ความหมายของคำว่า ซัปพลายเชน (Supply Chain) ในภาคธุรกิจ คงต้องให้ผู้อ่านทุกท่านมองไปยังภาพรวมธุรกิจที่เชื่อมโยงเกี่ยวข้องกันทั้งระบบ

ไล่ตั้งแต่ ต้นน้ำ อย่าง ซัปพลายเออร์ (Supplier) ผู้ผลิตวัตถุดิบป้อนเข้าสู่ระบบให้กับภาคของอุตสาหกรรมคู่ค้าธุรกิจขนาดใหญ่ ตลอดจนกลายเป็นสินค้าเพื่อขายผ่านตัวแทนจำหน่าย (Dealer) และจบลงที่ ปลายน้ำ นั่นก็คือเมื่อสินค้าอยู่ในมือของผู้บริโภค (Customer)

บทบาทของธนาคาร และการขับเคลื่อนซัปพลายเชน

แน่นอนว่าเรื่องของ เงินทุน คือหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของทุกธุรกิจในซัปพลายเชน ไม่ว่าจะธุรกิจไซส์ใหญ่หรือธุรกิจไซส์เล็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจไซส์เล็กที่มีอยู่มากกว่า 3 ล้านราย (คิดเป็น 42.2% ของ GDP ทั้งประเทศ) และมีการจ้างงานสูงถึง 82% ของอัตราการจ้างงานในประเทศ

เมื่อย้อนดูบทบาทด้านสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ ก็ยังไม่กระจายตัวไปยังธุรกิจขนาดเล็กเท่าที่ควร มีเอสเอ็มอีเพียง 20% ที่เข้าถึงแหล่งเงินทุน ซึ่งหากเครือข่ายทางธุรกิจของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นซัปพลายเออร์หรือดีลเลอร์ของลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ ไม่สามารถเติบโตหรือขยายได้ บริษัทขนาดใหญ่ก็คงยากที่จะเติบโตแบบยั่งยืนเช่นกัน

โดยเฉพาะใน 3 ภาคธุรกิจที่เป็นกลไกขับเคลื่อนประเทศอย่าง ธุรกิจค้าปลีก ปัจจุบันมีจำนวนบริษัทกว่า 1.27 ล้านราย ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง กินสัดส่วน GDP ของทั้งประเทศกว่า 2.8% และ กลุ่มธุรกิจเกษตร ที่ก่อให้เกิดอัตราการจ้างงานกว่า 12 ล้านคน ซึ่งในแต่ละธุรกิจที่หยิบยกขึ้นมา ล้วนแต่มีปัญหาที่แตกต่าง รวมถึงจุดที่รอการแก้ไขและพัฒนามากมายเต็มไปหมด

นี่คือโอกาสสำคัญ รวมทั้งเป็นหนึ่งในทิศทางของ ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TMB ที่ให้ความสนใจในการขับเคลื่อนลูกค้าในฝั่งธุรกิจทั้งซัปพลายเชนมาตลอด 10 ปี ส่งผลให้ปัจจุบัน TMB คือหนึ่งในผู้เล่นรายใหญ่ของตลาดนี้ โดยมีธุรกิจรายใหญ่กว่า 100 ราย และธุรกิจรายย่อย SME ที่อยู่ในเครือข่ายซัปพลายเชนของทีเอ็มบี กว่า 1,500 ราย

“Get MORE with TMB
ลูกค้าธุรกิจและซัปพลายเชนของ TMB
ก็ต้องได้มากกว่าด้วยเช่นกัน

เสนธิป ศรีไพพรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารลูกค้าธุรกิจ ทีเอ็มบี อธิบายถึงแนวคิดในการสร้างโซลูชั่นเพื่อธุรกิจในระดับซัปพลายเชนไว้อย่างน่าสนใจ โดยธนาคารต้องเริ่มต้นจาก “เข้าใจถึงความต้องการของลูกค้า” เพื่อให้มองเห็นถึงปัญหาในแต่ละอุตสาหกรรมที่ไม่เหมือนกันได้อย่างถูกต้อง

และเมื่อรู้ถึงปัญหาต้องเดินหน้า “ร่วมมือกับพันธมิตร” เพราะธนาคารอาจเก่งเรื่องของธุรกรรมแต่ความชำนาญตรงนี้อาจไม่สามารถแก้ปัญหาของลูกค้าได้ทั้งหมด ดังนั้น การมีพันธมิตรที่เป็นมืออาชีพ เข้าใจในอุตสาหกรรมนั้นๆ จึงเหมือนกับชอร์ตคัตเพื่อสร้างโซลูชั่นทางออกสำหรับการแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็วที่สุด

และข้อสุดท้ายคือการเดินหน้า “พัฒนาโซลูชั่นอย่างจริงจัง” เพื่อสร้าง Ecosystem ให้ทั้งธุรกิจรายใหญ่ รวมถึงคู่ค้ารายเล็กเข้ามามีส่วนร่วมหรือใช้งาน เพื่อเป้าสูงสุดนั่นก็คือการยกระดับเครือข่ายให้แข็งแกร่งทั้งระบบนั่นเอง

“TMB Supply Chain Platform
เครื่องมือทางธุรกิจที่คิดมาเพื่อคนทำธุรกิจยุคนี้

การเป็นโซลูชั่นให้กับคนทำธุรกิจในยุคนี้ได้ เครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ ยังต้องถูกคิดและพัฒนามาเพื่อให้เข้ากับการใช้งานจริงในชีวิตของคนทำธุรกิจ TMB จึงพัฒนา TMB Supply Chain Platform” ขึ้นมาเพื่อเป็นแพลตฟอร์มใหม่ที่รวบรวมทั้งผู้ซื้อและผู้ขายไว้บนแพลตฟอร์มเดียวกัน เพื่อบริการลูกค้าธุรกิจรายใหญ่และคู่ค้าทุกขนาดให้สะดวก ง่าย มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ดิจิทัลโซลูชั่นที่ว่านี้คนที่เป็นลูกค้าธุรกิจของ TMB Supply Chain สามารถใช้งานได้ ผ่านทางเว็บไซต์ที่รองรับการทำงานได้ทั้งหน้าจอคอมพิวเตอร์ รวมถึงฟิตกับหน้าจอสมาร์ทโฟน เพื่อให้ผู้ใช้สามารถใช้งานได้ทุกที่ทุกเวลา

ซึ่งภายในนั้นสามารถให้ผู้ใช้งานสร้างใบสั่งซื้อ (PO) พร้อมสั่งจ่าย หรือผู้ขายก็สามารถขายลดใบแจ้งหนี้  (Invoice) และส่งหาคู่ค้าได้ทันที รวมถึงการจัดการใช้วงเงิน OD ได้ทันทีผ่านมือถือ

มีระบบตรวจสอบรายการทางการเงิน แสดงผลรายงานออกมาเป็นชาร์ตเข้าใจง่าย เพื่อให้คนทำธุรกิจสามารถคำนวณและจัดการทุกอย่างได้แบบเรียลไทม์ และทำที่ไหนก็ได้เพียงแค่คุณมีอินเทอร์เน็ตและสมาร์ทโฟนอยู่ในมือ

ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า TMB ต้องการเป็นมากกว่าแค่ธนาคาร แต่ต้องการเป็นที่ปรึกษาและเป็นผู้นำในการเอานวัตกรรมทางการเงินรวมถึงแพลตฟอร์มใหม่ๆ มาใช้เพื่อให้การทำงานของลูกค้ารายใหญ่และคู่ค้ารายย่อยมีประสิทธิภาพในการทำธุรกิจมากขึ้น และยังสอดคล้องกับแนวคิดในการทำธุรกิจอย่าง Get MORE with TMB เพื่อให้ลูกค้า “ได้มากกว่า” อีกด้วย



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer