สยามพิวรรธน์ รายได้เท่าไร ? เปิดยุทธศาสตร์ สยามพิวรรธน์ ศูนย์การค้าต้องไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป !!!

จากศูนย์การค้าแรก “สยามเซ็นเตอร์” เมื่อปี 2516 เวลานี้กลุ่มบริษัท “สยามพิวรรธน์” มาไกลเกินกว่าที่ใครหลายคนคิด

เพราะวันนี้เมื่อมีศูนย์การค้าที่อยู่ในมือตัวเองถึง 4 แห่ง มีบริษัทในเครือ 46 บริษัท และมีสินทรัพย์รวม 45,000 ล้านบาท สุดท้ายคือในปี 2018 มีรายได้ 25,500 ล้านบาท

ความน่าสนใจอยู่ที่ว่า สยามพิวรรธน์ในอีก 5 ปีข้างหน้าบริษัทแห่งนี้ต้องการมีรายได้มากกว่า 50,000 ล้านบาท และทำให้ศูนย์การค้าของตัวเองเป็น Retail Destination 

เป้าหมายครั้งนี้ทำให้ “สยามพิวรรธน์” เตรียมเงินลงทุนไว้ในกระเป๋าอย่างน้อยๆ 70,000 ล้านบาท ที่จะใช้ใน 5 ปีนี้ โดยเงินส่วนนี้มากกว่า 80% คือการใช้พัฒนาโครงการใหม่ๆ ที่ตัวเองเตรียมจะเนรมิตขึ้นในอนาคต

โดยโครงการที่จะเปิดตัวในเดือนธันวาคมปีนี้ ก็คือการร่วมทุนกับ “ไซม่อน พร็อพเพอร์ตี้” บริษัทที่มี Outlet 96 แห่งทั่วโลก เปิดตัว Siam premium outlet ซึ่งจับกลุ่ม Luxury ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ บนพื้นที่ 150 ไร่ โดยแผนในอนาคตจะเปิดอีก 2 outlet ในภาคเหนือและภาคใต้

แต่ที่ฮือฮาก็คือการประกาศชัดเจนแล้วว่าในแผน 5 ปีข้างหน้า สยามพิวรรธน์จะมีการเปิด 2 อภิมหาโครงการที่ตอบได้ชัดเจนในเวลานี้คือกรุงเทพฯ 1 แห่ง และในต่างประเทศอีก 1 แห่ง

“กรุงเทพฯ เราก็ยังอยู่ในการเจรจา ที่ดินมองไว้ใน 3 ทำเลหลักๆ ซึ่งต้องมีขนาดพื้นที่ใหญ่ 50-100 ไร่ และแนวคิดโครงการจะต้องสร้างความแปลกใหม่และเหนือความคาดหมายเหมือนอย่างที่เราสร้าง Siam Paragon และ Icon Siam ที่สร้างปรากฏการณ์ระดับโลก” 

“Project ในอนาคตเราจะไม่ลงทุนคนเดียว จะเป็นการจับมือหาพันธมิตร เพราะแต่ละโครงการต้องใช้เงินลงทุนมหาศาล ส่วนตลาดต่างประเทศก็ใช้วิธีเดียวกัน คือหาพันธมิตรในการทำธุรกิจ โดยที่มองๆ ไว้อยู่ก็คือ เวียดนาม, กัมพูชา, และลาว เป็นต้น” ชฎาทิพ จูตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด บอกถึงแผนการลงทุนในอนาคต

โดยเธอยังบอกว่าความสำเร็จของ Icon Siam จะเป็นต้นแบบในการสร้าง Retail Destination ที่ไม่ใช่แค่การสร้าง “ศูนย์การค้า” เหมือนอย่างในอดีต แต่คือการ “สร้างเมือง”

อธิบายให้ชัดเจนก็คือ การสร้างเมืองเล็กๆ รูปแบบ Mixed use ที่จะมีทั้งโรงแรม, คอนโดมิเนียม, ศูนย์ประชุม และศูนย์การค้า ที่ภายในต้องโดดเด่นด้วยดีไซน์ และมีการผสมผสานวัฒนธรรมไทยรวมถึงสิ่งแปลกใหม่ที่ไม่เคยมีศูนย์การค้าไหนเคยทำมาก่อน

แล้วทำไมต้องเป็น Mixed use และต้องทำให้ศูนย์การค้าไม่ใช่แค่แหล่งช้อปปิ้งอย่างเดียว แต่ต้องให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ใครๆ ก็อยากมา

ชฎาทิพบอกกับ Marketeer ว่าหนึ่งในเหตุผลสำคัญก็คือ Digital Disruption ที่ในอนาคตอาจจะส่งผลให้คนเดินศูนย์การค้าน้อยลง และหากเจ้าของศูนย์การค้าไม่สร้างแรงดึงดูดให้มากกว่า แค่พฤติกรรมช้อปปิ้งก็คงดำเนินธุรกิจให้ยั่งยืนได้ยาก แม้แผนในวันนี้สยามพิวรรธน์จะนำสินค้าในศูนย์การค้าขยายยังช่องทางค้าปลีกไปยังออนไลน์ก็ตามที

ส่วนที่ต้องมีโรงแรม คอนโดมิเนียม และศูนย์ประชุม ก็เพื่อดึงให้คนเข้ามาในศูนย์การค้าเช่นกัน

ซึ่งก็ไม่ได้แตกต่างจากโครงการใหม่ๆ ของคู่แข่งที่ประกาศในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น 3 Project ของ “เจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี” บนถนนพระราม 4 ที่รวมมูลค่าทั้งหมด 3 โครงการมากกว่า 2 แสนล้านบาท

และทั้งหมดของ “เสี่ยเจริญ” ล้วนแล้วแต่เป็นโครงการในรูปแบบ Mixed use 

หรือจะเป็นของทางฝั่ง THE MALL ที่ประกาศโครงการ BANGKOK MALL มูลค่า 50,000 ล้านบาท เป็นโครงการระดับ Flagship Project ที่อยู่ในรูปแบบ Mixed use เช่นกัน

ในขณะที่ One Siam ที่มีทั้งสยามเซ็นเตอร์, สยามดิสคัฟเวอรี และสยามพารากอน ในช่วง 5 ปีต่อจากนี้ก็จะมีการรีโนเวตพื้นที่บางส่วนเพื่อเพิ่มจำนวนทราฟิกให้มากขึ้นกว่าเดิม

 

ไม่ใช่แค่แผนการลงทุน แต่ สยามพิวรรธน์ ยังพัฒนาระบบหลังบ้านของตัวเองด้วยเช่นกัน

ทั้งการใช้ระบบสารสนเทศทางการตลาดที่พัฒนา 5 ปี ด้วยงบ 500 ล้านบาท โดยระบบนี้จะทำการวิเคราะห์ฐานข้อมูลลูกค้าที่มี 7-8 ล้านคน เพื่อหาบริการและโปรโมชั่นที่ตอบโจทย์ลูกค้าแต่ละคนให้มากที่สุด

รวมไปถึงการพัฒนาโครงการ Next Gen Leader เพื่อเสริมทัพผู้บริหารรุ่นใหม่ในการขับเคลื่อนองค์กร

การลงทุน 70,000 ล้านบาท และการสลัดแนวคิดการทำ “ศูนย์การค้า” ในรูปแบบเดิมๆ จนไปถึงการปรับปรุงระบบการทำงานหลังบ้านทั้งเทคโนโลยี และพนักงานมากกว่า 2,000 คนของตัวเอง

เพราะในวันนี้ ชฎาทิพ จูตระกูล รู้ดีว่าโลกของธุรกิจค้าปลีกเปลี่ยนแปลงรวดเร็วอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

ที่สำคัญเธอเองก็บอกว่าในยุคนี้สามารถเกิดคู่แข่งหน้าใหม่ๆ ที่ไม่เคยทำธุรกิจศูนย์การค้าก็สามารถที่จะทำได้  

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer