แนะนำ “ การ์ตูน การตลาด ” เจ็บแต่จริง

ไม่ใช่เรื่องง่าย ที่จะยอมรับความจริงว่า “สิ่งที่เราทำมันไม่ถูกต้อง” โดยเฉพาะในสายงานโฆษณา และการตลาด

ฉะนั้น ลองรับความจริง ผ่านตัวการ์ตูนดูบ้างมั้ย เผื่อมันจะเจ็บน้อยลง ฮ่าๆๆ

 

การ์ตูนการตลาด ที่ว่านี้ เป็นผลงานของ Tom Fishburne อดีต นักการตลาด ทำงานให้กับแบรนด์ และเอเยนซีชั้นนำ แรกเริ่ม Tom ส่งการ์ตูนนี้ให้แค่เพื่อนในออฟฟิศ ในปี 2002 จากนั้นก็เกิดกระแสส่งต่อมากมายจนทำให้เขาได้ลงสื่อมากมาย

ปัจจุบันเขาเปิดเว็บไซต์เอง ใช้การ์ตูนเป็นสื่อในการเล่าเรื่อง และทำการตลาดให้กับแบรนด์ต่างๆ เชิญชมผลงานของเขาได้เลย

 

ทิชชู่หมด สั่ง Kleenex กล่องนึง | กำลังสั่งทิชชู่ของ Amazon ให้
อืม ไม่เอา ฉันบอกว่า Kleenex | แต่สินค้าของ Amazon ลด 50%…
Klee-Nex !!! | นี่คือพยากรณ์อากาศของ Pheonix

 

ปัจจุบันใครเป็นเจ้าของ Channels คนนั้นคือผู้กุมอำนาจทุกอย่าง

ผู้ใช้ 84% ของ Amazon Echo สั่งซื้อของออนไลน์ผ่าน Amazon Echo และเมื่อเป็นเจ้าของพื้นที่ Amazon ก็เลือกได้ว่าอยากให้ผู้บริโภคเจอแบรนด์ไหนมากที่สุด และตอนนี้ก็มีอย่างน้อย 20 แบรนด์ของ Amazon ที่กระจายตัวในแต่ละ Category ซึ่งบางครั้งก็มีชื่อ Amazon นำหน้า บางครั้งก็เป็นชื่ออื่น

เมื่อ Amazon มีอำนาจมากขึ้นเรื่อยๆ ผู้บริโภคก็มีตัวเลือกน้อยลง

 

Smartphone ของคุณ เตือน Fitbit ให้เตือน Nest ให้เตือน Sonos
เพื่อให้ฉัน (Alexa) บอกคุณว่า คุณติดคำขอโทษภรรยาของคุณอยู่…
ดอกกุหลาบหนึ่งช่อ ราคาแค่ 29.99 เหรียญ รีบสั่งเลย

 

เป็นเรื่องจริงที่ Devices ทุกอย่างสามารถคุยกันได้ เพราะปัจจุบันก็มีแอปฯ หลายอันที่ควบคุม IoT ภายในบ้าน ฉะนั้นในอนาคตมันจะทำงานแบบ Fully Integrated แบบในรูปก็ได้.. น่าขนลุกไหมล่ะ

 

โฆษณาที่ผมชอบมากสุดใน Superbowl คือ โฆษณาตลก ที่มีดาราดังๆ อะ | คลาสสิค !!

เป็นโฆษณาที่ดีมากๆ | ใช่ ลืมไม่ลงเลยล่ะ

เป็นของแบรนด์อะไรนะ ? | โฆษณารถมั้ง หรือเบียร์ ไม่แน่ใจ?

หรือแบรนด์เทคโนโลยี หรือโซดา ? | เออ ช่างมันเหอะ.. คนคิดโฆษณาต้องภูมิใจแน่ๆ

 

สิ่งที่เจ็บปวดที่สุดของการทำโฆษณา คือ ทำเสร็จแล้วคนจำไม่ได้ แล้วยิ่งถ้าสนุก คนชอบ และยังจำไม่ได้อีก แสดงว่าคนทำโฆษณานั้นทำพลาดครั้งใหญ่แล้ว

ฉะนั้นถึงแม้โฆษณานั้นจะไม่คูล ไม่ครีเอทีฟมากนัก แต่ถ้าทำให้คนจำแบรนด์ได้ นักการตลาดก็จำเป็นต้องทำ

64% ของคนที่ดูโฆษณาใน Superbowl จำแบรนด์ไม่ได้… ก็จะให้จำได้ไงล่ะ พักหนึ่งครั้งก็มีโฆษณาออกมาเป็นชุด แล้วแต่ละตัวก็ใช้งบลงทุนสูงมาก โฆษณาพวกนี้จึงแข่งกันเอง

ค่าโฆษณาใน Superbowl 30 วินาที มีต้นทุนประมาณ 7.7 ล้านเหรียญ ในปี 2017 ซึ่งเพิ่มขึ้น 12,000% ตั้งแต่ปี 1967 ในขณะที่จำนวนคนดูเพิ่มเพียง 300% เท่านั้น

 

ปีนี้เราควรโฟกัสอะไรดี | “บล็อกเชน”
มันคือเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก ทุกคนกำลังพูดถึงมัน
มันสามารต่อยอดทำแอปฯ ได้ไม่รู้จบ เราต้องรีบทำถ้าไม่อยากตกเทรนด์
สรุป บล็อกเชน คืออะไรกันแน่? | แล้วก็นี่ด้วย AI ตอนนี้กำลังมาเลย…

 

เป็นธรรมดาที่นักการตลาด สนใจเทรนด์ เพราะเทรนด์หมายถึงสิ่งที่ผู้บริโภคกำลังสนใจ

ซึ่งถ้าใช้ถูกต้อง และเข้าใจมันจริงๆ เทรนด์เป็นสิ่งที่ดีและสามารถกำหนดทิศทางการทำงานได้ แต่ส่วนใหญ่คนมักแห่กันตามเทรนด์โดยที่ไม่สนใจว่า องค์กรของเราสามารถยกระดับด้วยเทรนด์เหล่านี้ได้จริงๆ คำที่ชอบใช้กันในไทย เช่น Blockchain, AI หรือ Machine Learning

เมื่อมีเทรนด์ใหม่มา ก็เปลี่ยนตาม ไม่ได้พัฒนาสินค้าและบริการ จริงจังเสียที

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ บริษัทเครื่องดื่มที่ชื่อว่า Long Island Tea Corp เปลี่ยนชื่อเป็น Long Blockchain และประกาศว่าจะโฟกัสไปที่เทคโนโลยีบล็อกเชนเต็มสูบ.. หุ้นของพวกเขาพุ่งขึ้นทันที 200% หรือ บริษัทที่ชื่อว่า Chanticleer Holdings ซึ่งทำร้านเบอร์เกอร์ ประกาศว่าพวกเขาใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน ในการสะสมแต้มของลูกค้า แค่นั้นหุ้นก็ขึ้นไป 50%

 

เราต้องตั้ง ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง
เราต้องใช้ ข้อมูลเป็นศูนย์กลาง
เราต้องทำ สมาร์ทโฟนให้ศูนย์กลาง
และ ก็ดิจิทัล.. และก็พนักงาน เป็นศูนย์กลาง

และก็.. เดี๋ยวนะ ผมต้องการกระดาษที่ใหญ่กว่านี้

 

คำว่า Centric นั้นหมายถึง การยึด…เป็นศูนย์กลาง ซึ่งส่วนใหญ่เอเยนซีโฆษณา จะตั้งให้ลูกค้าเป็นศูนย์กลางในการทำงานเสมอ (Customer Centric) แต่เมื่อทำงานจริง ก็จะลืมหลักการทำงานตรงนั้นไป และมีศูนย์กลางใหม่ขึ้นมาแทน

ฉะนั้นถ้าองค์กรของคุณ จะต้องมีหลายเป้าหมาย ต้องแน่ใจว่ามันอยู่ในลำดับที่ถูกต้อง และไม่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา

 

เราต้องโฟกัสกับแผนการตลาดของเรา ไม่วอกแวก ไปกับของเล่นใหม่ๆ… ดูนั่นสิ กระรอก !!

 

เรากำลังทดสอบ โฆษณาออนไลน์ ที่ผู้บริโภคไม่สามารถละสายตาได้ครับ

 

ความจริงที่โหดร้าย เมื่อมีอะไรใหม่ๆ กำลังเกิดขึ้นในองค์กร

 

 

ที่มา : Marketoonist และ Twitter ‘Tom Fishburne’

 

 

 

%d bloggers like this: