​ธ.กสิกรไทย ดันธุรกิจผลิตอาหาร เครื่องสำอาง และธุรกิจค้าปลีก ผ่านโครงการ K SME Good to Great จัดคอร์สสัมมนาให้ความรู้ คว้า 8 พันธมิตรร่วมพัฒนาธุรกิจเอสเอ็มอี

จิตราวิณี วรรณกร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการขนาดเล็ก-กลาง (SME) ในประเทศไทยถือเป็นกลุ่มที่มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจและมีการเติบโตมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มธุรกิจผลิตอาหาร (Food) เครื่องสำอาง (Cosmetic) และกลุ่มธุรกิจค้าปลีก (Retail)

โดยมีการคาดการณ์ว่าในปี 2562 กลุ่มธุรกิจผลิตอาหารจะมีการเติบโตถึง 3.5% กลุ่มเครื่องสำอาง 5.1% และกลุ่มธุรกิจค้าปลีก 2.8%

ล่าสุด ธนาคารกสิกรไทยจึงประกาศเดินหน้าโครงการ K SME Good to Great เป็นปีที่สอง โดยปีนี้จะจัดขึ้น 2 ครั้ง ครั้งแรกสำหรับธุรกิจผลิตอาหารและเครื่องสำอาง ครั้งที่สองสำหรับธุรกิจค้าปลีก เปิดรับสมัครถึงวันที่ 21 เมษายน 2562

ทั้งนี้ โครงการ K SME Good to Great ที่จัดเมื่อปี 2561 ที่ผ่านมา มีผู้สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการทั้งหมด 2,424 ราย และมีเอสเอ็มอีที่ได้รับรางวัลทุนวิจัยจากธนาคารไป 8 ธุรกิจ

จิตราวิณี กล่าวอีกว่า ในปีนี้ธนาคารมีพันธมิตรถึง 8 องค์กร ได้แก่ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.), สมาคมผู้ค้าปลีกไทย, สมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย, บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด, บริษัท ทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง จำกัด, บริษัท พาณิชย์ดิจิทัล จำกัด, บริษัท ไอท้อปพลัส จำกัด และบริษัท ซอร์ทเอาท์ โดยทั้งหมดจะเข้ามาช่วยพัฒนาธุรกิจเอสเอ็มอีที่เข้าร่วมโครงการ

ในด้านช่องทางการจัดจำหน่าย มีผู้ให้ข้อมูลคือ มนตรี กนกพงศกร ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายบริหารและจัดซื้อกลุ่มสินค้าอาหารบริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด เผยว่า เอสเอ็มอีที่เข้าตาคณะกรรมการจะมีโอกาสจัดจำหน่ายสินค้าในท็อปซูเปอร์มาร์เก็ต แต่จะต้องผ่านมาตรฐานตามกฎหมายกำหนด

วีรวัฒน์ หงษ์สิทธิวงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการโครงการ B2C e-Commerce บริษัท ทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง จำกัด กล่าวเสริมว่า บริษัทมีคลังจัดเก็บและการกระจายสินค้าที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ตลอดจนเครือข่ายร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ที่มีมากกว่า 10,000 สาขาทั่วประเทศ และมีระบบไอทีมาตรฐานสากลที่รองรับการทำงาน ดังนั้น ทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง จึงเป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงออฟไลน์และออนไลน์ (O2O platform) ที่พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการให้ได้รับคำแนะนำเรื่องการพัฒนาให้เป็นที่ต้องการและสามารถเข้าถึงช่องทางเพื่อไปสู่ผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายได้

ด้าน วรวุฒิ อุ่นใจ ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันตลาดค้าปลีกไทยมีมูลค่าประมาณ 3 ล้านล้านบาท คิดเป็น 20% ของ GDP โดยส่วนแบ่งการตลาดจาก SME มีถึง 55% ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุด ดังนั้นการสื่อสารและการขายกับลูกค้าทางออนไลน์ จะยิ่งทำให้เซกเมนต์นี้มีการเติบโตมากยิ่งขึ้น

ธนาวัฒน์ มาลาบุปผา นายกสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย กล่าวว่า วัตถุประสงค์ของโครงการ K SME Good to Great สอดคล้องกับแนวทางของสมาคมฯ ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาธุรกิจผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคสมัยที่ประตูการค้าเปิดกว้างทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ช่องทางการขายจะหลอมรวมกัน ไม่มีเส้นแบ่งแยกออนไลน์และออฟไลน์ ผู้บริโภคมีความคาดหวังที่สูงขึ้นต่อการบริการในทุกช่องทาง สิ่งนี้นำมาซึ่งโอกาสสำหรับผู้ประกอบการที่ปรับตัวได้ทันและเอาลูกค้าเป็นศูนย์กลาง

วณิชชา วรรคาวิสันต์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พาณิชย์ดิจิทัล จำกัด เจ้าของเพจ Digitory เปิดเผยว่า องค์ความรู้สำคัญประการหนึ่งที่เอสเอ็มอีจะได้จากโครงการนี้ คือ การทำการตลาดออนไลน์ที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งนับเป็นปัจจัยสำคัญหนึ่งในการทำธุรกิจในยุคปัจจุบัน การขาดความรู้ความเข้าใจในการเลือกใช้เครื่องมือทำการตลาดออนไลน์อาจจะทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ไม่เป็นไปตามความคาดหวัง บริษัทจึงมีความยินดีที่ได้ร่วมเป็นพันธมิตรในโครงการนี้ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเอสเอ็มอีเข้าใจกระบวนการทำการตลาดออนไลน์ตั้งแต่เริ่มต้นไปจนถึงการใช้เครื่องมืออย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด

สวภพ ท้วมแสง กรรมการผู้จัดการและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ซอร์ทเอาท์ จำกัด เปิดเผยว่า เมื่อการขายมีโอกาสและช่องทางมากขึ้น การบริหารจัดการข้อมูลจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการดำเนินธุรกิจ เพราะทำให้เราสามารถนำข้อมูลไปใช้ในการวิเคราะห์และตัดสินใจเรื่องต่างๆ ส่วนเอสเอ็มอีที่เข้าร่วมโครงการจะได้ตัวช่วยในการทำธุรกิจอย่างครบถ้วนตั้งแต่การติดต่อกับลูกค้าไปจนถึงการปิดการขาย ทำให้ผู้ประกอบการสามารถบริหารจัดการได้อย่างง่ายดาย


Marketeer FYI

จับตาธุรกิจ ‘ค้าปลีก’ ปี 62 ดาวรุ่ง หรือดาวตก?

มูลค่าประมาณ 3 ล้านล้านบาท

คาดการณ์ปี 62 เติบโต 2.8%

ส่วนแบ่งการตลาด Modern Trade 30%, SME 55% และอื่นๆ 15%

ปัจจัยขาขึ้น

(1) การขยายสาขาในห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านสะดวกซื้อ (2) กำลังซื้อในกรุงเทพฯ หัวเมือง และเมืองท่องเที่ยว (3) เทคโนโลยี ซื้อของออนไลน์-อีคอมเมิร์ซ

ปัจจัยขาลง

(1) การแข่งขันกับต่างประเทศ (2) กำลังซื้ออ่อนตัวลง โดยเฉพาะจังหวัดที่รายได้หลักมาจากเกษตรกรรม

ที่มา: Marketeer รวบรวม



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer