อย่างที่ ปพิตชญา สุวรรณดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ศูนย์การค้าเมกาบางนา เคยฉายภาพให้เราเห็นเมื่อสองปีก่อน ว่าอีก 10 ข้างหน้า เมกาบางนาจะไม่ใช่แค่เป็นศูนย์การค้าที่เราเดิน 1-2 ชั่วโมง แล้วกลับบ้าน แต่คุณสามารถใช้เวลาอยู่ที่นี่ได้ทั้งวันตั้งแต่เช้าจรดเย็น ภายในอาณาจักร “เมกาซิตี้”

ด้วยรูปแบบ Mixed-use Development หรือเป็นศูนย์กลางชุมชนที่ทันสมัย ผนวกรวม Facility ที่ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ของคนย่านฝั่งตะวันออก ไม่ว่าจะช้อปปิ้ง รับประทานอาหาร พบปะสังสรรค์กับเพื่อนฝูง  มี Residential ที่อยู่อาศัย มีโรงเรียน โรงแรม ตลอดจนกิจกรรมที่ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ของสมาชิกในครอบครัว

และความสำเร็จของเมกา ฟู้ดวอล์ค กับรางวัลระดับโลกในปีที่ผ่านมา ในฐานะศูนย์อาหารที่ออกแบบยอดเยี่ยมที่สุด จนกระทั่งการเปิดตัวเมกาพาร์คล่าสุดในปีนี้ ล้วนเป็นหนึ่งในจิ๊กซอว์ตัวสำคัญที่เติมเต็มให้ภาพของ “เมกาซิตี้” ใกล้ความจริงยิ่งขึ้น

วันนี้เราเดินทางมาพูดคุยกับเธออีกครั้ง อัปเดตตามแผนยุทธศาสตร์ และสิ่งที่จะได้เห็นเพิ่มขึ้นในปีนี้

The Great Meeting Place of Eastern Bangkok

ในยุคที่ผู้คนซื้อของผ่านการจิ้มหน้าจอ หลายๆคนมองว่าไม่จำเป็นต้องเข้าห้าง ดังนั้นการสร้างประสบการณ์ที่มากกว่าแค่การซื้อของ รับประทานอาหาร ถือเป็นความท้าทายที่ Developer ทุกเจ้าต้องตอบโจทย์ลูกค้าให้ได้ และเมกาบางนามีแต้มต่อที่เหนือกว่า ด้วยจุดแข็งคือพื้นที่ขนาดใหญ่ ถึง 400 ไร่ ซึ่งตอนนี้ได้ดำเนินการพัฒนาพื้นที่ไปแล้วประมาณ 250 ไร่ ในจำนวนนี้ยังเหลืออีก 150 ไร่ สามารถพัฒนาแม็กเน็ตต่างๆได้อีก ต่างจากห้างใน CBD หรือในตัวเมืองที่ขยายทำอะไรต่อยาก

แต่พื้นที่เยอะ หรือทำเลดี ไม่ใช่คีย์เวิร์ดคำตอบเดียว การสร้างแม็กเน็ตต้องทำให้ตรงจุด ตรงกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคด้วย เกือบ 10 ปีที่ผ่านมาผู้บริหารสาวย้ำว่า กุญแจความสำเร็จของเมกาบางนา คือการรับฟังความเห็นของลูกค้าและพัฒนาพื้นที่ต่อยอดตามที่ลูกค้าต้องการ

ปพิตชญา สุวรรณดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ศูนย์การค้าเมกาบางนา

“ในปีนี้แนวคิดการเป็น “The Great Meeting Place of Eastern Bangkok” จะเป็นทิศทางหลักในการขับเคลื่อนตัวศูนย์การค้า และเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อศูนย์การค้าในการมาเพื่อจับจ่ายซื้อของ ให้มาเป็นสถานที่ที่มอบประสบการณ์ใหม่ๆ สำหรับการใช้ชีวิตของผู้คน และทำให้ทุกคนสามารถเข้ามาใช้บริการได้”

การที่จะเป็น The Great Meeting Place of Eastern Bangkok  ได้นั้น ผู้บริหารเมกาบางนา อธิบายถึงแผนการสร้างประสบการณ์กับผู้บริโภคให้ได้ 3 รูปแบบ หรือ 3 กลุ่มเป้าหมาย

1 MEET with Your Shopping Style

ไม่ว่าอย่างไร ช้อปปิ้ง คือหัวใจสำคัญสุดของมอลล์ ซึ่งเมกาบางนาเป็นศูนย์การค้าแห่งแรกในประเทศไทย ที่อยู่นอกเขตศูนย์กลางธุรกิจของกรุงเทพฯ (Central Business District: CBD)   ที่เพียบพร้อมไปด้วยแบรนด์แฟชั่นระดับอินเตอร์เนชั่นแนล แฟลกซิปสโตร์ และร้านอาหารยอดนิยมจำนวนมาก ที่ได้ยกเอาร้านค้าสุดอินเทรนด์จากใจกลางเมืองมามอบความสุขให้กับลูกค้าโซนนอกเมือง

โดยปีนี้เมกาบางนาจะยังนำเสนอประสบการณ์ความเป็น วัน-สต็อป ช้อปปิ้ง (One-Stop Shopping) ด้วยร้านค้ากว่า 900 ร้านค้า ครอบคลุมทุกประเภทสินค้าและไลฟ์สไตล์ สำหรับทุกเจเนอเรชั่น

“ปีที่ผ่านมา เมกาบางนาได้ต้อนรับร้านค้าใหม่มากกว่า 100 ร้านค้า เพื่อเป็นการปรับเปลี่ยนร้านค้าที่ทันสมัยให้สอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มลูกค้าอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ เรายังตอบรับความต้องการของคู่ค้าเดิมในการขยายพื้นที่ร้านค้า เช่น โฮมโปร ขยายพื้นที่กว่า 10% EVEANDBOY ย้ายพื้นที่เพื่อขยายพื้นที่ขายมากกว่า 3 เท่า อีกทั้งการรองรับแบรนด์ร้านค้าชื่อดังจากออนไลน์ Pomelo และในปี 2562 นี้ยังมีร้านค้าแบรนด์ดังที่จะเตรียมเปิดให้บริการอีกเป็นจำนวนมากกว่า 50 ร้าน อาทิ Teppen, Red Diamond, Vans, Lamy เป็นต้น”

2) MEET with Your Favorite Taste

ปัจจุบันพื้นที่โซนอาหารถือว่าเป็น Magnet สำคัญมากของแต่ละศูนย์การค้า เพราะพฤติกรรมของลูกค้าในการมาที่ศูนย์การค้านั้น ไม่ได้มาเพื่อช้อปปิ้ง ซื้อสินค้าแต่เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่เป็นการมาเพื่อพบปะพูดคุยงาน สังสรรค์กับเพื่อน หรือครอบครัว ดังนั้นศูนย์อาหารจึงต้องสร้างสรรค์ให้เป็น “Meeting Place” เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าให้ได้มากกว่าและแตกต่าง

ซึ่งใครที่อยู่โซนบางนา คงปฏิเสธไม่ได้ว่า  “ฟู้ด เดสทิเนชั่น” ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งกรุงเทพตะวันออก เมกาบางนาคือคำตอบนั้น ด้วยร้านอาหารมากมายให้เลือกสรรถึง 165 ร้าน โดยเฉพาะในปีที่ผ่านมา ได้เปิดตัวส่วนขยาย “เมกา ฟู้ดวอล์ค” (Mega FoodWalk) บนพื้นที่กว่า 20000 ตารางเมตร ประกอบด้วย ร้านอาหารชื่อดังกว่า 30 ร้าน ทั้งร้านอาหารอร่อยระดับตำนาน ร้านดังขวัญใจนักชิม หรือร้านอร่อยสุดฮิต ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีจากกลุ่มลูกค้า

เมกา ฟู้ดวอล์ค

 

ไม่ใช่แค่มีร้านเยอะ แต่ด้วยการออกแบบที่สวยงาม มีฟังก์ชันที่พร้อมให้ผู้คนมาเติมเต็มไลฟ์สไตล์อย่างแท้จริง จนได้รับรางวัล ชนะเลิศด้วยคะแนนโหวตสูงสุดจากเวทีประกวดด้านสถาปัตยกรรมระดับโลก “Architizer A+ Awards: Popular Choice Winner” ในหมวดศูนย์การค้า (Commercial Shopping Center) ประจำปี 2018 อีกด้วย

โดยหลังจากที่เปิดตัว เธอเล่าว่ามีส่วนช่วยเพิ่มให้คนเข้ามาที่เมกาบางนาอีก 15%

“ปกติเฉลี่ยแต่ละเดือน Traffic ประมาณ เดือนละ 3.8 ล้านคน วันธรรมดาลูกค้าใช้เวลาประมาณ 90-120 นาที ถ้าเป็นเสาร์อาทิตย์ประมาณ 4 ชั่วโมง แต่มีลูกค้าเราเคยบอกว่า ขอบัตรจอดรถ 8 ชั่วโมงเลยได้มั๊ย เพราะแค่ 4 ชั่วโมง ไม่พอ ตรงนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่เราตั้งใจ อยากจะให้ลูกค้าใช้เวลาที่นี่มากขึ้น”

3) MEET with Your Fun Day out

นอกจากมาช้อปปิ้ง มารับประทานอาหารแล้ว สิ่งที่ลูกค้าอยากได้จากเมกาบางนาก็คือพื้นที่พักผ่อน ตลอดจนกิจกรรมที่เสริมสร้างไลฟ์สไตล์อื่นๆ ผู้บริหารสาวเรียกว่า MEET with Your Fun Day out  เป็นไฮไลต์คอนเซ็ปต์ของปีนี้ก็ว่าได้

เริ่มตั้งแต่การเปิดตัว เมกาพาร์ค สวนสาธารณะบนพื้นที่กว่า 7 ไร่ เป็นพื้นที่สีเขียวและปอดแห่งใหม่ของชาวบางนา ที่มีสนามเด็กเล่นพร้อมเครื่องเล่นสำหรับเด็กที่มีมาตรฐานปลอดภัย อาทิ บ้านต้นไม้ น้ำพุ น้ำตกจำลอง พร้อมลู่วิ่งให้คนมาออกกำลังกาย และยังเปิดให้เป็นพื้นที่พักผ่อนสำหรับคนรักสัตว์เลี้ยง ให้สามารถนำสัตว์เลี้ยงเข้ามาร่วมกิจกรรมต่างๆ ได้ โดยเปิดให้บริการตั้งแต่ 6 โมงเช้า ใครก็เข้ามาใช้บริการได้ทุกคน รวมถึงร้าน Pet Club ที่เตรียมเปิดให้บริการในเดือนมิถุนายนนี้

“ปัจจุบันทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญกับเรื่องการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับสังคม เราไม่สามารถพัฒนาแต่พื้นที่ช้อปปิ้งโดยไม่ใส่ใจเรื่องสุขภาพของผู้บริโภคได้ เราอยากมอบพื้นที่สาธารณะสีเขียวให้กับคนย่านนี้ ทุกคนสามารถมาออกกำลังกาย มาพักผ่อนได้ทั้งครอบครัว”

 

Edutainment ศูนย์รวมการเรียนรู้และความบันเทิงของครอบครัว

ต่อยอดจากคอนเซ็ปต์ MEET with Your Fun Day out  ด้วยการสร้างพื้นที่กิจกรรมที่เป็น Edutainment ศูนย์รวมการเรียนรู้และความบันเทิงของครอบครัว เพื่อเติมเต็มประสบการณ์การใช้ชีวิตในทุกไลฟ์สไตล์ที่ครบวงจรของลูกค้าทุกกลุ่ม ให้สามารถมาที่ศูนย์ฯ แล้วได้มากกว่าการมาช้อปปิ้ง และสามารถใช้เวลาอยู่ภายในศูนย์ได้เกือบตลอดทั้งวัน โดยพื้นที่ขยายเพิ่มขึ้นอีก 10000 ตารางเมตร จะมีอะไรบ้าง มาดูกัน

เริ่มจากเอาใจเด็กๆ ด้วย “ฮาร์เบอร์แลนด์” ซึ่งที่นี่จะเป็นสนามเด็กเล่นในร่มขนาดใหญ่ที่สุดเอเชีย รวมพื้นที่กว่า 8,500 ตารางเมตร ภายใต้ธีม “Happy Farm ฟาร์มสนุก ความสุขของทุกคนในครอบครัว” ครอบคลุมทุกช่วงวัย พร้อมด้วยคุณภาพและมาตรฐานความปลอดภัย โดยใช้ผู้ผลิตเครื่องเล่นชั้นนำระดับโลก พร้อมเปิดให้บริการในเดือนเมษายนนี้

รวมทั้ง “Movement Playground”  คราวนี้ตอบโจทย์โตขึ้นมาอีกหน่อย เป็นโซนกีฬากลางแจ้งกว่า 1 ไร่ ที่สอดรับกับเทรนด์เอ็กซ์ตรีมสปอร์ต และการแข่งขันรูปแบบนินจาวอริเออร์ ที่เน้นความแข็งแกร่งของร่างกาย และกำลังได้รับความนิยมในกลุ่มวัยรุ่น ที่เตรียมเปิดให้บริการภายในเดือนเมษายนนี้เช่นกัน

นอกจากนี้ ยังเสริมความแข็งแกร่งโดยการขยายโซนเมกา สมาร์ทคิดส์ เพิ่มโรงเรียนเสริมทักษะความรู้ชั้นนำ เพื่อรองรับการเติบโตของกลุ่มครอบครัว อาทิ  The Kick, Dance space, Robot’s child, I Can Read!และ Chefu Town,  เป็นต้น ทำให้เมกาบางนามีสถาบันกวดวิชาและเสริมทักษะสำหรับเด็กรวมกว่า 17 สถาบัน

“การเปิดแม็กเนตใหม่ๆ เข้ามาในไตรมาสแรกนี้ นับเป็น การเพิ่มจุดเด่นของเมกาบางนาในด้านของการเป็นศูนย์รวมของเอ็ดดูเทนเม้นท์สำหรับทุกคนในครอบครัวที่ครบวงจรอย่างแท้จริง รวมทั้งได้ประโยชน์ในการเพิ่มทั้งจำนวนผู้เข้ามาใช้บริการในกลุ่มใหม่ๆ และเพิ่มระยะเวลาในการเข้ามาใช้บริการภายในศูนย์ฯ ได้อย่างครบวงจร และจะส่งผลดีถึงการเพิ่มยอดการใช้จ่ายของลูกค้าภายในศูนย์ต่อไป” ปพิตชญา กล่าวเพิ่มเติม

 

“ในช่วงเวลา 2 ปีที่ผ่านมา เราได้ดำเนินการพัฒนา “เมกาซิตี้” ตามแผนพัฒนาโครงการในรูปแบบ “มิกซ์ ยูส” บนพื้นที่กว่า 400 ไร่ โดยปัจจุบันได้ใช้พื้นที่ไปแล้วกว่า 250 ไร่ และได้รับการตอบรับที่ดีทั้งจากลูกค้า คู่ค้า และนักลงทุนจำนวนมาก

เมกาซิตี้จะเป็นเมืองขนาดใหญ่สำหรับการใช้ชีวิตแบบครบวงจร โดยมีศูนย์การค้าเมกาบางนาเป็นศูนย์กลาง ครอบคลุมตั้งแต่พื้นที่สำหรับอยู่อาศัย ออฟฟิศสำนักงาน แหล่งช้อปปิ้งหรือแม้กระทั่งสถานที่ในการใช้ชีวิตตามไลฟ์สไตล์อันหลากหลาย เป็นโครงการที่มีศักยภาพในการแข่งขันสูง โดดเด่นเหนือชั้น และพร้อมจะตอบโจทย์ความต้องการในทุกรูปแบบ”

 

สร้างสะพานกลับรถใหม่

รวมถึงเมื่อปีที่ผ่านมา ศูนย์การค้าเมกาบางนาได้สนับสนุนงบประมาณ 95 ล้านบาทให้โครงการก่อสร้างสะพานกลับรถแห่งใหม่ในเขตทางหลวงหมายเลข 34 ถนนบางนา – ตราด ช่วงกิโลเมตรที่ 7 ช่วยบรรเทาปัญหาการจราจรบริเวณถนนบางนา – ตราด และชุมชนรอบเมกาบางนา ทั้งยังช่วยลดอุบัติเหตุในพื้นที่ และเป็นการพัฒนาโครงข่ายทางหลวงหลักในเส้นทางสายตะวันออก และเพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจและกำลังซื้อของประชาชนในย่านบางนา ซึ่งได้พัฒนาเป็น “ฮับ” ยุทธศาสตร์สำคัญ ศูนย์รวมของการเดินทาง และการขนส่งในอนาคต”

“เพราะสิ่งที่เรามุ่งมั่นมาตลอดคือการมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมที่เมกาบางนาจึงมีทุกอย่างที่เติมเต็มไลฟ์สไตล์ครบสมบูรณ์ ทุกคนที่มาต้องได้รับความสุข ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้ใหญ่ วัยรุ่น พื้นที่ตรงนี้จึงไม่ใช่แค่ร้านอาหาร ช้อปปิ้ง แต่เป็นพื้นที่แห่งไลฟ์สไตล์ที่ทุกคนจะมาทำกิจกรรมร่วมกันได้” ผู้บริหารย้ำท้าย



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน