ปลุกความคิดสร้างสรรค์จากวิธีที่ยังถูกมองข้าม

คงผิดจากนี้ไปไม่มาก หากจะกล่าวว่าความคิดสร้างสรรค์ขับเคลื่อนโลก เพราะ Gadget และ Campaign ส่วนใหญ่ ล้วนเกิดจากการปรับแต่ง ขยับขยาย มองมุมใหม่หรือสร้างอะไรให้ต่างกว่าเดิม แต่เป็นที่รู้กันว่ากว่าจะได้ใช้ Gadget ล้ำๆ และ Campaign เรียกเสียงฮือฮา กว่าจะปิดงานได้เหล่า Creative นักออกแบบ และ Copy Writer ต้องเผชิญความยากลำบากขนาดไหน โดยนี่คือวิธีของคนที่ใช้ Creative Idea เลี้ยงชีพ ผ่าทางตันความคิดได้ทุกครั้งซึ่งยังถูกมองข้าม

ตั้งข้อจำกัด หลายครั้งการปล่อยให้จินตนาการโลดแล่นได้อย่างอิสระไม่ติดกรอบอะไร ก่อให้เกิดความคิดดีๆ และเทคโนโลยีใหม่มามากมาย แต่มีก็ไม่น้อยที่ Idea บรรเจิดเกิดขึ้นภายใต้ข้อจำกัด เช่นกฏระเบียบ ทรัพยากรที่มีอยู่น้อยหรือเวลาที่กระชั้นเข้ามา โดย Jeff Bezos ผู้ก่อตั้งและประธานบริหาร (CEO) Amazon เป็นคนหนึ่งที่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ผ่านทัศนะที่ว่า “ข้อจำกัดผลักดันให้เกิดนวัตกรรม” ดังนั้นคุณควรขอบคุณหัวหน้าที่สั่งให้ทำงานแต่มีเครื่องไม้เครื่องมือน้อย หรือลูกค้าที่อยากได้สุดยอดงานแต่มีงบให้จำกัด เพราะนี่คือวิธีปลุกความคิดสร้างสรรค์ได้ดีที่สุด

ต่อยอด Idea อยู่เสมอ – คนที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์เลี้ยงชีพ ไม่เคยปล่อยสมองให้อยู่นิ่ง แม้กระทั่งช่วงที่เบื่อๆ เซ็งๆ หัวไม่ค่อยแล่น พวกเขาก็ยังคิดนั่น เขียนโน่น วาดนี้อยู่ตลอด ยืนยันได้จากนักเขียนที่มักพิมพ์หรือเขียนคำในหัวออกมาบนหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือกระดาษ เพราะเชื่อว่าหากรวมกันเป็นประโยคแล้วอาจกลายเป็นโครงเรื่องงานเขียนชิ้นใหม่ หรือ Designer ที่บางครั้งสร้างผลงานพลิกวงการได้จากการปรับเปลี่ยน ต่อยอดจากงานเก่าของตัว รวมไปถึงเปลี่ยนแบบ 360 องศาไปเลย

ใช้ความไม่รู้เป็นจุดเริ่มต้น – วิธีต่อมาที่สามารถปลุกความคิดสร้างสรรค์ได้เช่นกันคือตัดคำว่า “ไม่” ออกไปจากพจนานุกรมส่วนตัว ใช้ความไม่รู้เป็นจุดเริ่มในการเรียนรู้สิ่งใหม่ และศึกษาฝึกฝนจนชำนาญ เหมือนกับ Arnold Schwarzenegger ที่พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส โดยนักแสดงกล้ามโตรุ่นเก๋า เผยถึงเรื่องนี้ไว้ใน “Total Recall : My Unbelievably True Life Story– หนังสือชีวประวัติว่า สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ได้บทนำในหนัง Conan The Barbarian เพราะได้เรียนรู้การขี่ม้าอย่างจริงจังจนชำนาญ หลังตอบผู้กำกับอย่างมั่นใจว่าขี่ม้าได้เมื่อถูกถาม ทั้งที่ก่อนหน้านั้นไม่เคยขี่ม้ามาก่อนเลย

เข้าหาคนที่พูดตรง – “หวานเป็นลม ขมเป็นยา” ยังสามารถนำมาปรับใช้กับบริบทด้านความคิดสร้างสรรค์ได้เช่นกัน เพราะการได้รับคำชื่นชมมากเกินไป คุณอาจหลงคิดไปว่า ผลงานที่ออกมานั้นเลิศเลอจนเหลิงและหยุดพัฒนา ต่างจากทัศนะจากคนพูดตรง ซึ่งทั้งคำติ คำชม จากพวกเขามีความจริง และเป็นแรงผลักดันให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ และแก้ไขจุดบกพร่องอยู่เสมอ จำไว้ว่าการมองโลกตามความจริง ชมเมื่อทำดี ไม่ดีก็ติ ย่อมดีกว่าการมองโลกสวยลวงตา ที่ต้องเจอความจริงอันโหดร้ายเมื่อฟองสบู่แตก / themuse


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer