เป็นเรื่องปกติในการดำเนินธุรกิจที่บริษัทเจ้าของตำแหน่งยักษ์ใหญ่และเริ่มทำตลาดมาก่อน จะครองความเหนือกว่าเบอร์รองๆ แต่ถ้าที่สองสามารถแซงหน้าได้ ย่อมเป็นการส่งสัญญาณว่า เบอร์หนึ่งจะนิ่งนอนใจไม่ได้อีกต่อไป เหมือนล่าสุดที่ Lyft ถูกจับตามอง หลังเสนอขายหุ้นต่อสาธารณะครั้งแรก (IPO) ได้ก่อน แม้เป็นรอง Uber เบอร์หนึ่งในตลาด App เรียก Taxi (Ride Hailing App) ในสหรัฐฯ แทบทุกด้าน

Lyft Logo

ความน่าสนใจของเรื่องนี้ยังไม่หมด เพราะนี่คือ IPO ที่ทำราคาได้มากเกินคาด และเป็น IPO แรกของบริษัทเทคโนโลยีสหรัฐฯ ในปีนี้ด้วย

 

ไม่ใหญ่แต่อนาคตสดใส เน้นที่ใช่ และใช้ Friendly Look มัดใจ

IPO ของ Lyft เมื่อพฤหัสบดีที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา ราคาอยู่ที่ 2,304 บาทต่อหุ้น มากกว่า 1,984 ถึง 2,176 บาท) ตามที่คาดไว้ ดันมูลค่าบริษัทเพิ่มเป็น 768,000 ล้านบาท โดยเบื้องหลังความสำเร็จของบริษัทอายุ 7 ปี ที่ Logan Green กับ John Zimmer ร่วมกันก่อตั้ง มาจากหลายปัจจัย

ปัจจัยแรกคือความเชื่อมั่นของนักลงทุน โดยปี 2018 Lyft ครองส่วนแบ่งตลาด Ride Hailing App ของสหรัฐฯ อยู่ที่ 39% เพิ่มจาก 22% ของปี 2016 ส่วนผลประกอบการปี 2018 ก็เพิ่มขึ้น 2 เท่าจากปี 2017 มาอยู่ที่ 70,400 ล้านบาท

ในส่วนของหนี้แม้ปี 2018 เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 29,152 ล้านบาท แต่ก็ยังน้อยกว่าตัวเลขหนี้ของ Uber เจ้าของส่วนแบ่งสูงสุดในตลาดในปีเดียวกันซึ่งสูงถึง 57,600 ล้านบาท

ปัจจัยถัดมาคือการพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนขยายธุรกิจ โดยปัจจุบัน Lyft ให้บริการเฉพาะในสหรัฐฯ และตามเมืองใหญ่ของแคนาดา และเพิ่งเพิ่มบริการจักรยานแบบปันกันขี่ (Bike-sharing) เข้ามา ผ่านการซื้อกิจการ Motivate เมื่อกลางปี 2018

แม้ไม่ทำให้ธุรกิจขยายตัวรวดเร็วพร้อมตัวเลขรายได้มหาศาล แต่ก็ลดความเสี่ยงที่จะขาดทุน ตรงข้ามกับ Uber ที่เดินหน้าขยายธุรกิจไปทั่วโลก ซึ่งสู้กับ Didi Chuxing และ Grab ไม่ไหวจนต้องถอนตัวจากจีนและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  

ปัจจัยสุดท้ายคือสร้างความแตกต่าง ด้วยความเป็นมิตรกับผู้โดยสาร และใช้ Logo สีชมพูที่เรียงตัวคล้ายหนวด ซึ่งนอกจากเป็นจุดเด่นแล้ว ยังเอื้อต่อการเปิดบทสนทนา สร้างการจดจำ

และเรียกความสนใจจากกลุ่มคนที่อายุ 35 ปีลงมา (Millennial) รวมถึงผู้หญิงได้อีกด้วย ตรงข้ามกับ Uber ที่วางตัวดูขรึมแบบผู้ชาย

ด้าน Fastcompany นิตยสารด้านธุรกิจและเทคโนโลยีในสหรัฐฯ ชื่นชมว่า กลยุทธ์ดังกล่าว ทำให้ผู้โดยสารมองว่า Lyft เป็นแบรนด์ทางเลือกที่โดดเด่นและมีสีสัน ลักษณะเดียวกับสายการบิน Virgin Airlines

อย่างไรก็ตาม ปฏิเสธไม่ได้ว่า การเป็นค่าย Ride Hailing App แรกที่ทำ IPO ได้ก่อนของ Lyft ส่วนหนึ่งมาจากการที่ Uber เพิ่งฟื้นตัวหลังปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่ในองค์กร หลังความขัดแย้งระหว่างทีมผู้บริหารระดับสูงและปัญหาเหยียดเพศ จน Travis Kalanick ผู้ร่วมก่อตั้งและ CEO คนแรกต้องพ้นจากตำแหน่ง

Uber CEO

Dara Karashowshahi 

 และให้ Dara Karashowshahi เจ้าของเก้าอี้ CEO คนปัจจุบัน เข้ามาคลายวิกฤต

 

ที่มาและทางข้างหน้าในสนาม IPO ของ Lyft

Lyft ก่อตั้งโดย Logan Green กับ John Zimmer โดยคนแรกได้ความคิดในการทำธุรกิจ Ride Hailing App มาจาก Concept ระบบขนส่งในอนาคตที่อาจารย์ในมหาวิทยาลัยเล่าให้ฟัง

Lyft Exec

John Zimmer กับ Logan Green 

และการไปเห็นบริการรถตู้รับส่งผู้คนไปยังจุดหมายที่ต้องการ เพราะไม่อยากรอรถประจำทางที่แน่นขนัดระหว่างเดินทางไปซิมบับเว ซึ่งเป็นที่มาชื่อช่วงแรกๆ ของบริษัท (Zimride) ด้วย และยังพ้องกับนามสกุลของผู้ร่วมก่อตั้งอีกคนโดยบังเอิญ  

ช่วงแรกๆ Lyft เน้นจับกลุ่มผู้โดยสารที่อยากเดินทางไประยะทางไกลๆ แต่ก็เปลี่ยนมาให้บริการสำหรับการเดินทางระยะใกล้ในตัวเมือง หลังพบว่ามีผู้ใช้มากกว่า

สำหรับภาพลักษณ์ด้านความเป็นมิตรของ Lyft ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะการบริการกับผู้โดยสารของคนขับ แต่ยังเป็น Concept ที่ใช้ในการดำเนินธุรกิจด้วย โดย Lyft เคยจับมือกับ Didi Chuxing ให้เจ้าของบัญชีผู้ใช้สามารถใช้ App เรียกรถและจ่ายค่าโดยสารเมื่อไปจีน

นอกจากนี้ Lyft ยังเคยจับมือกับ Starbucks ให้เจ้าของบัญชีผู้ใช้จ่ายค่ากาแฟผ่าน Credit ในบัญชีผู้ใช้ คนขับกินกาแฟ Starbucks ฟรี และให้ Barista ของ Starbucks ใช้บริการ Lyft ฟรี เพื่อยืนยันว่าต่างก็เป็นพันธมิตรทางธุรกิจ  

Lyft Uber

ส่วนต่อจากนี้นอกจากจับตาดูความเคลื่อนไหวของหุ้น Lyft แล้ว ยังต้องติดตามด้วยว่า IPO ของ Uber และบรรดากลุ่มบริษัทเทคโนโลยีเกิดใหม่ที่มีมูลค่าเกิน 32,000 ล้านบาท (Unicorn) อื่นๆ

อย่าง Airbnb Pinterest และ Wework ที่มีแผน IPO ปีนี้เช่นกันจะเป็นอย่างไร โดยหากทั้งหมดไปได้สวยจะทำให้หุ้นกลุ่มบริษัท Technology หลากหลายขึ้น และไม่จำกัดอยู่เฉพาะหุ้นกลุ่ม FAANG ที่ประกอบไปด้วย Facebook, Apple, Amazon, Netflix และ Google อีกต่อไป/cnn, bloomberg, marketwatch, reuters, fastcompany, wikipedia



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer