คู่แข่ง “ไลก้า” ในวันนี้…ไม่ใช่แบรนด์กล้องด้วยกันอีกต่อไป

“ไลก้า” โชว์ฟอร์มดุ 2 ปี โตพรวด 100% ปีนี้ส่งกลยุทธ์ 3 ข้อ เน้นสร้างสัมพันธ์ไม่แข่งราคา ตั้งเป้ายอดขาย 500 ล้านบาท พร้อมเตรียมเปิดแฟลกชิพสโตร์แห่งที่ 2 คาดจะมีรุ่น Bangkok Editions ให้สาวกชาวไทยไว้เชยชม

ดนัย สรไกรกิติกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอลิส ไพรเวต จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายแบรนด์กล้อง ไลก้า ในเมืองไทยอย่างเป็นทางการ กล่าวว่า นับตั้งแต่ได้เป็นตัวแทนอย่างเป็นทางการเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ยอดขายก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปีแรกก็ทะลุเป้าหมายไปที่ 156 ล้านบาท มีสินค้ายอดนิยมคือ รุ่น SL ราคา 235,000 บาท และ รุ่น Q ราคา 165,000 บาท ส่วนปีที่แล้วเติบโต 100% ปิดไปที่ 300 ล้านบาท มีรุ่นยอดนิยมได้แก่ M10 ราคา 268,000 บาท

ที่ผ่านมาเน้นการใช้กลยุทธ์สร้างความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์และกลุ่มผู้ใช้ผ่านกิจกรรมต่างๆ โดยตรง เพื่อสร้างความจงรักภักดี หรือ Brand respect ให้เกิดขึ้น โดยไม่ทำโปรโมชั่นและลดราคา เนื่องจากได้มีการปรับราคาให้เท่ากันทั่วโลก โดยกล้องที่จำหน่ายในไทยมีราคาตั้งแต่ 10,000 – 800,000 บาท ส่วนเลนส์ 40,000 – 500,000 บาท โดยเฉลี่ยแล้วรุ่นที่ขายดีที่สุดจะอยู่ในราคา 200,000 – 290,000 บาท

ปัจจุบันกลุ่มผู้ใช้งานไลก้าแบ่งออกเป็น กลุ่มผู้ใช้เดิม 50% เป็นกลุ่มที่มีอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป และกลุ่มใหม่อีก 50% อายุ 15 – ต่ำกว่า 40 ปี โดยกลุ่มนี้เพิ่มจาก 10% จากปีแรก

คู่แข่งของไลก้าในวันนี้ไม่ใช่แบรนด์กล้องด้วยกันแล้ว เพราะอย่างที่บอกว่าไลก้ามีแบรนด์ที่แข็งเกร่ง สินค้าทำด้วยมือผลิตมาแค่ไหนก็ไม่เพียงพอต่อความต้องการ และมีราคาเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ ผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อจะนิยมสะสม ดังนั้นถ้าจะถามว่าคู่แข่งจริงๆของไลก้าคืออะไร ก็คงจะเป็นรถหรือนาฬิกา แนววินเทจมากกว่า”

สำหรับในปีนี้เป้าของไลก้า คือ การดึงรูปถ่ายที่ออกมาจากกล้อง เนื่องจากผู้ใช้กล้องในเมืองไทยส่วนจะถ่ายภาพเป็น แต่ยังไม่สามารถปรับแต่งภาพให้มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง รวมไปถึงปริ้นท์ภาพออกมาได้ ซึ่งไลก้าต้องการผลักดันกลุ่มนี้มากขึ้นเรื่อยๆ

ดังนั้นจึงได้วางกลยุทธ์ทั้งหมด 3 ข้อได้แก่ 1) Leica Academy เวิร์คช็อปในขั้นต่างๆ ของการถ่ายภาพทั้งขั้นเริ่มต้น ไปจนถึงระดับแอดวานซ์ โดยมีช่างภาพมืออาชีพมาเป็นผู้อบรม จัดเดือนละ 4 ครั้งทั้งฟรีและมีค่าใช้จ่าย 2) กิจกรรมที่จัดขึ้นสร้างความสัมพัธนธ์ระหว่างผู้ใช้ เช่นงาน One Leicaและ 3) เปิดไลก้า แกลเลอรี แบงค็อก ในพื้นที่ 70 ตารางเมตร แห่งที่ 19 ของโลก และแห่งที่ 4 ของเอเชีย รองจาก กรุงโตเกียว, เกียวโต ประเทศญี่ปุ่น และประเทศสิงคโปร์ เพื่อเป็นศูนย์กลางในการแสดงผลงานของช่างภาพระดับโลก รวมทั้งผลงานของช่างภาพไทยที่จะได้มีโอกาสนำมาแสดงและผลักดันไปสู่เวทีระดับโลก หมุนเวียนกันไปครั้งละ 1-2 เดือน

นอกจากการสร้างความสัมพันธ์กับผู้ใช้แล้ว ยังวางแผนที่จะลดเวลาที่รอกล้องจาก 1 เดือน เหลือไม่เกิน 2 อาทิตย์ ในอดีตเครื่องที่รอนานที่สุดใช้เวลาถึง 8 เดือน ส่วนปีนี้คาดว่าจะไม่มีกล้องรุ่นใหม่ออกมา จากจะเห็นสีใหม่ๆ มากสุดก็เป็นลิมิเต็ดเอดิชันของต่างประเทศ ด้านรายได้ตั้งเป้าปิดปีไว้ที่ 500 ล้านบาท”

อย่างไรก็ตามในปีนี้ได้มีการวางแผนเปิดแฟลกชิพสโตร์เป็นแห่งที่ 2 ต่อจากแห่งแรกที่ห้างเกษรและป๊อปอัพสโตร์ที่เซ็นทรัล เอ็มบาสซี่ โดยจะเป็นช๊อปคอนเซ็ปต์ใหม่ ที่ใช้เป็นแห่งที่ 2 นอกจากโรงงานที่เยอรมันนี ใช้งบ 15 ล้านบาท มีพื้นที่ราว 200 ตารางเมตร ในทำเลใจกลางเมือง คาดว่าจะเปิดตัวในเดือนพฤษภาคมนี้

นอกจากนี้ยังวางแผนที่จะเปิดตัวLeica Bangkok Editions คาดว่าจะมี 50 เครื่อง ราคาแพงกว่ารุ่นปรกติราว 10% และจะวางจำหน่ายภายในปีนี้ แต่ทั้งนี้อยู่ในระหว่างวางแผนอยู่


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer