Epson VS Canon เมื่อ 2 ผู้นำขอดวลใน ตลาดหมึกแท็งก์

ตลาดพรินเตอร์จะแข่งขันกันรุนแรงไปทำไม อาจจะมีคนสงสัย เพราะเมื่อดูจากตัวเลขจำนวนยอดขายพรินเตอร์ในประเทศไทย ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จำนวนพรินเตอร์ที่ถูกจำหน่ายออกไปแต่ละปีมีเพียง 1.3 ล้านเครื่องบวก/ลบ เล็กน้อยเท่านั้น

เพราะภายใต้จำนวนเครื่องพรินเตอร์ที่ทรงตัว กลับมีการเติบโตซ่อนอยู่ในนั้น เพราะตลาดนี้มีการเติบโตด้านมูลค่าที่เพิ่มสูงขึ้นทุกๆ ปี เฉลี่ยปีละ3-4% โดยปีที่ผ่านมามีมูลค่าอยู่ที่ 4.5 พันล้านบาท

 

สิ่งที่ทำให้สภาพตลาดเป็นเช่นนี้มาจาก

1.ตลาด Consumer การใช้งานพรินเตอร์มีการหดตัวลง จากผู้ใช้ตามบ้านที่ใช้โซเชียลมีเดีย และดิจิทัลแพลตฟอร์มส่งข้อมูลให้กันแทนการพรินเตอร์ออกมาเหมือนเมื่อก่อน ทำให้ตลาดนี้มีการใช้งานกระจุกตัวอยู่ที่นักเรียน นักศึกษาที่จะต้องทำรายงานส่งครูเป็นหลัก

ส่วนตลาด Business มีการเติบโตขึ้น จากการเห็นความสำคัญของพรินเตอร์ที่ช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น และส่วนใหญ่แล้วในกลุ่มพรินเตอร์ Business จะมีราคาสูง จากความต้องการในการใช้งานฟีเจอร์ในพรินเตอร์ที่มากกว่าโฮมยูส

พรินเตอร์ไทย เทรนด์พรินต์หมึกแท็งก์มาแน่ Ink Tank Ink Cartridge Laser Q2/16 28% 37% 27% Q3/16 38% 39% 25% Q4/16 32% 31% 29% Q1/17 41% 28% 28% Q2/17 45% 36% 27% Q3/17 38% 29% 26% Q4/17 46% 36% 25% Q1/18 37% 30% 27% Q2/18 47% 30% 23% * Ink Cartridge พรินเตอร์อิงค์เจ็ททั่วไปที่ไม่ใช่หมึกแท็งก์ ที่มา : เอปสัน, กันยายน 2561

2.ตลาดพรินเตอร์ขยับเข้าไปสู่ การแข่งขันในตลาดมิด-ไฮเอนด์ ในเครื่องพรินเตอร์อิงค์เจ็ทระบบแท็งก์ที่มีระดับราคามากกว่า 3พันบาทขึ้นไป แต่มีต้นทุนการพิมพ์ต่อแผ่นถูก จากผู้ผลิตพรินเตอร์ทุกแบรนด์ มีการนำเสนอพรินเตอร์อิงค์เจ็ทระบบแท็งก์ออกมาแข่งขันในตลาด เจาะกลุ่มผู้ใช้ที่เน้นการพิมพ์จำนวนมาก

สิ่งที่ทำให้ผู้ผลิตหันมาแข่งขันในพรินเตอร์อิงค์แท็งก์เพราะการมองเห็นโอกาสทางการตลาดในการขายหมึกพิมพ์ ที่จะสร้างกำไรให้กับธุรกิจได้มากกว่าเครื่องพรินเตอร์วนรูปแบบ Ink Cartridge  เครื่องพรินต์ราคาถูกแต่หมึกพิมพ์มีราคาแพง ที่เคยเป็นตลาดที่มีการแข็งขันกันสูงในอดีตมาก่อน

ซึ่งตลาด Ink Cartridge  มีข้อเสียให้กับธุรกิจผู้ผลิตพรินเตอร์คือแบรนด์พรินเตอร์แข่งขันกันลดราคาตัวเครื่องเพื่อหวังว่าจะขายหมึกพิมพ์ที่มีราคาแพงได้

แต่กลายเป็นว่า ผู้ซื้อบางส่วนนำเครื่องพรินเตอร์ประเภทนี้ ไปโมติดตั้งหมึกแท็งก์เถื่อน เพื่อความประหยัด และทำให้ Lifecycle ของพรินเตอร์อยู่ได้เพียง 1-2 ปีเท่านั้น

ส่วนปัจจุบัน  Lifecycle ของพรินเตอร์ประมาณ 4-5 ปี

 

เทรนด์พรินเตอร์เซาท์อีสเอเชีย Ink Tank Ink Cartridge Laser Q2/16 33% 45% 22% Q3/16 36% 39% 24% Q4/16 32% 44% 24% Q1/17 35% 44% 21% Q2/17 40% 38% 23% Q3/17 43% 35% 22% Q4/17 42% 38% 20% Q1/18 39% 41% 20% Q2/18 49% 32% 18% * Ink Cartridge พรินเตอร์อิงค์เจ็ททั่วไปที่ไม่ใช่หมึกแท็งก์ ที่มา : เอปสัน, กันยายน 2561

 

 

อิงค์ระบบแท็งก์ เกมที่รุนแรงทุกลมหายใจ ใน ตลาดพรินเตอร์ 2018

เมื่อเป็นเช่นนั้นจะเห็นได้ว่าในตลาดของพรินเตอร์อิงค์เจ็ทระบบแท็งก์ มีการแข่งขันอย่างรุนแรงมากขึ้น จากแบรนด์คู่แข่งที่หันมาพัฒนาพรินเตอร์อิงค์เจ็ทระบบแท็งก์ออกมาช่วงชิงตลาดด้วยกันหลากรุ่น หลายระดับราคา

ตลาดพรินเตอร์ไปอยู่ไหน 2017 1H/2018 Consumer 286,572 เครื่อง (22%) 139,537 เครื่อง (21%) SME /Soho 692,011 เครื่อง (52%) 342,650 เครื่อง (52%) Medium Business 179,052 เครื่อง (13%) 83,965 เครื่อง (13%) Large/Government 174,149 เครื่อง (13%) 87,371 เครื่อง (13%) Total 1,331,784 เครื่อง 653,523 เครื่อง ที่มา : Marketeer รวบรวม, กันยายน 2561

โดยในแต่ละตลาดจะมีการแข่งขันที่แตกต่างกันไป

ในตลาด Consumer ที่ใช้งานพรินเตอร์ในรูปแบบ Home Use จะแข่งขันกันที่ราคาของตัวเครื่องพรินเตอร์ และความคุ้มค่าในการใช้งาน

ตลาดกลุ่ม Business ที่ซื้อพรินเตอร์ไปใช้ตามองค์กรต่างๆ ทั้ง SME ไปจนถึง Corporate และ Government แข่งขันกันเรื่องความเร็วในการพิมพ์งาน

โดยก่อนหน้านั้น ตลาดพรินเตอร์ในองค์กรส่วนใหญ่จะเป็น ตลาดพรินเตอร์เลเซอร์เกือบทั้งหมด จากต้นทุนต่อแผ่นที่ถูกกว่า และให้ประสิทธิภาพการพิมพ์ที่เร็วกว่าอิงค์เจ็ทหลายเท่า

แต่เมื่อยุคสมัยได้เปลี่ยนไป พรินเตอร์อิงค์เจ็ทมีการพัฒนาความทนทานในการใช้งาน และความเร็วในการพิมพ์อย่างต่อเนื่องเทียบเท่าพรินเตอร์เลเซอร์ รองรับการทำงานในรูปแบบ Work Station มีเทคโนโลยีบรรจุหมึกพิมพ์ในรูปแบบระบบหมึกแท็งก์ ทำให้ต้นทุนต่อแผ่นถูกว่าพรินเตอร์เลเซอร์ประมาณ 10 เท่า และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม

เมื่อเป็นเช่นนี้ทำให้พรินเตอร์อิงค์เจ็ทระบบแท็งก์ เริ่มเข้าไปเป็นทางเลือกให้กับผู้ใช้งานมากขึ้น

นอกจากการแข่งขันแล้ว ความท้าทายของแบรนด์ที่จะนำอิงค์เจ็ทระบบแท็งก์ เข้าไปเจาะกลุ่มองค์กร โดยเฉพาะองค์กรขนาดกลางและใหญ่คือ การเปลี่ยนความเชื่อของฝ่ายจัดซื้อให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการใช้งานที่เปลี่ยนไปของระบบอิงค์เจ็ท

และตลาดมืออาชีพ จะแข่งขันกันในเรื่องฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์การใช้งานเฉพาะกลุ่ม เช่นพรินเตอร์ขนาด A3 เป็นต้น

 

Ink Tank เริ่มกินทุกตลาด Consumer 2017 1H/2018 Laser 1,819 เครื่อง (1%) 416 เครื่อง (0%) Ink Cartridge 59.354 เครื่อง (21%) 21,251 เครื่อง 23% Ink Tank 225,399 เครื่อง (79%) 106,870 เครื่อง (77%) SME/Soho 2017 1H/2018 Laser 148,651 เครื่อง (21%) 64,860 เครื่อง (19%) Ink Cartridge 153,984 เครื่อง (22%) 91,926 เครื่อง (27%) Ink Tank 389,376 เครื่อง (56%) 185,864 เครื่อง (54%) Medium Business 2017 1H/2018 Laser 85,705 เครื่อง (48%) 38,253 เครื่อง (46%) Ink Cartridge 17,498 เครื่อง (10%) 9,695 เครื่อง (12%) Ink Tank 75,849 เครื่อง (42%) 36,017 เครื่อง (43%) Large/Government 2017 1H/2018 Laser 115,808 เครื่อง (66%) 60,532 เครื่อง (69%) Ink Cartridge 18,732 เครื่อง (11%) 6,990 เครื่อง (8%) Ink Tank 39,6090 เครื่อง (23%) 19,849 เครื่อง (23%) * Ink Cartridge พรินเตอร์อิงค์เจ็ททั่วไปที่ไม่ใช่หมึกแท็งก์ ที่มา : Marketeer รวบรวม, กันยายน 2561

เมื่อตลาดพรินเตอร์อิงค์เจ็ทระบบแท็งก์มีสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่งในตลาดพรินเตอร์รวม แข่งขันกันทุกเซ็กเมนต์เพื่อชิงความเป็นหนึ่งมากขึ้น

เกมการแข่งขันตลาดนี้ จึงมีความหมายมากกว่าเดิม

เพราะในตลาดนี้มีเอปสันเป็นเบอร์หนึ่งในตลาดอิงค์ระบบแท็งก์ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา ค่อย กินส่วนตลาดพรินเตอร์อิงค์เจ็ทรวมที่มีแคนนอนผู้ครองความเป็นหนึ่งในตลาดมาอย่างยาวนานถึง 17 ปี ซ้อน

แล้วเกมนี้ ทั้งคู่จะทำอย่างไร

ส่วนแบ่งตลาดพรินเตอร์อิงค์แท็งก์ Epson 50% Brother 21% Canon 20% HP 9% *Q1/18 ที่มา : Marketeer รวบรวม, กันยายน 2561ตลาดรวมพรินเตอร์อิงค์เจ็ท จำนวนเครื่อง มูลค่า Canon 41% 32% Epson 25% 31% Brother 20% 18% HP 13% 16% Etc. 1% 3% 980,000 เครื่อง 4,500 ล้านบาท ที่มา : Marketeer รวบรวม อ้างอิง IDC, 2561 (มกราคม-ธันวาคม 2560)

 

รีแบรนด์สู่ Eco สร้างความต่างในการจดจำ

ในประเทศไทย เอปสันมียอดจำหน่ายพรินเตอร์ระบบแท็งก์สะสมรวมกันทั้งสิ้น 1.5 ล้านเครื่อง ถือว่าเป็นตลาดที่ค่อยข้างใหญ่ และมีส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ1 ตลอด 8 ปีซ้อน นับตั้งแต่เปิดตัวพรินเตอร์อิงค์แท็งก์ในประเทศไทย

และเพื่อฉลองยอดจำหน่ายครบ 1.5 ล้านเครื่อง ในประเทศไทย เอปสันต้องการเพิ่มส่วนแบ่งตลาดอีก 2-3% ในตลาดพรินเตอร์อิงค์เจ็ทระบบแท็งก์

และเพิ่มส่วนแบ่งตลาดในพรินเตอร์อิงค์เจ็ทรวมเป็น 31-32% จาก25% ในปีที่ผ่านมา

ซึ่งเป้าหมายนี้ ยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการด้านการขายและการตลาด บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) มั่นใจว่า ทำได้อย่างแน่นอน เพราะนับตั้งแต่เมษายน-กันยายน 2561 เอปสันมีการเติบโตมากถึง 3-4% ในตลาดพรินเตอร์อิงค์แท็งก์

ส่วนเป้าหมายของการรักษาความเป็นผู้นำของเอปสันคือการไปกินตลาดเลเซอร์พรินเตอร์ และการเข้าไปกินตลาดของคู่แข่งผ่าน กลยุทธ์ 3 ประการ ได้แก่

1.ที่ผ่านมา เอปสันมีลูกค้ากลุ่ม SME เป็นตลาดหลักของพรินเตอร์ระบบแท็งก์ ด้วยสัดส่วนยอดจำหน่ายมากถึง 50% ของยอดจำหน่ายทั้งหมด

ในปีนี้เอปสันจึงต้องการขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มอื่นๆ มากด้วย ด้วยการออกสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยไตรมาสสุดท้ายของปีนี้มีการออกพรินเตอร์รุ่นใหม่ พร้อมกัน 5 รุ่น

โดยมีอิงค์เจ็ทระบบแท็งก์สำหรับงานพิมพ์ขาว-ดำ ออกมาทำตลาดเพื่อเจาะกลุ่มองค์กรเป็นครั้งแรก

ซึ่งการที่เอปสันออกพรินเตอร์ขาว-ดำ ออกมาทำตลาด เพราะมองเห็นพฤติกรรมการใช้งานขององค์กร ที่บางแผนกมีการใช่งานพิมพ์ขาว-ดำเพียงอย่างเดียว และที่ผ่านมาพรินเตอร์ระบบแท็งก์ไม่สามารถตอบโจทย์จุดนี้ได้ ทำให้องค์กรยังคงเลือกซื้อพรินเตอร์เลเซอร์ขาว-ดำ ที่เคยใช้เป็นประจำแทน

2.รีแบรนด์ดิ้งพรินเตอร์ระบบแท็งก์ในกลุ่ม L-Series จากเรียกพรินเตอร์ในกลุ่มนี้ว่าแท็งก์แท้ เป็นพรินเตอร์อีโค แท็งก์ เพื่อสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง

3.มีการทำตลาดอย่างต่อเนื่อง ผ่านแคมเปญการตลาดในรูปแบบต่างๆ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าด้วยการรับประกัน พรินเตอร์ทุกชิ้นส่วน 2 ปี สำหรับ L-Series ทุกรุ่น ยกเว้นพรินเตอร์รุ่นขาว-ดำ ที่รับประกัน 5 ปี

 

แท็งก์แท้ น้องใหม่ ยังไงก็ดีกว่า

เมื่อตลาดเปลี่ยนไป แคนนอน ผู้นำในตลาดพรินเตอร์อิงค์เจ็ทมาอย่างยาวนาน ได้รักษาความเป็นผู้นำตลาดรวมที่มีส่วนแบ่งตลาดมากถึง 41% ที่มาพร้อมกับยอดขาย 403,142 เครื่อง

ด้วยการรักษาตลาดพรินเตอร์ระบบ Ink Cartridge ซึ่งเป็นตลาดที่เอปสันแทบจะไม่มีพรินเตอร์เข้าทำตลาด

ไปพร้อมๆ กับรุกตลาดพรินเตอร์ระบบอิงค์แท็งก์ ด้วยการเปิดตัวพรินเตอร์อิงค์เจ็ทระบบแท็งก์รุ่นใหม่ที่ปรับปรุงนวัตกรรมและเทคโนโลยีให้มีความทันสมัยมากขึ้น เช่นการมีปุ่ม Direct สำหรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ทดีไวซ์ แผ่นซับหมึกให้มีขนาดใหญ่ขึ้น

โดยในครึ่งปีหลัง2018 แคนนอนได้เปิดตัวพรินเตอร์ระบบอิงค์แท็งก์ ออกมาทำตลาดพร้อมกัน 4 รุ่น เจาะกลุ่ม นักเรียน นักศึกษา, กลุ่มSMEและStart up, กลุ่มพนักงานออฟฟิศและภาคธุรกิจ

พร้อมสื่อสารการตลาดด้วยคอนเซ็ปต์  “แท็งก์แท้น้องใหม่ยังไงก็ดีกว่า” ผ่านภาพยนตร์โฆษณาและสื่ออื่นๆ เพื่อสื่อถึงพรินเตอร์รุ่นใหม่ที่เปรียบเสมือนน้องใหม่ไฟแรงที่อัดแน่นด้วยประสิทธิภาพที่มากขึ้น

 

ทั้งนี้ ในปีหน้า เชื่อว่าตลาดพรินเตอร์ระบบแท็งก์ คงได้สู้กันดุเดือดเลือดข้นกันมากกว่านี้ เพราะตลาดนี้ได้กลายเป็นเกมที่คู่แข่งทุกรายเชื่อว่าจะเข้ามาสร้างรายได้ให้กับบริษัทได้อย่างยาวนานในอนาคต เพราะในตลาดพรินเตอร์รวม4,500 ล้านบาท มากกว่า 60% คือมูลค่าที่มาจากพรินเตอร์ระบบแท็งก์


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer