The Battle : The Mask Singer 3 หน้ากากที่ไม่ wow กับ เสียงร้องที่แผ่วลง

“เมื่อถึงจุดสูงสุด ก็ต้องเดินลงมา” น่าจะเป็นโจทย์ที่รายการ The Mask Singer กำลังเผชิญแล้วคิดหนักอยู่ ณ เวลานี้

เพราะหากย้อนกลับไปเดือนมีนาคมปีที่แล้ว The Mask Singer Season แรกถือเป็นหมัดน็อค ช่อง 7 และช่อง 3 เพราะนี้เป็นครั้งแรกที่ WORKPOINT สามารถมีเรตติ้งสูงถึง 13.84 แซงหน้าละครดังของ 2 ช่องใหญ่ในช่วงเวลา primetime

แต่เวลานี้ The Mask Singer ที่เดินทางมาถึง Season 3 กำลังเดินตามเส้นทางชะตากรรมเดียวกับที่รายการร้องเพลงอื่นๆ ต้องเจอ นั้นคือเรตติ้งตกฮวบอย่างน่าใจหาย

เรตติ้ง the mask singer

ไม่มีใครปฎิเสธว่าเวที The Mask Singer เป็นอะไรที่ “จัดเต็ม” ทั้งแสง สี เสียง วงดนตรี และอีกสารพัด โปรดักส์ชั่นอลังการ จนขึ้นแท่นอันดับ 1 เป็นเวทีประกวดที่เริ่ดหรูที่สุดในบรรดารายการประกวดร้องเพลงในบ้านเรา เมื่อบวกกับการยิงมุขตลกของบรรดากรรมการและ “ความลับใตัหน้ากาก” จึงทำให้คนตามลุ้นตามดูทุกสัปดาห์

ความถี่ ทำให้เกิดความเบื่อ

แต่อะไรที่มีความถี่ต่อเนื่อง ผู้ชมก็เบื่อง่ายเหมือนกันยิ่ง The Mask Singer ไม่เคยหยุดพักพอจบ Season แรกปุ๊บ ไม่กี่สัปดาห์ก็เริ่ม Season ใหม่ทันที

พูดง่ายๆ The Mask Singer ไม่ทิ้งเวลาให้ผู้ชมคิดถึงแล้วเฝ้ารอชม Season หน้าอย่างใจจดใจจ่อ เป็นความผิดพลาดของรายการที่ไม่เล่นกับจิตวิทยาของผู้ชมทั่วประเทศ

เพราะเมื่อผู้ชมรู้สึกเพิ่งอิ่มกับรายการนี้ เพียงไม่นานก็มีการเสิร์ฟอาหารรสชาติเดิมๆ มาให้ทานอีก จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่ผู้ชมจำนวนไม่น้อยเลือกจะกดรีโมทเพื่อไปชิมอาหารรสชาติอื่นๆ

ที่นี้หลายคนอาจคิดว่าก็เปลี่ยนแปลงรูปแบบรายการให้ไม่หยุดนิ่ง น่าจะเป็นอีกหนึ่งทางออกที่ดี ให้แต่ละ Season มีความแตกต่างกันออกไป เพื่อใช้เป็นแม่เหล็กดึงดูดผู้ชม

เป็นเรื่องที่ยากมากเพราะอย่าลืมว่า The Mask Singer เป็นการซื้อลิขสิทธิ์มาจากบริษัท Munhwa Broadcasting Corporation (MBC) จากประเทศเกาหลีใต้ เพราะฉะนั้นหาก WORKPOINT ต้องการจะดัดแปลงรูปแบบรายการก็ต้องส่งเรื่องไปที่เจ้าของลิขสิทธิ์พิจารณาว่าจะอนุมัติหรือไม่

เมื่ออยู่ภายใต้กฎเหล็กนี้สิ่งที่ The Mask Singer ทำได้ก็คือการสร้าง Content ที่คนคาดไม่ถึง เพราะที่ผ่านมาต้องบอกว่าผู้เข้าแข่งขันที่อยู่ภายใต้หน้ากาก ส่วนใหญ่นั้นผู้ชมคาดเดาได้หมดว่าเป็นใคร ทำให้ไม่มีการติดตามต่อเนื่อง เพราะฉะนั้นทีมงานต้องหาดารา นักร้อง ที่ยากจะคาดเดา

ตัวอย่างที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ “รถเมล์ คะนึงนิจ” หน้ากากน้อยหน้า หรือจะเป็น “ไอซ์ ปรีชญา” หน้ากากหมอนข้าง ซึ่งพอเปิดหน้ากากออกมาเกิดกระแส Wow ให้คนพูดถึงใน facebook    

ร้องเพลงเกลื่อนจอ ผลกระทบทางอ้อม

อีกทั้งหากไล่นับนิ้วรายการร้องเพลงในยุคทีวีดิจิตอลรวมกันทุกช่องน่าจะมากกว่า 30 รายการ เพราะแค่นับเฉพาะช่อง Workpoint ก็มีเกือบๆ 10 รายการ เหตุผลที่รายการประกวดร้องเพลงเกลื่อนหน้าจอ ก็คงหนีไม่พ้นโฆษณาที่ยังขายได้กับรายการประเภทนี้ 

ทำให้มีผู้ชมจำนวนหนึ่งเริ่มเบื่อหน่ายกับรายการประเภทนี้ ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดก็คือ The Voice ที่ใน Season 4 มีค่าเฉลี่ยเรตติ้ง 4.587 ล่าสุดใน Season 6 อยู่ที่ 3.65 

สุดท้ายคงต้องตามลุ้นว่า The Mass Singer ใน Season 4 ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตจะ “พลิกเกม” กลับมามีเรตติ้งเหมือนในช่วง Season แรก และ สอง ได้หรือไม่ ?

แต่หากดูเส้นกราฟชีวิตรายการประเภทนี้  เมื่อเรตติ้งหล่นหาย ก็ยังไม่เคยมีใครที่กลับมายืนอยู่จุดสูงสุดเหมือนอย่างใน Season แรก

ถ้าไม่เชื่อ! ก็ลองดูรุ่นพี่ยุคบุกเบิกอย่าง The Star หรือ True AF  เป็นตัวอย่าง


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline

 

 

 

 


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer