บางกอกแอร์เวย์ส รายได้เท่าไร ? บทวิเคราะห์กลยุทธ์พลิกกำไรของ บางกอกแอร์เวย์ส ในวันที่การแข่งขันถึงจุดเดือด

“ราคาน้ำมันแพงกว่าเดิมแต่สายการบิน Low Cost ยังเล่นในเกมราคา เราก็เห็นภาพชัดเจนแล้วว่าในปีที่ผ่านมาทุกสายการบินมีกำไรน้อยลงอย่างน่าใจหาย ก็ไม่รู้ว่าจะขับเคลื่อนตลาดแบบนี้ไปนานเท่าไร เพราะสรุปแล้วทุกคนมีแต่เจ็บตัว” พรต เสตสุวรรณ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายการตลาด บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) บอกถึงผลเสียในการแข่งขันธุรกิจสายการบิน

และไม่ได้กระทบแค่ในกลุ่มสายการบิน Low Cost แต่ยังส่งผลให้รายได้ของสายการบินที่มีราคาขายตั๋วแพงกว่ากลุ่ม Low Cost อย่าง บางกอกแอร์เวย์ส มีรายได้ลดน้อยลง

จากในปี 2017 มีรายได้ 29,309 ล้านบาท ล่าสุดปี 2018 บางกอกแอร์เวย์ส มีรายได้ 27,943 ล้านบาท รวมไปถึงกำไรที่ลดลงต่อเนื่องเช่นกัน

จากที่ในอดีต บางกอกแอร์เวย์ส ปีหนึ่งเคยมีกำไรเกือบๆ 1,800 ล้านบาท มาในวันนี้เหลือเพียง 249 ล้านบาท ถึงจะมีสารพัดเหตุผลมากมายที่ทำให้กำไรและรายได้ลดน้อยลง

โดยหนึ่งในเหตุผลสำคัญ ก็คือการแข่งขันที่รุนแรงของกลุ่มสายการบิน Low Cost ที่มาแย่งชิงลูกค้าไปจากอ้อมกอดบางกอกแอร์เวย์ส

แล้วบางกอกแอร์เวย์สจะมีวิธีแก้เกมกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไรเพื่อให้รายได้และกำไรกลับมาเติบโตเหมือนอย่างในอดีต

ซึ่งคงหนีไม่พ้นการหาวิธีการเพิ่มรายได้ธุรกิจการบินและธุรกิจที่ไม่ใช่สายการบินให้เพิ่มมากขึ้น

อันดับแรกสุดคือการเพิ่มรายได้ธุรกิจสายการบิน

 

บางกอกแอร์เวย์ส

เพิ่มเส้นทาง เพิ่มโอกาส

 

โดยแผนแรกสุดในการหารายได้ในธุรกิจหลักนี้ ก็คือการเพิ่มเส้นทางการบินในกลุ่มประเทศ CLMV มากขึ้นกว่าปีที่แล้ว โดยอาศัยจุดแข็งของตัวเองในการมีพันธมิตรสายการบินในกลุ่มประเทศกัมพูชา, ลาว, พม่า และ เวียดนาม 

ยกตัวอย่างเช่น ปีที่แล้ว บางกอกแอร์เวย์สมี 7 เที่ยวบิน/สัปดาห์ที่บินตรงจากกรุงเทพ-ดานัง (เวียดนาม) แต่ปีนี้เพิ่มเป็น 14 เที่ยวบิน/สัปดาห์ เลยทีเดียว

จนไปถึงการเปิดเส้นทางบินใหม่ๆ อย่าง เชียงใหม่-หลวงพระบาง ที่จะให้บริการ 3 เที่ยว/สัปดาห์

“นอกจากเรื่องเครือข่ายในกลุ่มประเทศ CLMV แล้วนั้นหากสังเกตกลุ่มประเทศเหล่านี้เริ่มมีกลุ่มประชากรที่มีรายได้สูงในจำนวนที่เพิ่มมากขึ้นในทุกๆ ปี และชอบที่จะเดินทางไปหาสถานที่เที่ยวใหม่ๆ”

อีกทั้งบางกอกแอร์เวย์สเองก็ยังจัดแคมเปญการตลาดร่วมกับภาครัฐและเอกชน ในการกระตุ้นให้ประชากรในประเทศ CLMV มาเที่ยวในประเทศไทยมากขึ้น

แผนสองต่อมา คือการเพิ่มช่องทางการขายใหม่ๆ จากแต่เดิมบางกอกแอร์เวย์สมีช่องทางการขายแบบเดิมๆ คือออนไลน์ผ่านหน้าเว็บไซต์ของตัวเองและกลุ่มตัวแทนจำหน่ายตั๋วเครื่องบิน

แต่ช่องทางที่ถูกเสียบปลั๊กเข้าไปใหม่นั้นคือ Online Travel Agency อาทิ Traveloka, Expedia ซึ่งรวมๆ กันน่าจะประมาณ 15 รายที่บางกอกแอร์เวย์สจะขายตั๋วเครื่องบินผ่านช่องทางนี้

โดย พุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ เชื่อว่าช่องทางนี้จะมียอดขายเป็น 10% จากยอดขายทั้งหมดเมื่อถึงสิ้นปี 2019

แผนสุดท้าย นอกจากการซื้อเครื่องบิน 2 ลำใหม่ในรุ่น ATR 72-600 แล้วนั้น ยังมีการปรับปรุงสภาพภายในห้องโดยสารของเครื่องบินทั้งหมดที่คาดว่าจะใช้เวลานาน 2 ปี

เป้าหมายก็เพื่อยกระดับให้เห็นความแตกต่างที่ชัดเจนระหว่างสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ที่เป็นสินค้า Premium กับกลุ่มสายการบิน Low Cost

เพราะพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ก็ย้ำจุดยืนชัดเจนแล้วว่าบางกอกแอร์เวย์สจะไม่บินไปสู่ “น่านฟ้าของเกมราคา”

มาถึงส่วนที่สองซึ่งเป็นอะไรที่น่าสนใจไม่น้อยก็คือธุรกิจที่ไม่ใช่สายการบินบนน่านฟ้า แม้ปัจจุบันกลุ่มธุรกิจนี้จะมีสัดส่วนประมาณ 27% จากรายได้ทั้งหมด ส่วนที่เหลือ 73% คือธุรกิจสายการบิน

แต่แผนในอนาคตก็คือต้องการปลุกปั้นให้รายได้ในกลุ่มธุรกิจที่ไม่ใช่สายการบินบนน่านฟ้ามีสัดส่วน 50% จากรายได้ทั้งหมดเลยทีเดียว

โดยในปีนี้ที่เห็นชัดเจนก็คือการจัดตั้งบริษัทใหม่ที่ชื่อว่า บางกอกแอร์ เอวิเอชั่น เทรนนิ่ง เซ็นเตอร์ จำกัด ซึ่งเป็นสถาบันฝึกอบรมด้านการบิน ที่จะเปิดรับสมัครให้คนที่สนใจเรียนและอยากมีความรู้ในธุรกิจนี้

ต่อมา คือการเปิดครัวการบินเพิ่มอีกหนึ่งแห่งที่สนามบินเชียงใหม่ จากเดิมที่มีสุวรรณภูมิ และภูเก็ต อีกทั้งยังมีการเปิดร้านอาหารไทยต้นตำรับอย่าง “เรือนนพเก้า” อีกหนึ่งแห่ง จากแต่เดิมนั้นธุรกิจร้านอาหารมีแบรนด์ Brasserie 9 ร้านอาหารฝรั่งเศส และ ร้าน AI Saray ร้านอาหารอินเดีย

จนไปถึงธุรกิจสนามบิน ที่บางกอกแอร์เวย์สพยายามที่จะหาสายการบินพันธมิตรให้มากขึ้นเพื่อมาใช้บริการสนามบินของตัวเองที่อยู่ในต่างจังหวัด

สุดท้าย…ก็คือการร่วมประมูลสัมปทาน Duty Free ที่สนามบินสุวรรณภูมิและอีก 3 แห่ง ซึ่งกลุ่ม King Power ถือครองสิทธิมานานกว่า 14 ปี และกำลังจะหมดสัญญาลงในเดือนกันยายน ปี 2020

โดยการประมูลครั้งนี้ บางกอกแอร์เวย์สเองก็ยอมรับว่าให้ความสนใจและเตรียมที่จะทุ่มเม็ดเงินในการประมูล

เพราะ  Duty Free เองก็เป็นอีกหนึ่งจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญของบางกอกแอร์เวย์สในการจะเพิ่มรายได้ในกลุ่มธุรกิจที่ไม่ใช่สายการบิน

เพราะเวลานี้น่านฟ้าในธุรกิจสายการบินไม่ใช่ “สีฟ้า” เหมือนอย่างในอดีต

แต่..แปรเปลี่ยนเป็น “สีแดง” ที่เต็มไปด้วยฝูงบินจำนวนมากติดอาวุธหนักเชือดเฉือนกันด้วย “ราคา”

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน