กูรูชี้อนาคตท่องเที่ยวไทย กรุงเทพฯสุดแกร่งด้วยรถไฟฟ้า

กูรูธุรกิจท่องเที่ยวร่วมเจาะอนาคตการท่องเที่ยวไทย เผยกรุงเทพฯ กำลังก้าวเข้าสู่ “Mega City” หรือ “มหานคร” แห่งใหม่ของโลก ภายใน 5 ปีหลังการขยายตัวของระบบรถไฟฟ้าใต้ดินทั่วกรุงฯ เปิดพื้นที่ท่องเที่ยวใหม่ๆ และจะเป็นโอกาสให้แก่การท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ในงานเสวนาด้านการท่องเที่ยวของไทย ครั้งยิ่งใหญ่ประจำปี 2561 หรืองานไทยแลนด์ ทัวร์ริสซึ่ม ฟอรั่ม 2018 (Thailand Tourism Forum 2018 หรือ TTF 2018) ภายใต้หัวข้อ “มหานครกรุงเทพฯ…อนาคตแห่งเมืองล้ำสมัยของธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว” (MEGACITY BANGKOK – A Tourism and Hotel Futurescape) ซึ่งจัดขึ้น ณ โรงเเรมอินเตอร์คอนติเนนทัล กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2561

1-Tour-2

นายบิล บาร์เน็ต กรรมการผู้จัดการซีไนน์ โฮเทลเวิร์คส์ (C9 Hotelworks) หนึ่งในผู้ก่อตั้งงานเสวนาไทยแลนด์ ทัวร์ริสซึ่ม ฟอรั่ม เปิดเผยว่า “ในระยะเวลาอีกห้าปีข้างหน้า รถไฟฟ้าใต้ดินในเขตกรุงเทพฯ จะมีระยะทาง 464 กิโลเมตร ซึ่งจะทำลายสถิติความยาวของรถไฟฟ้าใต้ดินในเมืองลอนดอน 402 กิโลเมตร และเมืองนิวยอร์ค 380 กิโลเมตร และยาวที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลก นอกจากนั้น สิ่งสำคัญคือการเข้าเชื่อมต่อสนามบินนานาชาติ 3 แห่ง ได้แก่ สุวรรณภูมิ ดอนเมือง และอู่ตะเภา ให้สามารถเดินทางหากันได้ง่ายสะดวกรวดเร็ว ซึ่งเหล่านี้จะเป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้เมืองตะวันออกกลายเป็นเมืองใหญ่และทันสมัยเทียบเท่าเมืองด้านตะวันตกได้อย่างแท้จริง”

นายอภิชาติ จูตระกูล ประธานอำนวยการ บริษัท แสนสิริ จำกัด มหาชน บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับแนวหน้าของไทย หนึ่งในผู้ประกอบการโรงเเรมในไทยที่เข้าร่วมงานเสวนา TTF 2018 ได้เปิดเผยว่า ได้เดินหน้าธุรกิจโรงแรมซึ่งเป็นธุรกิจใหม่ล่าสุดในเครือแสนสิริ โดยการนำ “เดอะสแตนดาร์ด” (The Standard) แบรนด์ที่ทรงพลังในธุรกิจบูติกโฮเทลระดับโลกเข้ามาสู่กรุงเทพฯ เป็นครั้งแรก ซึ่ง จะพลิกโฉมหน้าวงการโรงแรมระดับไฮเอนด์ของกรุงเทพฯ ไปสู่รูปแบบใหม่ และเชื่อว่า หากประเทศไทยมีการขยายธุรกิจท่องเที่ยว โดยนำแบรนด์ระดับนานาชาติเข้ามา จะทำให้กรุงเทพฯ เป็นที่รู้จักมากขึ้น และเป็นมหานครของโลกแห่งใหม่ได้อย่างแน่นอน

แจสเปร์ ปาล์มควิส ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก STR Global สถาบันรายงานสถิติโรงแรมทั่วโลกระบุว่า กรุงเทพฯ อยู่ในวิถีการเติบโตที่แข็งแกร่งในแง่ของผลการดำเนินงานของโรงแรมและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เหล่านี้จะสนับสนุนการเติบโตของกรุงเทพฯ อีกต่อไปในอนาคต “ด้วยการเติบโตของโรงแรมที่มีเสถียรภาพเกือบ 3 ปี ในเดือนพฤศจิกายน 2560 รายได้เฉลี่ยต่อห้อง (RevPAR) เติบโตขึ้น 3.4% เมื่อเทียบปีต่อปี และนี่ก็เป็นฉากหลังของอุปทานที่แข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นอย่างมากที่ 4.1% ตัวเลขที่น่าประทับใจนั้น เกิดขึ้นตามความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องประมาณ 5% เป็นเวลา 18 เดือนหลังจากการกลับมาในปี 2558 แต่โรงแรมยังสามารถเพิ่มอัตราค่าห้องพักได้มากกว่า 2% แม้ว่าจะมีการแข่งขันกันของโรงแรมใหม่ๆ ที่เพิ่มขึ้นในตลาดก็ตาม และนี่ไม่ใช่เพียงแค่การเติบโตระยะสั้นเท่านั้น แต่การเติบโตอย่างต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 7 เดือนในปี 2560 นับเป็นประวัติการณ์ 10 ปีในผลการดำเนินงานของรายได้เฉลี่ยต่อห้อง (RevPAR)  ซึ่งนับเป็นสัญญาณของการเติบโตที่แข็งแกร่งมากในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาสำหรับการพากรุงเทพฯ ก้าวสู่มหานครแห่งใหม่ของโลก”  แจสเปอร์กล่าวปิดท้าย