สิ้นสุดการรอคอย กับ A space MEGA 2 ‘พื้นที่’ ที่ให้คุณเพลินไปกับการใช้ชีวิตแบบฉบับ MEGACITY

“นาทีนี้” ในวงการอสังหาฯ หากมีใครกล่าวถึง “ย่านบางนา” เรื่องของเมกะโปรเจ็กต์อย่างโครงการ MEGACITY น่าจะเป็นประเด็นฮอตที่สุดที่ทุกคนต้องหยิบยกขึ้นมาคุยกัน

โครงการ MEGACITY บางนา “ไม่ใช่ใหญ่แต่ไซส์” เพราะพื้นที่กว่า 400 ไร่ของโครงการกำลังจะถูกเนรมิตให้เกินกว่าคำว่าบิ๊กโปรเจ็กต์ไปไกล… ตัวโครงการถูกสร้างขึ้นจากแนวความคิดในการพัฒนาพื้นที่แบบ Mixed-use development

นั่นหมายความว่าพื้นที่นี้จะประกอบทั้งพื้นที่ที่เป็นแหล่งช้อปปิ้ง โซนร้านอาหาร ไลฟ์สไตล์ช็อป โซนออฟฟิศ Co-Working Space พื้นที่สีเขียว โรงเรียน รวมถึงที่สำคัญที่สุดคือ โซนที่อยู่อาศัย (Residential)

ใช่แล้ว!… แนวความคิดของ MEGACITY บางนา คือ “เมือง” ที่อยู่ในเมืองใหญ่อีกที บริเวณพื้นที่ที่ว่าจึงได้ถูกจัดสรรให้เพียบพร้อมด้วย Facility ต่างๆ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของชีวิตคนเรา

เรียกได้ว่าคุณสามารถใช้ชีวิตในโครงการได้ตั้งแต่ตื่นนอน ออกไปทำงาน ส่งลูกไปเรียน ออกไปสังสรรค์ ไปออกกำลังกาย พื้นที่สำหรับพักผ่อนอยู่อาศัย หรือจะออกไปหาของกินอร่อยๆ และอีกหลากหลายกิจกรรม

ด้วยความที่มีจุดเริ่มต้นที่แข็งแกร่งอย่างโซนพื้นที่เดิมของห้างขนาดใหญ่อย่าง Mega บางนา โซนร้านอาหารอย่าง Mega food Walk บวกกับศูนย์เฟอร์นิเจอร์อุปกรณ์แต่งบ้านครบวงจรอย่าง IKEA บางนา…

ส่งผลให้การต่อยอดที่พัฒนาโครงการ MEGACITY ด้วยการเพิ่ม Facility สำคัญต่างๆ ตามหลักการพัฒนาพื้นที่แบบมิกซ์ยูสลงไป เพื่อเปลี่ยนให้โลเคชั่นนี้ให้กลายเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของคนกรุงเทพฝั่งตะวันออก รวมทั้งจังหวัดใกล้เคียงอย่างสมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา จึงไม่ใช่เรื่องยาก”

ในส่วนเรื่องของทำเล บางนา ยังนับเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ ทั้งในแง่ของการคมนาคมที่พาดผ่านด้วยถนนสายหลักอย่างถนนกาญจนาภิเษก เชื่อมต่อคนจากทุกพื้นที่ของกรุงเทพฯ กันไว้ รวมถึงถนนสายหลักอย่างบางนา-ตราด ที่เชื่อมความเจริญระหว่างสุขุมวิท-บางนา-สุวรรณภูมิ ไล่ยาวไปถึงโซนท่องเที่ยวอย่างบางแสน พัทยา ชลบุรี

และที่น่าจับตามองอีกหนึ่งอย่างคือในส่วนของ โครงการรถไฟฟ้า Light Rail สาย บางนา-สุวรรณภูมิ ที่มีแผนจะเปิดเพื่ออำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวรวมถึงคนไทยเอง เพื่อเชื่อมต่อกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวอ่อนในปัจจุบัน (BTS บางนา) มุ่งตรงไปยังสนามบินสุวรรณภูมิ

ซึ่งโครงการ MEGACITY จะอยู่ตรงกับ โครงการรถไฟฟ้า Light Rail สถานีกาญจนาภิเษก แบบพอดิบพอดี ส่วน ณ ตอนนี้สามารถเดินทางด้วยรถชัตเตอร์บัสฟรี BTS บางนา–เมกะบางนา ได้เช่นกัน

A Space for MEGA Life

ตามที่เกริ่นไว้ว่าหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของการพัฒนาพื้นที่แบบ Mixed-use คือการพัฒนาโซนที่อยู่อาศัย (Residential) ควบคู่ไปกับการพัฒนาโครงการในแบบภาพรวม คำถามคือ “ทำไม?”

การพัฒนาพื้นที่สำหรับอยู่อาศัยหรือเรสซิเดนเชียลนั้น นอกจากจะเป็นองค์ประกอบที่ทำให้การพัฒนาพื้นที่แบบ Mixed-use สมบูรณ์แบบแล้ว… หนึ่งจุดเด่นของที่อยู่อาศัยประเภทนี้ที่ผู้บริโภคจะได้รับไปก็คือ เรื่องของการเติมเต็มไลฟ์สไตล์และการอยู่อาศัยไปเต็มๆ

“คิดภาพง่ายๆ คอนโดที่อยู่ใกล้กับโครงการก็เท่ากับว่าอยู่ใกล้กับ Facility ที่ถูกคิดมาแบบครบวงจร ลูกบ้านหรือคนที่อยู่อาศัยก็สามารถที่จะใช้งาน Facility เหล่านั้นได้อย่างสะดวกสบายแบบไม่เสียเวลาเดินทาง ซึ่งยังไม่รวม Facility ภายในโครงการคอนโดที่เป็นแบบไพรเวตสำหรับผู้อยู่อาศัยทอปอัพขึ้นไปอีก”

โครงการระดับ MEGACITY ยังตั้งอยู่บนโลเคชั่นที่ยกได้ว่าเป็นทำเลที่ดีที่สุดในย่านบางนา “The Best Location in Bangna” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่หาจากที่อื่นไม่ได้”

A space MEGA 2 ตอกย้ำความสำเร็จ

สำหรับโครงการคอนโดฯ ที่เรากำลังคุยอยู่ในวันนี้ก็คือ A space MEGA 2 จาก Areeya Property ซึ่งถือเป็นการตอกย้ำความสำเร็จของตัวโครงการแรกอย่าง A space MEGA ไปเมื่อกลางปี 2017 และติดป้าย SOLD OUT 100%” ตั้งแต่รอบ VVIP

โดยจุดเด่นของทั้ง 2 โครงการคือการเป็นคอนโดฯ ที่ไม่ใช่แค่ติด…แต่อยู่ในพื้นที่เดียวกับโครงการ MEGACITY ตามที่เกริ่นไปข้างต้น…

หลายคนอาจกังวลว่าแบบนี้จะวุ่นวายไหมถ้าคอนโดจะอยู่ติดห้างขนาดนี้? ต้องตอบตรงๆ ว่าโครงการคอนโดที่อยู่บนพื้นที่มิกซ์ยูสไม่ใช่เรื่องใหม่ของไทยรวมถึงในต่างประเทศ สิ่งที่ดีเวล็อปเปอร์คิดทำโครงการในลักษณะนี้คือต้องคำนึงถึงเรื่องความเป็นส่วนตัวเป็นหลัก

จะเห็นได้ว่าทำเลที่ตั้งของตัวโครงการ A space MEGA 2 นอกจากจะอยู่ติดกับโครงการ A space MEGA แรกแล้ว หากมองพื้นที่ของ MEGACITY เป็นโซนๆ ทั้ง 2 โครงการจะตั้งอยู่ใกล้กับโซนพื้นที่สีเขียวของโครงการ Mega Green Space และโซนของโรงเรียน D-PREP International School ที่ติดกับ Marvel Experience แน่นอนว่าผู้คนไม่พลุกพล่านเท่ากับโซนด้านหน้าที่เป็นห้าง และโซนอาหารอย่าง Food Walk รวมถึง IKEA

ข้อได้เปรียบอีกอย่างหนึ่งของการเป็นคอนโดฯ แบบ High-rise (1 ตึก แบ่งเป็น 1 ทาวเวอร์สูง 29, 32 ชั้น) คือการยกพื้นที่ส่วนกลางเอาไว้บนชั้นที่สูงเพื่อเพิ่มเรื่องความเป็นส่วนตัว

โดยพื้นที่ส่วนกลางที่เด่นๆ ของ A space MEGA 2 ประกอบไปด้วย CO-Living Space 24 ชั่วโมง จะทำงานพักผ่อน หรือนั่งชิวๆ ได้บนพื้นที่ใช้สอยกว่า 300 ตารางเมตร รวมถึงยังมี CO-Kitchen space พื้นที่ทำอาหารส่วนกลางปาร์ตี้ได้กับเพื่อนหรือครอบครัวไม่ต้องกลัวห้องตัวเองเหม็น รวมถึงมีห้อง Laundry ห้องซักรีดอุปกรณ์ครบๆ

Facility มาตรฐานอย่างห้องฟิตเนส พื้นที่สีเขียว และสระน้ำยังได้รับการอัพเกรดให้เป็นสระแบบ SKY Infinity Edge pool สระว่ายน้ำวิว 360 องศา มองเห็นวิวได้กว้าง เห็นวิวสวยๆ ของเส้นขอบน้ำที่ตัดกับเส้นขอบฟ้าได้ทุกวัน

Full Function Fitness ห้องออกกำลังกายที่พร้อมสำหรับสายฟิตที่อยากเสียเหงื่อหรือใครที่ชอบเอาต์ดอร์ก็ยังมี Sky Jogging Track พื้นที่สีเขียวพร้อมเลนวิ่งบนตึกสูงใจกลางเมกาซิตี้ อีกทั้งยังตอบโจทย์คนยุคนี้ด้วยบริการ ฟรี! Wi-Fi 1000 Mps ทั่วทั้งโครงการอีกด้วย (โอ้ว! อันนี้คนทำคอนเทนต์ออนไลน์แบบแอดมินปลื้มมากกก) 

ใครคือลูกค้า A space MEGA 2 ?

กลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนที่สุดของ A space MEGA 2 แบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม คือ ซื้อเพื่ออยู่เอง และกลุ่มของนักลงทุน ด้วยความที่เป็นโครงการศักยภาพ ราคาสตาร์ทที่ 1.xx ล้านบาท ผ่อนดาวน์ 5,900 บาท/เดือน

แน่นอนว่าราคาเปิดตัวมาเท่านี้จึงครอบคลุมกลุ่มคนรุ่นใหม่ของ first jobbers คู่รักที่เริ่มมองหาที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง ลูกค้าจากต่างจังหวัดที่ต้องการมีที่พักอาศัยในกรุงเทพฯ ซึ่งคำนึงถึงเรื่องของการเดินทางสะดวกทั้งรถยนต์และขนส่งสาธารณะอื่นๆ ที่สะดวกสบาย มีไลฟ์สไตล์ที่ตอบโจทย์ครบๆ บวกกับราคาไม่เเรงเกินไปนัก

ส่วนในฝั่งของนักลงทุนที่ต้องการซื้อไว้ปล่อยเช่าจากข้อมูลอ้างอิงจากโครงการแรกที่ SOLD OUT ไปแล้ว Yield ของทั้ง 2 โครงการน่าจะวิ่งอยู่ราว 7% ซึ่งไม่ได้หาง่ายๆ สำหรับคอนโดที่สตาร์ทด้วยราคาเพียงล้านต้นๆ เเบบนี้

โครงการ HOT HOT
#ไม่ต้องคลิกเยอะเจ็บนิ้ว แค่คลิกไปที่ http://bit.ly/2OuYcRT  

หรือ โทร. 1797


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer