คนในแวดวงโฆษณาจะรู้กันเป็นอย่างดีว่าราคาแอร์ไทม์ในงาน Super Bowl นั้นแพงหูฉี่ขนาดไหน แต่หลายแบรนด์ก็ยังยอมที่จะจ่าย รวมถึงยอมทุ่มทุนทำหนังโฆษณาใหม่ขึ้นมาเพื่อต้อนรับงาน Super Bowl โดยเฉพาะ

เพราะรู้ดีว่ามันคุ้มค่า ทั้งในแง่ของการที่ได้มีโฆษณาในงานระดับโลก, การรับรู้ของผู้คนที่เฝ้ารอการแข่งขัน รวมไปถึงการจับจ้องของสื่อต่างๆ อีกมากมาย

ซึ่ง Super Bowl ปี 2019 นี้ Pepsi ก็ไม่ได้เป็นแค่ Main Sponsor ในช่วง Halftime Show เหมือนกับที่ผ่านมาเท่านั้น แต่ยังทำตัวหนังโฆษณาออกมา ที่กล้าให้แอร์ไทม์ราคาแสนแพงมีชื่อคู่แข่งตัวฉกาจอย่าง Coke อยู่ด้วย!

แถมยังเล่นตัวเอง ด้วยการให้ตัวละครในโฆษณาเลือกที่จะสั่ง Coke ก่อน Pepsi

งานนี้พวกเขาคิดอะไร? ยอมให้แอร์ไทม์ราคาแสนแพงมีชื่อคู่แข่งก่อนชื่อตัวเองได้อย่างไร ลองไปดูโฆษณาที่ว่าจากด้านล่างนี้ก่อนเลยดีกว่า

โฆษณาเล่าเรื่องของผู้หญิงคนหนึ่งที่เข้ามานั่งในร้านอาหารแล้วเลือกสั่ง Coke ก่อน Pepsi แต่บังเอิญว่าที่ร้านไม่มี Coke พนักงานจึงถามลูกค้ากลับไปว่า “Coke ไม่มี มีแต่ Pepsi คุณโอเคไหม?”

พอได้ยินคำว่าโอเคไหม Steven John Carell นักแสดงหนุ่มชาวอเมริกันถึงกับลุกปรี่ออกมาจากที่นั่ง พร้อมบอกกับพนักงานและลูกค้าคนดังกล่าวว่า Pepsi มันมีดีมากกว่าโอเคยังไง แถมยังเสริมทัพกับสองนักร้องชื่อดังอย่าง Lil Jon และ Cardi B จนทำให้ลูกค้าคนนั้นเปลี่ยนจากคำว่า Pepsi, ok. มาเป็น I want Pepsi. แทน

ถามว่า แล้ว Pepsi มันมากกว่า Ok จริงไหม เราคงตอบไม่ได้ เพราะต้องให้ตัวคุณเองเป็นคนตัดสิน

แต่ถ้าถามว่า แล้วสิ่งที่โฆษณาตัวนี้ต้องการคืออะไร ในมุมของ Marketeer มองว่าคือพื้นที่จากสื่อที่ต้องการสร้างประเด็นว่า Pepsi ยอมให้มีชื่อคู่แข่งบนโฆษณาที่มีราคาแอร์ไทม์แสนแพง, การสร้างความสนุกสนานจนกลายเป็นอีกโฆษณาที่ผู้คนต่างจดจำ

และที่สำคัญคือต้องการจะสื่อสารเพื่อหวังให้ผู้บริโภคพูดว่า Coke, ok. มากขึ้น

ซึ่งนั่นก็หมายถึงการที่ Pepsi จะเป็นแบรนด์น้ำอัดลมสีดำที่อยู่เป็นอันดับ 1 ในใจของผู้บริโภคนั่นเอง



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer