มะขามสารัช รายได้เท่าไร

ใครจะเชื่อหละว่าจากมะขามโอท็อปธุรกิจในครัวเรือนของครอบครัวหนึ่งเมื่อ 40 ปีก่อนอย่างมะขามสารัช จะกลายมาเป็นแบรนด์มะขามสารัชที่รายได้ในปีที่ผ่านมา 156 ล้านบาท

แรกเริ่มเดิมที มะขามสารัชเป็นเพียง รายได้เสริมของจินดา-สุภาลักษณ์ กมลธรไท ข้าราชการครู ที่รับมะขามมาแปรรูปในรูปแบบมะขามแก้ว มะขามแช่อิ่ม ฝากขายตามท่ารถ ติดชื่อแบรนด์ สารัช ซึ่งเป็นชื่อลูกชายคนเดียวของจินดา-สุภาลักษณ์ แต่ด้วยรสชาติที่ถูกปากทำให้ ตัดสินใจลาออกจากงานมาทำธุรกิจมะขามแปรรูปจำหน่ายอย่างจริงจัง ฝากขายตามร้านค้าทั่วไป

แต่จุดเปลี่ยนของมะขามสารัชจริงๆ คือปี 2546 หลังจากที่มะขามสารัช มีวางจำหน่ายใน 7/11 ประมาณร้อยกว่าสาขา ในเดือนแรกยอดขายมะขามสารัชใน 7/11 สูงมากถึง 8 แสนบาท

ส่วนจุดที่เป็นเทิร์นนิ่งพอยต์ของมะขามสารัช อีกจุดหนึ่งคือในปี 2551 ได้ออกสินค้ามะขามจี๊ดจ๊าด ซึ่งเป็นมะขามรสเปรี้ยวนำ วางจำหน่ายใน 7/11 เป็นหลัก โดยปีแรกมะขามจี๊ดจ๊าดได้ผลักดันให้รายได้ของสารัชมาร์เก็ตติ้งสูงถึง 80 ล้านบาท เติบโตจากปี 2550 ถึง 100%

วันนี้มะขามสารัชมีราชได้ 156 ล้านบาท บริหารโดยสารัช กมลธรไท ทายาทรุ่นที่ 2 ได้พัฒนาสินค้าและการตลาดทั้งหมด รวมถึงการปิดรับ OEM ให้กับผู้สนใจ โดยเขาได้วางกลยุทธ์การเติบโตของธุรกิจไว้ 4 แนวทางได้แก่

1.คุณภาพต้องมาก่อน – การแข่งขันในธุรกิจมะขามแปรรูปมีการแข่งขันกันรุนแรง เพราะเป็นสินค้าที่ใครๆ ก็ทำได้ สารัชได้มองว่าความแตกต่างของมะขามสารัชจริงๆ คือคุณภาพและรสชาติ เพราะใช้มะขามจากเพชรบูรณ์เมืองมะขามอร่อย ในโลโก้ระบุอย่างชัดเจนว่า มะขามเพชรบูรณ์ พร้อมปีก่อตั้ง เพื่อยืนยันถึงที่มา และรสชาติที่อยู่คู่คนไทยมายาวนานตั้งแต่ปี 2525

2.หาซื้อสะดวก – จากการมองความอยากกินมะขามของผู้บริโภค เมื่ออยากแล้วต้องได้กินทันที และถ้าไปในร้านค้าแล้วไม่เห็นแบรนด์สารัชก็อาจจะซื้อแบรนด์อื่นมาทดแทน สารัชจึงเน้นการกระจายมีจำหน่ายในร้านสะดวกซื้อ ห้างสรรพสินค้า และร้านค้า ทั่วประเทศ ดักผู้บริโภคทุกช่องทาง อยากที่ไหนก็มีสารัชให้ทานที่นั่น

3.มีความหลากหลาย – ปัจจุบันมีสินค้าภายใต้แบรนด์สารัชมากกว่า 30 ประเภท ที่ไม่ใช่เพียงมะขาม แต่ยังมีมะม่วง มะยมในรูปแบบต่างๆ ตอบความต้องการลูกค้าที่แตกต่าง แต่มะขามจี๊ด และมะขามเคี้ยวหนึบเป็นสินค้ายอดนิยมสูงสุด

4.ใช้สื่อออนไลน์ในการสื่อสาร มีการทำ Facebook สื่อสารถึงกลุ่มเป้าหมาย และเป็นหน้าร้านออนไลน์ให้ผู้บริโภคที่สนใจสินค้าบางประเภทที่หาซื้อทั่วไปไม่ได้

 

จี๊ดจ๊าดเหมือนกันแต่เป็นมะขามเคี้ยวหนึบ

ความจริงแล้วในตลาดมะขามแปรรูป แบรนด์ที่น่าสนใจอีกแบรนด์หนึ่งคือ จี๊ดจ๊าด ผู้สร้างตำนานมะขามเคี้ยวหนึบใส่กระปุกของ ภูวเดช เลาหะมณฑลกุล ที่เข้าสู่ธุรกิจมะขามแปรรูปเพราะความชอบทานมะขามเป็นการส่วนตัว และมองว่าการทานมะขามมีความลำบากในการแกะและมีเมล็ดที่ต้องคาย จึงคิดทำมะขามหนึบหนับขึ้นมาภายใต้ชื่อแบรนด์จี๊ดจ๊าดซึ่งมาจากชื่อเล่นของลูกสาวที่ชื่อจี๊ด

แม้จะชื่อเรียกจี๊ดจ๊าดเหมือนกัน แต่ก็ไม่เหมือนกัน โดยมะขามจี๊ดจ๊าดได้สร้างตลาดด้วยการเน้นมะขามเคี้ยวหนึบหลากรสชาติ ทั้งรสชา น้ำผึ้ง พริกเกลือ รวมถึงแปรรูปผลไม้อื่นๆ อย่างสับปะรด มะม่วงเป็นรูปแบบเคี้ยวหนึบ และยังมีลูกอมเคี้ยวหนึบใส่เนื้อผลไม้เช่น ลิ้นจี่ สับปะรด เมลอน ในชื่อ Fruit 10

โดยมะขามทั้ง 2 แบรนด์นี้มีเทิร์นนิ่งพอยต์ที่เหมือนกันคือการเข้าไปจำหน่ายใน 7/11 โดยจี๊ดจ๊าดได้ใช้เวลา 2 ปีในการเข้า 7/11 สร้างยอดจำหน่ายเติบโตทั่วประเทศเช่นกัน