เที่ยวทะลุกำแพง : สงขลา ซิงกอร่า

การทำการตลาดการท่องเที่ยวที่ดีต้องเริ่มด้วยการเข้าใจคำว่า Personalized ให้กระจ่าง เพราะแต่ละเมืองล้วนมีอัตลักษณ์เฉพาะตัวแตกต่างกันด้วยปูมหลังความเป็นมาที่สั่งสม วิถีชีวิตของผู้คน รายละเอียดยิบย่อยที่หลอมรวมสร้างบรรยากาศอันเป็นนามธรรมจับต้องไม่ได้แต่รู้สึกได้ และภาพลักษณ์ที่เป็นรูปธรรมอันปรากฏให้เห็นในสิ่งก่อสร้าง สถาปัตยกรรม เครื่องแต่งกาย ข้าวของเครื่องใช้ ตลอดจนอาหารการกิน

มีตัวอย่างการท่องเที่ยวแบบฉาบฉวยเชิงทำลายให้เห็นมากมาย นักท่องเที่ยวและคนนอกพื้นที่บุกเข้ามาทำให้ความเป็นเมืองแบบดั้งเดิมเสียรูปไป  การเข้ามารบกวนปกติชีวิตของผู้คนในพื้นที่ การทำร้ายทำลายสิ่งแวดล้อม การมาเยือนแบบขอพักผ่อนปลดปล่อยตัวเองด้วยพฤติกรรมทำตามอำเภอใจ ล้ำเส้น แบบที่ผู้นั้นไม่มีสิทธิ์และไม่เคยกล้าทำเยี่ยงนั้นในบ้านเมืองของตน เรียกว่าเจ้าถิ่นต้องใช้ความอดทนรับมือกับเรื่องราวที่ไม่คาดคิดสารพันจากนักท่องเที่ยวไร้มารยาท ขาดความเกรงใจ ไร้ระเบียบ  การทำการตลาดเรียกแขกไร้คุณภาพ มากปริมาณ จึงเป็นความล้าสมัยขั้นสุด

เทรนด์มาแรงในโลกแห่งการท่องเที่ยวที่น่าสนับสนุนให้เติบโต คือการที่เจ้าบ้านเข้มแข็งและมีสิทธิเลือกรับคัดกรองนักท่องเที่ยว ตลอดจนมีส่วนร่วมในการนำเสนอแง่มุมในเมืองที่อยากเชื้อเชิญให้แขกชม ที่สงขลามีคณะทำงานจิตอาสากลุ่ม N.A.S. (Nakornai Art Street) กลุ่มหนุ่มสาวคนเล็กๆในชุมชน รวมพลทั้งคนที่เกิดเติบโตในสงขลา และคนต่างเมืองที่เข้ามาทำงาน หลงเสน่ห์เมือง ขอปักหลักด้วยใจรักอยู่อาศัยถาวรจนกลายเป็นชาวเมืองไป

สมาชิกกลุ่มแนสทุกคนมีอาชีพการงานหลักหลากหลาย ทั้งเป็นเจ้าของกิจการเล็กๆ ทำงานออกแบบกราฟฟิก บรรณาธิการ ช่างภาพ วิศวกร ฯลฯ ทุกคนจัดเวลาส่วนหนึ่งมาอาสาสร้างกิจกรรมที่พวกเขารักและสนใจอันเกี่ยวกับชุมชน ลงขันกันเป็นเงินทุนทำงานแม้ไม่ได้มากมายแต่เพียงพอให้กิจกรรมลุล่วงไปได้ สิ่งที่ต้องลงกันแยะหน่อยคือแรงความคิดและแรงกาย เพื่อให้เกิดกิจกรรมหลากหลาย เช่น การเปิดบ้านของแต่ละคนเชื้อเชิญแขกให้เข้าเยี่ยมชม การจัดเวิร์คช็อปเกี่ยวกับศิลปะ วัฒนธรรมในชุมชน ตลอดจนเปิดเวทีเสวนา แลกเปลี่ยนมุมมองวิสัยทัศน์ต่างๆ จัดแสดงนิทรรศการเล็กๆเพื่อบอกเล่าเรื่องราวของท้องถิ่น เป็นต้น

ชนกลุ่มแนสคาดหวังว่าจะเป็นแรงเล็กๆ ที่รวมกันแล้วกลายเป็นพลังนำพาเมืองสงขลาให้เติบโตอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่รีบร้อนลุกลน เพื่อช่วยประคองตัวตนและวิถีที่แท้ของเมืองงามสงบเนิบให้คงไว้และดำเนินไปในทางที่ควรจะเป็น การลงไปสงขลาเที่ยวล่าสุด นอกจากพักผ่อนผ่านการสัมผัสรายละเอียดมากมายในเมืองสงขลาแล้ว ดิฉันยังได้พูดคุยกับสมาชิกสองคนของกลุ่มแนสด้วย ที่บังเอิญทั้งคู่มีชื่อเล่นเหมือนกัน พี่เอ๋(หญิง) และน้องเอ๋(ชาย)

พี่เอ๋ อริยา ไพฑูรย์ บรรณาธิการมือเก๋าผู้ฝากผลงานการแปลและอีดิตงานวรรณกรรมเยาวชน แห่งสำนักพิมพ์แพรวเยาวชนมาตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา  เป็นชาวสงขลาที่เพิ่งย้ายกลับมาบ้านเกิดเมื่อห้าปีที่ก่อน และตัดสินใจเปิดร้านหนังสือที่เคยเป็นตำนานบนถนนพระอาทิตย์-ร้านหนังสือเล็กๆ ขึ้นอีกครั้งบนถนนยะหริ่งเมื่อปีที่แล้ว

น้องเอ๋ ปกรณ์ รุจิระวิไล เกิดและเติบโตในสงขลาก่อนจะไปจบการศึกษาจากนิวยอร์ก และกลับมาเปิดกิจการงานออกแบบและสื่อโฆษณาในบ้านเกิด ควบคู่ไปกับการบริหารโครงการคอมมิวนิตี้มอลล์ ทำ a.e.y. space พื้นที่เล็กๆบนถนนนางงามที่ชั้นล่างใช้จัดแสดงงานศิลปะ ชั้นบนจัดเป็นห้องพักสำหรับศิลปินมาสร้างงาน (Artist in Residence) เอ๋ยังมีอาคารเก่าที่กำลังปรับเป็นมิวเซียมเล็กๆอีกแห่งซึ่งเดี๋ยวเราจะให้เขาเล่าให้ฟังต่อไป

อำเภอเมืองสงขลาเป็นเมืองท่าย่านการค้าโบราณ ด้านหนึ่งติดทะเลสาบสงขลา อีกด้านมีหาดสมิหลามองไปในทะเลเห็นเกาะหนูเกาะแมวและมีนางเงือกทองเป็นประติมากรรมเด่นเคียงคู่เมือง ตัวเมืองเก่ามีถนนเส้นหลักสามเส้นคือถนนนครนอก ถนนนครใน และถนนนางงาม ทั้งสามถนนมีตรอกเล็กซอยน้อยเชื่อมโยงกัน เต็มไปด้วยเรือนพักอาศัยของผู้คน   ถนนแต่ละเส้นมีจุดเด่นแตกต่างกัน ถ้าอยากชมสถาปัตยกรรมสวยงามบ้านเรือนเก่าแก่ เดินเล่นถนนนครในรับรองเพลินตาเพลินใจ ถนนนครนอกเด่นด้วยทิวทัศน์อร่ามตาริมเลคในแบบย่านการค้าโบราณติดทะเล มองไปเห็นเรือหลากขนาดจอดซ้อนเกยไปมา โกดังสินค้าดั้งเดิมสุดเก๋า ขณะที่ถนนนางงามคือแหล่งของอร่อยที่ผู้คนขวักไขว่ทั้งวัน

เย็นวันหนึ่งขณะเดินเล่นชมตรอกต่างๆในเมืองระหว่างถนนนางงามไปถนนนครใน ผ่านไปบนถนนยะหริ่ง ดิฉันเห็นร้านหนังสือชื่อคุ้นที่เคยเป็นลูกค้าประจำจึงพุ่งเข้าไป ทำให้พบพี่เอ๋ อริยา  ตื่นเต้นดีใจทักทายอัพเดตหลังจากไม่ได้พบกันมาหลายสิบปี พี่เอ๋เล่าว่าเพิ่งตัดสินใจเปิดร้านหนังสือขึ้นใหม่ แม้จะอยู่ในช่วงที่วงการสิ่งพิมพ์ฟุบหนัก แต่ผลตอบรับที่ได้นับว่าชื่นใจทีเดียว คนรักการอ่านในสงขลาหลากวัยแวะเวียนมาซื้อหาหนังสืออ่านกันเรื่อยๆ

ช่วงเช้าพี่เอ๋นั่งทำงานที่บ้าน บ่ายสองค่อยมาร้านหนังสือบนถนนยะหริ่ง  “เปิดบ่ายสองถึงหนึ่งทุ่ม ปิดวันจันทร์/อังคาร ทำร้านหนังสืออย่างเดียวไม่ขาดทุน แต่กำไรน้อย เลี้ยงตัวเองไม่ได้ ก็เลยทำงาน(บรรณาธิกร)หนังสือควบคู่ไปด้วย… ทำร้านไปก็ได้ไอเดียหลายอย่างจากนักอ่านที่เข้ามาคุย บางคนก็ชวนว่าจัดอ่านหนังสือริมทะเลบ้างมั้ย ซื้อขนมแล้วเอาหนังสือไปนั่งอ่านกัน คุยกันสบายๆ”  พี่เอ๋บอกว่าจัดกิจกรรมอะไรก็ทำบนพื้นฐานที่อยากให้การอ่านเป็นธรรมชาติในชีวิต

“ทุกคนพยายามให้สงขลาเป็นนครแห่งการเรียนรู้ ศิลปะ วัฒนธรรม สงขลากำลังเติบโตเรื่องการท่องเที่ยว สังเกตว่าหกเดือนที่ผ่านมานี้ บูมมาก สงขลามีความน่ารัก ร้านรวงส่วนใหญ่เป็นคนในพื้นที่ ไม่ค่อยมีคนนอกมามากนัก ไม่ใช่เมืองที่คนนอกเข้ามาทำจนเละแล้วก็กลับบ้านไป”  พี่เอ๋เล่าเรื่องกลุ่มแนสให้ฟังว่า

“คนเล็กๆร่วมมือกันช่วยกันกำหนดทิศทางบางอย่างก็เกิดอิมแพ็คต์ได้ เรามองตรงกันว่าไม่ควรท่องเที่ยวจ๋า ไม่ควรเอาใจนักท่องเที่ยวมากเกินไป จริงๆทัวร์จีนก็เริ่มมาแล้ว ต่อไปเราจะรับมือกันอย่างไร เราต้องคำนึงถึงคนในพื้นที่ด้วย คนสงขลาเป็นคนเงียบๆหน่อย เหมือนไว้ตัว แต่เป็นมิตร เมืองนี้เป็นเมืองเล็กมาก เงียบๆ ความน่ารักนี้เราจะรักษาไว้มั้ย มีหลายคนที่ทำอะไรเงียบๆทำกิจการเล็กๆกันอยู่แล้ว ร้านของคนดั้งเดิมที่เติบโตมาในสงขลาก็มีเยอะ ก็มารวมตัวกัน” กลุ่มแนสยังมีสมาชิกคนเล็กๆคอเดียวกันที่อยู่ในอำเภออื่นๆด้วย พี่เอ๋เล่าถึงคุณเอก เจ้าของร้านชุมทาง (ณ) ท่านางหอม

“เอก (คุณเอกพล แก้วประดับเพชร) เป็นช่างภาพเคยทำงานอยู่กรุงเทพฯ ย้ายกลับมาบ้านที่ท่านางหอม เขาก็มาฟื้นฟูตลาดในชุมชน เปิดงานแสดงภาพถ่ายในตลาดสด ถ่ายรูปผู้คนในชุมชน และเปิดร้านสเต็คอย่างดี ขายจานละ 50 บาท เด็กๆในชุมชนก็เก็บเงินค่าขนมกันไว้ พอเสาร์อาทิตย์ก็มากินสเต๊ค” พี่เอ๋ชื่นชมว่าการที่คุณเอกจัดแสดงภาพในตลาดสดพื้นที่คุ้นเคยคู่ชุมชนมากว่าแปดสิบปีนั้น งานออกมาอบอุ่นและพิเศษเฉพาะมาก ดิฉันคิดว่าแนวทางนิยมของชนกลุ่ม แนสคือการคิดกิจกรรมที่ให้ความสำคัญของการมีส่วนร่วมของผู้คนในพื้นที่ มากกว่ามุ่งเน้นนักท่องเที่ยว  

เช่นเดียวกับงานนิทรรศการแสดงภาพสีน้ำ ‘ชวนดูนางงาม’ ที่เอ๋ ปกรณ์ เพิ่งจัดขึ้นที่ a.e.y. space  บนถนนนางงาม ผู้คนในชุมชนล้วนมาชมกันอย่างรื่นเริงหลากวัยทั้งเด็กเล็กและผู้อาวุโส เอ๋ยังมีพื้นที่จัดกิจกรรมเพื่อชุมชนอีกหลายแห่ง สองปีก่อนเขาซื้อเรือนเก่า Shop House จีนยุคแรกบนถนนนครในไว้สามห้อง

                   “บ้านจีนสามห้อง สภาพต้องการการบูรณะแยะทีเดียว เนื่องจากผ่านการเช่ามาหลายมือก่อนจะถูกปล่อยร้างหลายปี ตอนนี้ผมยังไม่มีงบบูรณะเต็มที่ เลยมอบให้หอจดหมายเหตุ รร.มหาวชิราวุธ จังหวัดสงขลาโดย อ.จรัส จันทร์พรหมรัตน์ อีกหนึ่งคนเล็กๆของเมือง ผู้มีความรู้และมีภาพถ่ายโบราณและสิ่งพิมพ์โบราณของสงขลามาจัดนิทรรศการให้บุคคลทั่วไปและนักท่องเที่ยวเข้าชมฟรี ทุกวันอาทิตย์ของเดือนที่มีตลาดนัดบนถนนนครนอก สร้างจิตสำนึกรักบ้านเกิดให้กับชาวสงขลาและความตื่นตาตื่นใจของนักท่องเที่ยวที่ได้มาเข้าชมครับ”

บ้านจีนสามหลังของเอ๋คึกคักทุกเดือน ตอนดิฉันแวะไปได้พบอาจารย์จรัสกำลังเตรียมจัดนิทรรศการภาพถ่ายและ วัตถุเครื่องใช้น่าชมในอดีต โดยได้รับความร่วมมือจากเหล่านักสะสมในพื้นที่ร่วมนำสิ่งของรักในครอบครองอันเกี่ยวพันกับความเป็นมาของเมืองสงขลามาจัดแสดง โดยมีอาจารย์จรัสนำทีมคิดสรรค์ธีมหมุนเวียนไป บ้านจีนสามหลังอยู่ตรงข้ามกับพิพิธภัณฑ์ผ้าเล็กๆที่เอ๋จัดเซอร์ไพรส์นัดหมาย Night Museum Visit ให้คณะเราเข้าเยี่ยมชมด้วย

“พี่ต้อม คุณปัญญา พูลศิลป์ ปกติเป็นวิศวกร ปตท. สผ. ช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์พี่เขาก็เปิดบ้าน 238 inspiration house ชั้นล่างจัดเป็นพิพิธภัณฑ์ผ้าและเครื่องแต่งกายโบราณที่พี่ต้อมสืบเสาะค้นหา เรียนรู้มาจากชาวบ้านทั้งในชุมชนเก่าแก่ทั่วสงขลา”

คุณต้อมศึกษาค้นคว้าหลักฐานแพรพรรณจากชุมชนต่างๆอย่าง บ้านท่านางหอม บ้านหัวเขาแดง บ้านแหลมสน และในตัวเมืองเก่าสงขลา เขานำผ้าเก่า ชุด ผ้าถุง ผ้านุ่งโบราณ มาจัดแสดงในเรือนจีนหลังงามโดยพยายามศึกษาการแต่งกายของสตรีชาวสงขลาทั้งมุสลิมและพุทธมาจำลองการแต่งกายขึ้นหุ่นไว้   เราได้ชมผ้าโบราณงดงามหายากหลายผืน ผ้าคลุมไหล่เส้นใยฝ้ายธรรมชาติ ผ้าซิ่นไหมมัดหมี่อินเล รวมทั้งผ้าห่มผ้าคลุมอายุร้อยกว่าปีพิมพ์ลายโรยกากเพชรจากอินเดียที่ตกทอดอยู่ในชุมชนมุสลิมโบราณในสงขลา เอ๋เล่าต่อว่า

“พี่ต้อมเป็นหนึ่งในสมาชิกจิตอาสา เปิดพิพิธภัณฑ์เล็กๆโดยไม่เก็บค่าเข้าชม แต่เลือกที่จะไม่เปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวที่คิดแต่จะมาถ่ายรูปเล่นอย่างเดียวโดยไม่สนใจเรียนรู้สิ่งที่พิพิธภัณฑ์จัดแสดง” ต่างจากนิสิตนักศึกษาที่ต้องการหาความรู้เรื่องผ้าจากหลากหลายถิ่นที่เมื่อนัดหมายมา คุณปัญญาเปิดให้ชมพร้อมบอกเล่าเรื่องราวเต็มที่

เราปิดท้ายการชมสงขลาด้วยการเยี่ยมชมโปรเจ็คต์ล่าสุดของเอ๋ปกรณ์ The Apothecary of Singora การพลิกฟื้นอาคารจีนโบราณอายุร้อยกว่าปีที่เอ๋บอกว่าโชคดีได้พบเจอพูดคุยกับเจ้าของเรือนปัจจุบันเป็นรุ่นเหลน “ท่านอายุ 76 ปี ไม่ได้อยู่ในสงขลา นานๆกลับมาเคารพแท่นบูชาบรรพบุรุษที่บ้านหลังนี้สักที ปลายปี 2559 ท่านกลับมาซ่อมบ้านหลังนี้ โดยไม่ได้มีความคิดจะทำอะไรต่อไป การซ่อมใช้ช่างที่ไม่ได้มีความรู้ความสามารถหรือมีความคิดอนุรักษ์อาคารเก่า”

“สิ่งที่ผมเห็นในวันนั้นขณะที่มีการซ่อมแซมบ้านคือการรื้อกระเบื้องหลังคาจีนที่สวยงามลงมาทั้งหมด แล้วเปลี่ยนเป็นซีแพคโมเนียแบบสมัยใหม่ ผมเลยเข้าไปคุยกับช่างขอพบเจ้าของบ้านเผื่อจะช่วยแนะนำอะไรได้บ้าง ไม่ได้คิดถึงการเช่าหรืออะไรมากกว่านั้น พอได้พบเจ้าของบ้านครั้งแรก คุยกันถูกคอมากเหมือนรู้จักกันมานาน  ท่านถามว่าจะเช่ามั้ย แล้วช่วยดูแลการซ่อมที่เหลือ ให้เราตัดสินใจได้เลย นั่นเป็นจุดเริ่มต้น”

เอ๋จึงได้ทราบประวัติบรรพบุรุษท่านเจ้าของเรือนว่าคุณทวดของท่านเป็นหมอยา ปรุงยาแจกจ่ายคนไม่มีสตางค์ ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ห้า ส่วนคุณปู่ชื่อปู่ขวดสืบต่อสูตรยาและเปิดร้านทำยาชื่อยู่เลี่ยง ต่อมาจนเป็นที่รู้จักของถนนนครในในสมัยโบราณ เอ๋จึงมีความคิดที่จะประมวลประวัติและความนึกคิดของปู่ขวด หมอยาแห่งเมืองสงขลาโบราณ ให้เป็น Museum Project ในนาม The Apothecary of Singora เพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้รู้จักคนเล็กๆที่มีน้ำใจ ในวิถีแบบชาวสงขลาตั้งแต่อดีตกาลที่น่าสนใจ “ด้านหลังผมจะทำเป็น Museum shop เล็กๆ และว่าจะมี tea house เล็กๆกลางบ้าน เพื่อให้คนได้เข้ามาชมความสวยงามของบรรยากาศบ้านจีนในยุครัชกาลที่ห้าแบบฮกเกี้ยนสไตล์”

 

หากมองสงขลาทะลุกำแพงตัวเรือนเข้าไปข้างใน (หลายผนังกำแพงตามตรอกในเมืองถูกเพ้นต์เป็นลวดลายในแบบ ‘ปีนังสไตล์’ อันสุดแสนดึงดูดให้คนไปยืนโพสท่าถ่ายรูปแล้ว) ก็จะพบเรื่องราวในกำแพงอิฐก่อแบบโบราณเต็มไปด้วยความน่าสนใจของวิถีชีวิตและกิจการโดยคนเล็กเล็กในชุมชนตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน สั่งสมมาตั้งแต่เมืองเป็นที่รู้จักในนามเมืองสิงขร-ตั้งตามชัยภูมิยุคดั้งเดิมที่ตั้งอยู่เชิงเขา ต่อมาเป็นสิงหนคร ที่อ่านออกเสียงว่า สิง หะ นะ คะ ระ จนมีการเพี้ยนเสียงตามสำเนียงฝรั่ง/มลายูว่า ซิงกอร่า (Singora)

ก่อนจะกลายมาเป็นสงขลาที่เรารู้จักในปัจจุบัน  

N.A.S. (Nakornai Art Street)
  กลุ่มแนส ประกอบด้วย คนเล็กๆชาวเมืองสงขลา ได้แก่ อ.จรัส จันทร์พรหมรัตน์ จากหอจดหมายเหตุโรงเรียนมหาวชิราวุธ จังหวัดสงขลา (บ้านจีน 3 ห้อง), อ.มงคล ชนินทรสงขลา จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย สงขลา, วุฒิชัย (ฉ้ายพาณิชย์), อริยา ไพฑูรย์ (ร้านหนังสือเล็กๆ), ตาวัน วิเศษสินธุ์ (ห้องสมุด ๒ เล), ปราการ ศิริพาณิชย์ (โกตุ้นโกปี๊), สุประดิษฐ์ สังข์สุวรรณ (อ่องเฮียบฮวด, The Roo Hometel), ปัญญา พูลศิลป์ (238 Inspiration House), เอลและพอล ควินตัน (Blue Smile Café), เอกพล ร่มประดับเพ็ชร (ชุมทาง ณ ท่านางหอม), ดนัย โต๊ะเจ (บ้านในนคร บูติกโฮเต็ล สงขลา), คณาพร จันทร์เจิดศักดิ์ (Koei Trang) และ ปกรณ์ รุจิระวิไล ( a.e.y.space, The Apothecary of Singora) ติดตามข่าวสารกิจกรรมของกลุ่มแนสได้ที่ www.facebook.com/nakornnaiartstreet/

 

Singora Check List

อาหารการกิน อาหารอร่อยในสงขลามีให้รับประทานมากมาย รายชื่อคัดสรรนี้คือร้านรวงในตัวเมืองเก่าที่เป็นเจ้าดั้งเดิมอยู่คู่เมืองมานาน เป็นร้านขวัญใจเจ้าถิ่น เมื่อถึงเมืองเก่าแล้วถามพิกัดชาวเมืองได้รับรองไม่ผิดหวัง เมนูที่ร้านเหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีความพิเศษเฉพาะในแบบโอลด์ทาวน์ สงขลา

เริ่มกันที่อาหารเช้าที่ร้านฮับเซ่ง ขนมจีบ ขนมปังสังขยาแบบทางใต้อร่อยมาก กาแฟนมตราหมีเสิร์ฟมาแบบกระป๋องอุ่นร้อน ฮับเซ่งอยู่ติดกับร้านโจ๊กเกาะไทย โจ๊กเจ้าอร่อยประจำเมือง ไม่ไกลคือสตูว์หมูร้านเกียดฟั่ง (โกยาว)  ร้านนี้ยังมีซาลาเปานึ่งแสนอร่อยที่ไม่ควรพลาด ร้านแต้เฮี้ยงอิ้ว (ร้านแต้) อาหารจีนอร่อยทุกอย่าง ของหวานก็สารพัน ทั้งไอติมถั่วเขียวบันหลีเฮง ไอติมยิว ไอติมจิว ข้าวต้มปลาเจ๊นี โรตีอาม่า เต้าคั่วป้าจวบ ก๋วยเตี๋ยวหางหมู  ข้าวยำชายเขาซอย5 ข้าวมันแกงไก่ป่าไม้  ข้าวเหนียวหน้าแกงกุ้งป้าไก่ เย็นตาโฟเสาวภา ก๋วยเตี๋ยวโกแบนและโกยาว   ช้อปปิ้งของฝาก   ร้านจงดี    โทร 083 195 1023 ขนมหวานอร่อยทุกอย่าง สัมปันนีสีขาวรสชาติเหมือนอาลัวร์ ขนมขี้มอด ขนมตุ้บตั้บ ขนมทองเอก ร้านสิน อดุลยพันธ์ โทร 074 310 141 เจ้าเก่าบนถนนนครใน ซีอิ๊วหวานสูตรพิเศษเฉพาะอร่อยล้ำ มันกุ้งดำ น้ำพริกเผาหวานนำเผ็ดน้อยจิ้มข้าวเกรียบอร่อย ร้านสองแสน โทร  074 321 588 อีกหนึ่งร้านขนมหวานเจ้าอร่อยบนถนนนางงาม ตลาดนัดของเก่าวันอาทิตย์ที่เวิ้งโรงน้ำแข็ง ถนนรามวิถี หน้า กศน.จังหวัดสงขลา เครื่องกระเบื้อง จานชาม ของใช้ของจุกจิก เครื่องประดับ พระเครื่อง มีครบที่ตลาดนัดวันอาทิตย์สำหรับคอของเก่าของวินเทจ ร้านชากาแฟ  Lyns The Shanghai Cafe 144-146 ถนนนครใน โทร 083 243 9977 www.facebook.com/lynstheshanghaicafe/   โกตุ้นโกปี๊ 14/2 ถนนปัตตานี โทร 0849917878 ร้านชาสั่งศร ที่ห้องสมุดสองเล ถนนนครใน โทร 061 396 9553 www.facebook.com/2lesongkhla/ Blue Smile Cafe 254 ถนนนครใน www.facebook.com/bluesmilecafethailand/ โทร 061 230 5147 อ่องเฮียบฮวด ถนนนครใน โทร 081 690 6640       www.facebook.com/people/ร้านกาแฟ-อ่องเฮียบฮวด-สงขลา ร้านชุมทาง ณ ท่านางหอม  www.facebook.com/thananghom.junction/ โทร  081 772 5605  ศิลปะวัฒนธรรม ร้านหนังสือเล็กๆ  www.facebook.com/littlebooksk/ ห้องสมุดสองเล  www.facebook.com/2lesongkhla/  A.E.Y. Space www.facebook.com/Aeyspace/ และ The Apothecary of Singora 163 ถนนนครใน โทรนัดหมายล่วงหน้า/สอบถามรายละเอียดได้ที่ 0956499656  บ้านจีนสามห้อง เลขที่ 233-235-237 ถนนนครใน อ.จรัส โทร  087-3969139 238 inspiration house 238  ถนนนครใน อ.เมือง จ.สงขลา  FB: panya phoonsin   

  ที่พัก บ้านในนคร บูติกโฮเต็ล สงขลา 166 ถนนนางงาม 095 438 9323 www.facebook.com/baannainakhon Deco Momo House   22/2 ถนนนครนอก โทร 0849917878 www.facebook.com/Deco-Momo-house-244988975919469/

 

 

Curated by Ploy

June 17


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer