เปิดตัว “Harbour” ภัตตาคารบุฟเฟ่ต์ระดับพรีเมียม 5 ดาว ภายใต้การบริหารโดยบริษัทร่วมทุนชื่อ “ซีพี ไห่หลาย ฮาร์เบอร์ จำกัด” ทุนจดทะเบียน 160 ล้านบาท “CPF” เผยเกมส่ง ‘วัตถุดิบ’ เข้าธุรกิจภัตตาคาร เชื่อศักยภาพเติบโตสูง โดยสาขาแรกในไทยใช้พื้นที่กว่า 2,000 ตารางเมตร ณ ไอคอนสยาม ตั้งเป้ารายได้ 200 ล้านภายใน 1 ปี เตรียมขยายอีก 5 สาขาภายใน 5 ปี
เช้าวันนี้เวลา 10.45 น. นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้ให้เกียรติเดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดภัตตาคารฮาเบอร์ ณ ไอคอนสยาม

โดยนายสุขวัฒน์ ด่านเสริมสุข ประธานคณะผู้บริหารธุรกิจอาหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF เปิดเผยว่า การขยายธุรกิจ ‘ภัตตาคาร’ เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ของซีพีเอฟ เพื่อทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงอาหารได้ในทุกระดับ โดยล่าสุดบริษัทได้เริ่มลุยธุรกิจภัตตาคาร โดยมีจุดเริ่มต้นมาจากคุณธนินท์ เจียรวนนท์ ได้ไปรับประทานอาหารที่ภัตตาคาร “ฮาร์เบอร์” ไต้หวัน แล้วประทับใจ จึงเริ่มพูดคุยกับประธานบริษัท และต่อยอดธุรกิจมาสู่ประเทศไทยในเวลาต่อมา
ล่าสุด CPF ได้ลุยธุรกิจภัตตาคารภายใต้ชื่อ “ฮาร์เบอร์” ซึ่งเป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับจากไต้หวันและจีน โดยสุขวัฒน์มองว่า เมื่อนำจุดเด่นของฮาร์เบอร์มารวมกับไลฟ์สไตล์การรับประทานอาหารนอกบ้านของคนไทยจะได้รับการตอบรับอย่างดีทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ
อย่างไรก็ตาม “ฮาร์เบอร์” เป็นธุรกิจร่วมทุนระหว่าง “CPF” และ “ไห่หลายกรุ๊ป” ไต้หวัน ในสัดส่วนหุ้น 51 : 49 ตามลำดับ เพื่อดำเนินธุรกิจภัตตาคารโดยจัดตั้งบริษัทในเครือชื่อ “บริษัท ซีพี ไห่หลาย ฮาร์เบอร์ จำกัด” ด้วยทุนจดทะเบียน 160 ล้านบาท
ขณะที่ “ไห่หลายกรุ๊ป” มีธุรกิจอาหารในเครือทั้งหมด 15 แบรนด์ มีจุดเริ่มต้นจากธุรกิจโรงแรมและฝ่ายจัดเลี้ยง และมีภัตตาคารบุฟเฟ่ต์ระดับ 5 ดาวชื่อ “ฮาร์เบอร์” สาขาแรกที่โรงแรมแกรนด์ไห่หลาย เมื่อได้รับการตอบรับดีจึงแยกฝ่ายจัดเลี้ยงออกมาตั้งเป็น “บริษัท ไห่หลาย ฟู้ดส์ จำกัด” กระทั่งปี 2011 ได้ขยายสาขา 2 ต่อมาได้เพิ่มจำนวนสาขาในประเทศจีน
ปัจจุบัน ไห่หลาย ฟู้ดส์ ดำเนินกิจการภัตตาคารฮาร์เบอร์รวม 10 สาขา เป็นสาขาในไต้หวัน 7 สาขา ในจีน 2 สาขา และสาขาที่ 10 ในประเทศไทย ตั้งอยู่ที่ชั้น 6 ศูนย์การค้า ICONSIAM
สุขวัฒน์กล่าวอีกว่า ฮาร์เบอร์สาขาแรกในประเทศไทยใช้งบการลงทุน 130 ล้านบาท มีพนักงานทั้งหมด 90 คน และผู้บริหาร 7 คน เป็นผู้บริหารไทย 4 คนและไต้หวัน 3 คน ใช้พื้นที่ไปกว่า 2,000 ตารางเมตร บนชั้น 6 ไอคอนสยาม รองรับลูกค้าได้รอบละ 450 ที่นั่ง จากทั้งหมด 2 รอบต่อหนึ่งวัน แบ่งเป็นวันจันทร์ถึงศุกร์รอบ Lunch (11.30-14.30), Dinner (17.30-21.30) ส่วนวันหยุดนักขัตฤกษ์และเสาร์อาทิตย์ เป็นรอบ All Day (เปิดตั้งแต่ 11.30-21.30)
ด้าน ลือ เซียว หมิง (Liu Tzu-Ming) ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท ซีพี ไห่หลาย ฮาร์เบอร์ จำกัด กล่าวว่า ธุรกิจร้านอาหารในประเทศไทยมีทิศทางการเติบโตที่ดี เนื่องจากประเทศไทยเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม และมีการเติบโตของเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง การเข้ามาร่วมทุนกับ CPF จะช่วยสนับสนุนการเติบโตทางธุรกิจผ่านการนำศักยภาพในแต่ละด้านมาช่วยเสริมซึ่งกันและกัน โดยไห่หลายกรุ๊ปเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการภัตตาคารและอาหาร ส่วนซีพีเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุดิบ ดังนั้น วัตถุดิบกว่า 90% จะเป็นวัตถุดิบในประเทศไทย และเสิร์ฟให้บริการใน “ฮาร์เบอร์” สาขาแรกในประเทศไทย
ลือ เซียว หมิง ตั้งเป้าว่า ในปี 2019 ฮาร์เบอร์สาขาแรกจะมีรายได้อยู่ที่ 200 ล้านบาท และภายใน 5 ปีตั้งเป้าจะขยายอย่างน้อย 5 สาขาตามหัวเมืองใหญ่ในประเทศไทย อาทิ พัทยา ภูเก็ต ฯลฯ โดยประเมินศักยภาพจากจำนวนประชากรในพื้นที่อย่างน้อย 1 ล้านคน และต้องมีพื้นที่อย่างน้อย 2,000 ตารางเมตร
ข้อมูลเพิ่มเติม
จันทร์-ศุกร์ Lunch : 799 บาทต่อหัว
จันทร์-ศุกร์ Dinner : 899 บาทต่อหัว
ข้อมูลเพิ่มเติม
ปัจจัยการลงทุน “ฮาร์เบอร์”
1. ประชากรในพื้นที่อย่างน้อย 1 ล้านคน
2. ตั้งในเมือง และหัวเมืองใหญ่
3. มีพื้นที่สาขาอย่างน้อย 2,000 ตารางเมตร
–
