เป็นที่น่าภาคภูมิใจสำหรับบริษัทรับเหมาก่อสร้างพื้นคอนกรีตขนาดกลางในบ้านเราเป็นอย่างมาก ที่ในปีที่ผ่านมา บริษัทชาญนครวิศวกรรม จำกัด สามารถคว้ารางวัล เกรียงทองคำ (Golden Trowel Award) ซึ่งเป็นรางวัลชนะเลิศระดับทวีปเอเชีย มาครอง ถ้ารางวัลออสการ์ (Oscars) เป็นรางวัลที่คนสร้างภาพยนตร์อยากได้ที่สุด รางวัลเกรียงทองคำ ก็เป็นรางวัลระดับน้องๆ ที่ผู้รับเหมาก่อสร้างพื้นคอนกรีตคุณภาพสูงต้องการเหมือนกัน แล้วรางวัลนี้สำคัญอย่างไร

ศิริ์วัศ  ธรรมรัตโนทัย กรรมการผู้จัดการ บริษัทชาญนครวิศวกรรม จำกัด อธิบายว่ารางวัล เกรียงทองคำ เป็นรางวัลเชิดชูผลงานการทำพื้นคอนกรีตให้เรียบและได้ระดับด้วยเครื่องปาดคอนกรีต ควบคุมด้วยระบบเลเซอร์ที่มีความแม่นยำสูงในรูปแบบการทำงานเทพื้นเป็นแถบกว้าง ผิวพื้นแบบ Burnish Floor โดยไม่ใส่วัสดุเพิ่มความแข็งที่ผิวหน้าพื้นใดๆ ทั้งสิ้น งานนี้จัดขึ้นโดย Face Construction Technologies ซึ่งเป็นองค์กรในประเทศสหรัฐอเมริกา ที่มีชื่อเสียง และได้รับการยอมรับในเรื่องถ่ายทอดและเผยแพร่การทำงานพื้นเรียบไปทั่วโลก รางวัลดังกล่าวจัดมอบกันมาอย่างต่อเนื่อง 11 ปี โดยล่าสุดจัดขึ้นที่เซี่ยงไฮ้ เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2561 ที่ผ่านมา

เกณฑ์การตัดสินจะตัดสินจากการเก็บข้อมูล 2 ส่วนคือ

1. ค่าความเรียบของพื้น Floor Flatness เรียกตัวย่อว่าค่า FF

2. ค่าระดับของพื้น Floor Levelness เรียกตัวย่อว่าค่า FL ค่า FF และ ค่า FL เป็นการกำหนดดัชนีบ่งชี้คุณภาพของพื้นตามมาตรฐาน ASTM E1155-96 ของประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นมาตรฐานที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย กล่าวโดยย่อ ค่าของ FF และ FL ยิ่งเป็นตัวเลขสูงๆ ยิ่งบ่งบอกคุณภาพของงานเทพื้นที่ออกมาดี โดยเครื่องมือที่ใช้วัดค่าความเรียบและค่าระดับ และเก็บข้อมูล คือเครื่อง Dipstick สำหรับ ค่า FF และ FL ที่บริษัท ชาญนครวิศวกรรม จำกัด ส่งเข้าประกวด เป็นงานก่อสร้างโครงการ คลังสินค้า MDC19-20 สถานที่ก่อสร้าง อ.เมือง จ.ระยอง ขนาดพื้นที่อาคาร 16,700 ตารางเมตร โดยค่าที่วัดได้ดังนี้ ค่า FF = 76.7, และค่าFL = 59.3  ซึ่งในงานการประกวด ทีมงานจัดการประกวดได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ค่าเฉลี่ยโดยทั่วไปของพื้นในสหรัฐอเมริกา จะอยู่ที่ FF = 25, FL = 20  ดังนั้น ค่า FF, FL ของบริษัทฯ ที่ส่งเข้าประกวดจึงสูงกว่าเกือบ 3 เท่า เบื้องหลังที่มาของรางวัลที่ภาคภูมิใจ

เมื่อ 10 กว่าปีก่อนวิธีการเทพื้นและการทำพื้นที่ให้เรียบในพื้นที่กว้างต่างๆ อย่างเช่นโรงงานหรือศูนย์กระจายสินค้าจะใช้วิธีการแบบที่เรียกว่าเป็นภูมิปัญญาของคนไทยทั่วไป  ไม่ได้มีนวัตกรรรมใหม่ๆ ด้านเทคโนโลยีมาช่วย  ดังนั้น งานที่ออกมาก็รับประกันไม่ได้ว่าจะออกมาดีได้มาตรฐานเดียวกันทุกครั้งไป ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดที่จะทำให้งานออกมาดีคือช่างแรงงานที่มีฝีมือ ซึ่งนับวันจะมีน้อยลงทุกที ในขณะที่การก่อสร้างโรงงานหรือศูนย์กระจายสินค้าต่างๆ นับวันจะมีเพิ่มมากขึ้นตามการเติบโตของธุรกิจโลจิสติกส์

ศิริ์วัศกล่าวว่า พื้นที่ไม่เรียบเสมอต่อเนื่องกัน หรือมองเห็นรอยร้าวเป็นบางจุด ทั้งหมดเป็นสิ่งที่สามารถมองเห็นได้ง่าย และไม่สวยงาม ที่สำคัญจะมีปัญหาต่อเนื่องไปยังการใช้งาน เพราะการทำงานพื้นให้มีคุณภาพดี มีความแข็งแกร่ง ทนทานต่อการใช้งาน และมีผิวพื้นที่เรียบและได้ระดับ จะทำให้เจ้าของอาคารสามารถใช้งานอาคารได้เต็มประสิทธิภาพ อย่างเช่นงานคลังสินค้า ที่ส่วนใหญ่ต้องมีการตั้งชั้นวางสินค้า และใช้รถโฟล์กลิฟต์ยกขนส่งสินค้า ซึ่งคุณภาพของพื้นจะส่งผลต่อการทำงานอย่างชัดเจน หากการทำงานพื้นออกมาไม่เรียบและได้ระดับ การตั้งชั้นวางสินค้าที่รับน้ำหนักมากและสูง จะทำให้มีโอกาสเกิดการเอียงและล้มลงได้  พื้นที่ไม่เรียบและทำรอยต่อได้ไม่ดีจะทำให้ล้อของรถโฟล์กลิฟต์สึกกร่อน และเสียหาย ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง แล้วจะแก้ปัญหานี้ได้อย่างไร จะมีเทคโนโลยีใหม่ๆ อะไรมาช่วยให้การทำงานของพื้นมีมาตรฐานคงที่ขึ้น เป็นโจทย์สำคัญที่ผู้บริหารของบริษัทชาญนครวิศวกรรมคิดค้นกันมานาน และเมื่อประมาณ 7-8 ปีที่ผ่านมา บริษัทจึงได้เข้าไปศึกษาเครื่องมือที่จะเข้ามาเป็นตัวช่วยในการเทพื้นอย่างจริงจัง

“ผมได้ไปศึกษาวิธีการทำงานจากบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญทางพื้นที่ออสเตรเลีย ก็พบว่าปัจจัยสำคัญที่ให้งานออกมาดีนั้น นอกจากเครื่องมือที่เกี่ยวกับการเทพื้น ที่เรียกว่า เลเซอร์สกรีน แล้ว ต้องประกอบไปด้วยส่วนผสมของคอนกรีต และการวางแผนการทำงานที่ดีด้วย ทั้ง 3 ส่วนนี้จะต้องมีความสัมพันธ์กันทั้งหมด”  ชาญนครวิศวกรรม เป็นบริษัทรับเหมาเจ้าแรกๆ ที่นำเข้าเครื่องมือตัวนี้มาและฝึกคนใช้เครื่องมือตัวนี้อย่างจริงจัง พร้อมกับเรียนรู้โนว์ฮาวต่างๆ ในเรื่องการวางแผนการเทพื้นจากต่างประเทศ รวมทั้งมีการพัฒนาปรับปรุงวิธีการบางอย่างให้เหมาะสมกับการทำงานในแต่ละพื้นที่ของบ้านเราด้วย โดยคุณสมบัติของคอนกรีตสดที่จะนำมาใช้งานจะต้องมีส่วนผสมพิเศษแตกต่างจากคอนกรีตทั่วไป การทำงานขัดผิวพื้นแบบ Burnished Floor จะต้องมีองค์ประกอบของการทำงานที่สอดคล้องกันในหลายๆ ส่วน ซึ่งบริษัทได้ให้ความไว้วางใจในการพัฒนาร่วมกับผลิตภัณฑ์คอนกรีตซีแพคของเอสซีจีที่เป็นแบรนด์ดังไว้ใจได้อยู่แล้ว ด้านบุคลากรก็เริ่มมีประสบการณ์มากขึ้น เมื่อผนึกรวมกับการใช้เครื่องมือที่ดี และการวางแผนการทำงานที่ดี มาตรฐานงานเทพื้นของบริษัทเลยดีขึ้นเรื่อยๆ  จึงได้ตัดสินใจส่งงานเข้าประกวดในปี 2561 ที่ผ่านมาเป็นครั้งแรก

คาดหวังมาตรฐานงานก่อสร้างไทย ก้าวไกลสู่ระดับโลก

รางวัลเกรียงทองคำ คือจุดแข็งของบริษัท เป็นส่วนหนึ่งที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้า ในเรื่องความเป็นมืออาชีพในเรื่องการก่อสร้าง ในขณะเดียวกันบริษัทก็ต้องการให้ลูกค้าเจ้าของงานและบรรดาเพื่อนผู้รับเหมาด้วยกันได้เข้าใจว่าการเทพื้นที่ได้มาตรฐานนั้นมีความสำคัญอย่างไร ซึ่งปัจจุบันได้มีการพูดถึงในเรื่องนี้มากขึ้น และเริ่มมีการเขียนข้อกำหนด (Specification) ในงานต่างๆ ว่าต้องการพื้นคอนกรีตระบบนี้ ซึ่งจะส่งผลให้ในอนาคตมาตรฐานของงานก่อสร้างพื้นคอนกรีตของประเทศไทยจะเป็นที่ยอมรับในระดับโลก

“คือเริ่มต้นคนออกแบบต้องเข้าใจก่อนว่าการกำหนดค่าของ FF หรือ FL สำคัญอย่างมาก เพราะเจ้าของอาคาร หรือคนใช้เป็นคนแรกที่ได้รับผลกระทบถ้าพื้นไม่เรียบ หรือไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งในระยะหลังๆ นี้เริ่มมีการตื่นตัวในเรื่องนี้  โดยมีการระบุค่าตัวนี้เพื่อควบคุมการทำงานกันมากขึ้น”

ข้อดีอีกอย่างของเครื่องมือตัวนี้ คือสามารถลดแรงงานลงได้ ทำให้ต้นทุนค่าใช้จ่ายในเรื่องคนก็น้อยลง สามารถทำงานได้ปริมาณที่มากขึ้นในระยะเวลาเท่าเดิม และได้งานที่ได้มาตรฐานเท่าเทียมกันทุกชิ้นงาน

“เมื่อก่อนในแต่ละวันเราใช้แรงงานประมาณ 40-50 คน เทพื้นได้วันละ 300 ตารางเมตร ซึ่งเป็นงานที่หนักมาก เริ่มงานตั้งแต่ประมาณ ตี 5 เสร็จงานประมาณ 3–4 ทุ่ม แต่เมื่อมีเครื่องมือตัวนี้เข้ามาช่วย ในเวลาที่เท่ากัน เราลดคนงานเหลือเพียง 20 คน แต่จะได้พื้นที่มากขึ้นถึง 1,300 ตารางเมตร ที่สำคัญในคุณภาพพื้นที่ดีกว่าเดิมด้วย” ชาญวิศวกรรมก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2518 โดยชาญชัย ธรรมรัตโนทัย ประธานกรรมการ  ตลอด 43 ปีที่ผ่านมาได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ทำงาน และมีทีมงานที่มีความพร้อม ความสามารถ ครอบคลุมในเรื่องการทำงานในกลุ่มของการสร้างแวร์เฮาส์และโรงงานต่างๆ จนเป็นบริษัทผู้รับเหมาอันดับต้นๆ ด้านอุตสาหกรรมคลังสินค้า ปัจจุบันรับงานที่เกี่ยวกับเรื่องแวร์เฮาส์ประมาณ 70% โรงงานอุตสาหกรรมประมาณ 20% อีก 10% ที่เหลือก็จะเป็นโครงสร้างของโรงงานทั่วไป โดยมีกลุ่มลูกค้าโลจิสติกส์รายใหญ่ๆ เช่น บิ๊กซี, ซีพี เป็นลูกค้าหลัก มูลค่างานก่อสร้างที่รับมาต่อปีประมาณ 3,000 ล้านบาท นอกจากชาญนครวิศวกรรมจะมีความเชี่ยวชาญทางด้านคลังสินค้าแล้ว ยังเป็นบริษัทผู้รับเหมาแบบครบวงจร เริ่มตั้งแต่งานออกแบบ และยังประกอบไปด้วยสาขาอื่นๆ อีก 5 สาขา คือ ไซโล ถังน้ำมันใต้ดิน, โครงหลังคา, แบบเหล็กให้เช่า, เครื่องจักรรถยนต์ และเมทัลชีท

“รางวัลเกรียงทองคำ เป็นอีกหนึ่งรางวัลที่ทีมงานภูมิใจเป็นอย่างมาก แต่ในขณะเดียวกันเราก็ไม่หยุดที่จะค้นหานวัตกรรมใหม่ๆ ที่ทันสมัย แม่นยำ รวดเร็ว มาช่วยในการดำเนินงาน เพื่อให้ได้ผลงานที่มีคุณภาพสูง และมีมาตรฐานส่งมอบให้กับลูกค้า ซึ่งเป็นสิ่งที่บริษัทฯ ยึดมั่นและตั้งปณิธานไว้” ศิริ์วัศกล่าวย้ำอย่างมุ่งมั่น

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer