใหญ่ฟังเพลงแบบ Streaming และซื้อเพลงผ่านการ Download สอดคล้อง Lifestyle ที่เน้นความคล่องตัวและมี Smartphone เป็น Mobile Device ที่ต้องมีไว้ข้างกาย

ตามข้อมูลจาก Nielsen Music ระบุว่าครึ่งแรกปีนี้ ยอด Streaming ทั้งเพลงและ Music Video ในสหรัฐฯ อยู่ที่ 403,400 ล้านครั้ง โดยแนวเพลงที่ยอด Streaming มากเป็นอันดับ 1 คือ Hip-Hop, R&B และ Rap คิดเป็นสัดส่วน 31% 

ขาขึ้นของเพลง Rap และกลุ่มแนวเพลงที่มีต้นกำเนิดมาจากศิลปินผิวสีซึ่งเรียกรวมว่า Urban Music ส่งผลให้ฝ่ายสรรหาและพัฒนาศิลปิน (A&R) ของค่ายเพลง พากันกวาดตามองไปบน Streaming Platform ว่า Indy Rapper คนไหนมียอด Streaming มากเพราะมันเป็นสัญญาณว่ามีแววดัง

และเมื่อพบแล้วก็พร้อมทุ่มเงินเพื่อคว้าตัวมาเซ็นสัญญาเข้าสังกัด ยืนยันได้จากการที่ Warner Music ยอมทุ่มถึง 8 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 264 ล้านบาท) เพื่อคว้าตัว Lil Pump เข้าค่าย แม้ Rap Star ผิวขาวรายนี้มีอายุเพียง 17 ปี และมี Gucci Gang เป็นเพลง Hit เพลงเดียว

ด้าน RCA ค่ายเพลงใหญ่อีกแห่งทุ่มเงินรวม 15 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 495 ล้านบาท) เพื่อให้ได้ตัว Rapper 4 คนคือ Juice WRLD, SahBabil, Shoreline Mafia และ Lil Xan มาอยู่ในสังกัด

โดยผู้จัดการของ Rapper คนหนึ่งให้ทัศนะว่า เป็นเดิมพันที่ค่ายเพลงทุกค่ายพร้อมเสี่ยงเพราะเชื่อว่า คนใดคนหนึ่งที่คว้าตัวมาอาจดังเป็นพลุแตกหรือติดลมบนตราบเท่าที่ Rap ยังครอง Chart เพลงและครองใจคนฟัง

 

ต่อยอดเป็น Rhyme เงินล้านของทั้ง Rapper และแบรนด์

ตัวเลขหลายหลักบน Streaming Platform สร้างทั้งความโด่งดังและความสำเร็จให้ Rapper หลายคน เช่น Chance the Rapper ซึ่งสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นศิลปินคนแรกที่คว้ารางวัล Grammy ผ่าน Digital Album เมื่อปี 2017 และ Drake ทำเงินได้ 1 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 33 ล้านบาท) จากยอด Download วันแรก 302 ล้านครั้งของ Scorpion ผลงานเพลงชุดล่าสุด

ส่วนศิลปินเพลง Rap คนอื่นๆ หากมียอด Streaming หรือ Download สูงๆ แม้ไม่มากเท่า Chance the Rapper และ Drake ก็สามารถใช้เป็นใบเบิกทางหรือเพิ่มเงื่อนไขการต่อรองกับค่ายเพลงได้ อาจเป็นสัญญาฉบับใหม่หรือช่วยให้การอนุมัติจัด Concert ง่ายขึ้น

โดยหลังปรากฏตามสื่อมากขึ้นโอกาสที่จะได้ร่วมงานกับแบรนด์ดังก็ง่ายขึ้นด้วย

 

Featuring ได้ทุกแบรนด์ ได้เท่าที่ต้องการ หากไม่ขัดกับภาพลักษณ์

ในสหรัฐฯ บ้านเกิดและตลาดใหญ่สุดของเพลง Rap บรรดา Rap Star ปรากฏตัวในหนังโฆษณา เป็น Brand Ambassador หรือ Brand Endorser กันมากขึ้น โดย Drake เซ็นสัญญากับ Sprite มาหลายปี

Rapper Khalid

Khalid

ส่วน Khalid ก็ทำ Campaign ร่วมกับ Hollister (แบรนด์เสื้อผ้า) ด้าน Travis Scott ก็ทำเงินได้ไม่น้อยจากการปรากฏตัวใน Twitch–Platform ดังของเหล่า Gamer ขณะที่ Childish Gambino จับมือ Microsoft ทำ Virtual Reality Campaign รวมถึง A$AP Rocky กับ Mercedez Benz

ท่ามกลาง ‘Rapper เงินล้าน’ คนที่มั่งคั่งสุดไม่มีใครเกิน Jay-Z เพราะศิลปินเพลง Rap ผิวสีวัย 48 ปี มีแหล่งรายได้มากมาย ทั้งค่ายเพลง Roc Nation เป็น Brand Endorser ให้สินค้ามาแล้วมากมาย เช่น Reebok, Nokia, Samsung, Budweiser และ Puma Basketball

โดยแบรนด์หลังเขายังนั่งเก้าอี้ Designer ใหญ่อีกด้วย จนมีชื่อติด Top 5 ศิลปิน Hip Hop และ Rapper มหาเศรษฐีของ Forbes มาหลายปี

ในสายตาแฟนเพลง Rap ไม่มีปัญหากับการที่ศิลปินเพลง Rap ขวัญใจเป็น Presenter ให้กับแบรนด์สินค้ามากมาย เพราะแฟนเพลงต่างรู้ดีว่า Rapper แต่ละคนต้องฝ่าฟันมาเท่าไหร่กว่าจะขึ้นมาดัง และการอวดถือเป็นปกติของเพลงแนวนี้

ยืนยันจากการที่ล่าสุด Gucci ปรากฏอยู่ใน Rhyme ของเพลง Rap ต่างๆ กว่า 3,000 ครั้ง โดยมากสุดคือในเพลง Gucci Gang ของ Lil Pump มีชื่อแบรนด์หรูจากอิตาลีมากถึง 51 คำ  ทั้งที่เพลงดังเพลงนี้ยาวไม่ถึง 3 นาที

นอกจากนี้  ศิลปินเพลง Rap ส่วนใหญ่มีหัวคิดทางธุรกิจ พร้อมร่วมงานกับแบรนด์ที่ดังและมีงบ Promote ไม่ต่างจาก Startup ที่พร้อมจับมือกับ VC เพื่อผลักดัน Project ต่างจาก Rocker หรือนักร้อง นักดนตรีแนวอื่นที่ไม่เปิดกว้างในเรื่องนี้

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุก Deal ระหว่าง Rap Star กับแบรนด์ที่จะ ‘ปัง’ โดย Campaign ประชาสัมพันธ์  Game of Thrones–TV Serie ดังผ่านอัลบั้มรวมเพลง (Mixtape) ในชื่อ Catch The Throne ถูกวิจารณ์ในทางลบ

ส่วนขาขึ้นของเพลง Rap และการที่ Rapper จับมือกับแบรนด์ดัง จะอยู่อีกนานแค่ไหนนั้น มีการคาดกันว่า คงเห็นกันไปอีกนาน เพราะ Rap และ Urban Music กลายเป็นหนึ่งในเพลงกระแสหลักไปแล้ว 

และค่ายเพลงคงผลักดันเพลง Rap ออกมาอีก เนื่องจากเป็นแนวเพลงที่ขายได้มากสุดในยุค Streaming ช่วยฉุดรายได้อุตสาหกรรมดนตรีให้กลับมาเพิ่มขึ้น ชดเชยที่ร่วงหนักมาหลายปี  / rollingstone forbes, qz, wikipedia

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

 


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer