นพปฎล พหลโยธิน กับภารกิจปั้นแบรนด์แสนสิริให้แตกต่างและตรงใจทุกกลุ่มเป้าหมาย

เขาทิ้งงานออกแบบที่รัฐแวนคูเวอร์ มูลค่ากว่าล้านเหรียญ กลับมาเมืองไทยสร้างกระต๊อบเล็กๆ ริมทะเล ใช้ชีวิตแบบชิลๆ ว่ายน้ำ ขี่จักรยาน เลี้ยงอาหารสุนัขจรจัด อยู่นานเกือบ 6 ปี

เป็นเสี้ยวหนึ่งของชีวิต “อู้” นพปฎล พหลโยธิน ประธานผู้บริหารฝ่ายสร้างสรรค์คนแรกของบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)

ตำแหน่งที่มีบทบาทสำคัญอย่างมากในการสร้างแบรนด์ที่อยู่อาศัยให้เป็นที่พึงพอใจของลูกค้าทุกกลุ่มเป้าหมาย

แล้วตัวตนและวิธีคิดของผู้ที่เข้ามารับผิดชอบโมเดลใหม่ที่ไม่เหมือนใครขององค์กรแห่งนี้ต้องเป็นอย่างไรไปนั่งคุยกับ “อู้” พร้อมๆ กัน

เริ่มจากคำถามง่ายๆ ที่ค้างคาใจ Marketeer

ทำไมถึงใช้นามสกุล พหลโยธิน ต้นตระกูลคุณอู้ เป็นเจ้าของที่ดินย่านพหลโยธินหรือเปล่า

ตระกูลพหลโยธินไม่มีที่ดินย่านพหลฯ เลย 

เขายิ้มนิดๆ ก่อนที่จะอธิบายว่าถนนพหลโยธินถูกตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นอนุสรณ์ให้กับพลเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา (พจน์ พหลโยธิน) ซึ่งเคยเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 2 ของไทย

“พวกตระกูลพหลโยธินไม่ได้อยู่ย่านพหลโยธินครับ แต่อยู่แถวๆ ราชประสงค์ ซึ่งตอนนั้นที่ดินตรงข้ามเซ็นทรัลเวิลด์เป็นถิ่นของตระกูลเราที่อาศัยอยู่รวมๆ กัน ต่อมาก็ขายที่ดินและย้ายไปอยู่แถวย่านพร้อมพงษ์ สุขุมวิท ตั้งแต่สมัยก่อนสงคราม ซึ่งเมื่อก่อนยังเป็นทุ่งนา มีควายเดินเป็นแถวๆ ตอนเด็กๆ ผมยังไปเก็บฝักบัวในท้องนาอยู่เลย”

ไปเรียนที่กรุงลอนดอนตั้งแต่อายุ 10 ขวบ ใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นนานถึง 30 ปี ก่อนที่จะกลับมาเมืองไทยเมื่อปี 2550

จบปริญญาตรีรัฐศาสตร์ เอกการทูต ที่วิทยาลัยเศรษฐศาสตร์และรัฐศาสตร์แห่งลอนดอน โดยศึกษาเพิ่มเติมวิชาการออกแบบที่ Bartlett School of Architecture ในลอนดอน เรื่องเกี่ยวกับสิ่งทอในสตูดิโอที่สอนงานสิ่งทอแบบญี่ปุ่น ในเมืองฟลอเรนซ์ ฝึกทักษะการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ที่ Kingston University ฝึกการผลิตที่ Les Ateliers ในปารีส

และได้เปิดสตูดิโอของตนเองในนาม “OU BAHOLYODHIN studio” ณ กรุงลอนดอน ในปี พ.ศ. 2540

ทิ้งผลงานการออกแบบที่โดดเด่นไว้ทั้งในเอเชีย อเมริกา และยุโรป มีตั้งแต่โครงการที่พักอาศัย ร้านอาหาร เฟอร์นิเจอร์ ไปจนกระทั่งถึงผลิตภัณฑ์อื่นๆ และได้รับรางวัลการออกแบบหลายรางวัลทั้งในยุโรป อเมริกา และญี่ปุ่น

ผลงานหนึ่งที่ภูมิใจคือออกแบบเก้าอี้ HK1 เพื่อร่วมฉลองการคืนเกาะฮ่องกง และได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในเก้าอี้ต้นแบบและเก้าอี้หายากของศตวรรษ

 ส่วนผลงานที่คนไทยในลอนดอนสัมผัสได้คือการตกแต่งร้านอาหารไทย “ภัทรา”  ทุกสาขา ของภัทรา ศิลาอ่อน ในลอนดอน

หรือการกลับมาออกแบบเครื่องสุขภัณฑ์ให้กับบริษัท Nahm และการออกแบบคอลเลกชั่นใหม่ของ “Ocean Glass” ชื่อชุด “Time”

ทิ้งค่าจ้างนับล้านเหรียญ มานอนชิลริมทะเล 6 ปี

ก่อนกลับเมืองไทย ถูกติดต่อให้เขาไปรับงานใหญ่ที่รัฐแวนคูเวอร์ อเมริกา ด้วยค่าจ้างนับล้านเหรียญ เป็นช่วงที่พีกที่สุดของชีวิต แต่เขาต้องการรีไทร์ เลยตัดสินใจขายบ้าน ปิดสตูดิโอ กลับเมืองไทย

กลับมาก็ปลีกวิเวกไปอยู่ในสวนมะพร้าวริมหาด ในอำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยวางแผนสร้างวิลล่าในฝันริมหาดที่ต้องสวยงามให้สมกับบ้านของดีไซเนอร์ชื่อดัง ในขณะเดียวกันก็ยังสเกตช์ภาพบ้านไม้หลังเล็กๆ มุงด้วยไม้ไผ่ ให้ผู้รับเหมาสร้างให้อยู่ชั่วคราวในระหว่างที่วิลล่ากำลังก่อสร้าง ตอนนั้นจำได้ว่าราคาประมาณ 4-5 หมื่นบาท

“งานสร้างวิลล่าเริ่มไปประมาณ 2 เดือน ผมก็บอกผู้รับเหมาว่าไม่สร้างต่อแล้ว เกิดความพอใจกับการได้อยู่กระต๊อบไม้เล็กๆ หลังนั้น ตอนนี้ 12 ปีผ่านไปบ้านหลังนั้นก็ยังอยู่ โดยที่วิลล่าในฝันก็ไม่ได้เกิดขึ้น”

6 ปีที่ทับสะแก เป็นช่วงเวลาที่เขาทิ้งสังคมและผู้คนที่คุ้นเคย เทรนด์การออกแบบของโลกเป็นอย่างไร ไปถึงไหนไม่ได้ติดตาม เพราะในอำเภอเล็กๆ แห่งนั้นมีปัญหาเรื่องสัญญาณเน็ต เฟสบุ๊ก หรือโซเชียลอื่นๆ ก็ไม่ค่อยได้เข้าไป

แต่โลกของเขายังคงดำเนินต่อไป ตื่นเช้ามาลงทะเลว่ายน้ำ กลับมาปั่นจักรยานไปตลาดที่ทับสะแก ซื้ออาหารไปเลี้ยงสุนัขที่วัดทุ่งประดู่ ที่มีหลายสิบตัว แวะคุยกับชาวบ้านจนรู้หมดเลยว่ายายบ้านไหนทำอาหารอะไรอร่อยที่สุด

จนวันหนึ่งอีริค บี. บู๊ทซ์ ผู้บริหารบริษัทจิม ทอมป์สัน ชวนเขามาทำงาน

“คือคนที่อยู่ในสายครีเอทีฟอยู่นิ่งๆ นานๆ ไม่ได้ หรืออดไม่ได้ที่จะต้องคิดโน่น คิดนี่ ตลอดเวลา เหมือนพอได้พักแล้วมันอิ่ม เกิดไฟ เกิดพลังขึ้นมาอีก ก็เลยตัดสินใจรับงาน กลับมากรุงเทพฯ เพื่อเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ เรื่องผ้าและการตกแต่งบ้าน”

อู้ ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ บริษัท จิม ทอมป์สัน ซึ่งทำให้เขามีโอกาสได้สั่งสมประสบการณ์ทั้งด้านการขับเคลื่อนแบรนด์ด้วยมุมมองการผนวกความเป็น “ไลฟ์สไตล์” และ “เวิลด์คลาส” จนสามารถปฏิวัติวงการผ้าไหมและผ้าทอไทยสู่ระดับโลก

6 ปี กับ จิม ทอมป์สัน ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจมาทำงานกับแสนสิริ ตามคำชักชวนของ เศรษฐา ทวีสิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)

เมื่อ Marketeer ถามว่าทำไมตัดสินใจมาที่นี่ เขานิ่งคิดไปนิดหนึ่งก่อนที่จะบอกว่า

“ถ้าคุณรู้จักคุณเศรษฐาแล้ว จะรู้เลยว่าเขามีวิธีการพูดเพื่อชวนมาร่วมงานด้วย โดยที่เราปฏิเสธได้ยากมากๆ”

บทบาทใหม่เพื่อลูกค้าทุกกลุ่มเป้าหมายที่แสนสิริ

บทบาทหน้าที่หลักด้านการรังสรรค์อัตลักษณ์ของแสนสิริแบบองค์รวมทั้งรูปลักษณ์และความรู้สึก เพื่อให้สอดรับกับวิสัยทัศน์ของแสนสิริ ในการมุ่งเติมเต็มประสบการณ์การอยู่อาศัยของลูกบ้านอย่างเต็มรูปแบบ เริ่มตั้งแต่การบริหาร จัดการภาพลักษณ์ของแสนสิริ การพัฒนาและออกแบบโครงการ การสื่อสารทางการตลาดแบบสร้างสรรค์ ไปจนถึงรับผิดชอบดูแลการออกแบบโครงการพิเศษ

การวางแนวทางการร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ระดับโลก อาทิ Monocle และ The Standard International โดยครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบไป จนถึงการวางกลยุทธ์ด้านการสร้างสรรค์ของแสนสิริในทุกองค์ประกอบ

หรือสรุปง่ายๆ ว่าทุกโครงการของแสนสิริที่มีประมาณ 30 โครงการต่อปี ไม่ว่าราคาคอนโดมิเนียมราคายูนิตละต่ำกว่า 1 ล้านบาท หรือโครงการที่มีราคาต่อตารางเมตรเฉียดล้านบาท ต้องผ่านสายตาเขาทั้งหมด

การเข้าใจถึงความต้องการลึกๆ ในเรื่องที่อยู่อาศัยของลูกค้าทุกระดับ และสามารถกำจัด Pain Point ให้ลูกค้าได้ คือ Key Success ที่สำคัญของการทำธุรกิจ  ซึ่งวันนี้ไลฟ์สไตล์ของเขาน่าจะเป็นจิ๊กซอว์ที่สำคัญในการทำงานให้แสนสิริ และเป็นสิ่งที่ผู้บริหารอย่างเศรษฐามองเห็น

อู้เคยใช้ชีวิตอยู่ในกระต๊อบริมทะเล เคยพักคอนโด 28.5 ตารางเมตร ราคาต่ำกว่า 1 แสนบาทต่อตารางเมตร ที่เดอะเบส พาร์คเวสต์ คอนโด ย่านอ่อนนุช ของแสนสิริ ซึ่งมีผู้คนทุกรูปแบบอาศัยอยู่ที่นั่น

แต่ในขณะเดียวกันก็ได้ไปสัมผัสกับคนที่มีรายได้ระดับบนที่โก้หรู มีบ้านพักที่ใหญ่กว่า 2 พันตารางเมตร ตกแต่งด้วยข้าวของเครื่องใช้สุดเริ่ด จากการทำงานตั้งแต่อยู่ที่ต่างประเทศ และการทำงานให้กับจิม ทอมป์สัน

วันนี้เขามีบ้านที่ไม่ค่อยมีเวลาอยู่ แต่ตกแต่งอย่างสวยงามย่านสุขุมวิท ทำเลทองของคนมีเงินใน กรุงเทพฯ

“ตอนแรกผมก็คิดนะครับว่าการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่พอใจกับกลุ่มลูกค้าทุกระดับ จะเป็นไปได้ยังไง แต่ผมก็คิดไปถึงรถเบนซ์ที่มีราคาตั้งแต่คันละล้านกว่าบาทไปจนถึง 100 กว่าล้าน มีทั้งคนที่ไม่รวยมากใช้ไปจนถึงระดับมหาเศรษฐี และประธานาธิบดี ทุกรุ่นจะถูกหรือแพงก็ยังมีความเป็นเบนซ์อยู่ และเขาก็ทำมาได้อย่างแข็งแกร่งกว่า 100 ปีแล้ว แสนสิริเองก็สามารถที่จะเรียนรู้ และนำมาดัดแปลงได้เช่นกัน” 

นพปฎล พหลโยธิน

นักเดินทางตัวจริง 1 ปี กว่า 5 แสนตารางกิโลเมตร

และที่สำคัญเขาคือนักเดินทางที่ต้องพบปะกับผู้คนทั่วโลก พร้อมๆ กับการได้เห็นเทรนด์ใหม่ๆ ของโลกแห่งการดีไซน์ตลอดเวลา

“มีแอปพลิเคชั่นหนึ่งชื่อ IN THE AIR ซึ่งผมเป็นสมาชิกโดยไปโหลดมาตอนเริ่มทำงานกับที่นี่ซึ่งแอปนี้จะบันทึกไว้เลยว่าปีหนึ่งๆ จะเดินทางกี่ครั้ง กี่หน เป็นระยะทางเท่าไร ภายในปีแรก ผมเป็นคนหนึ่งที่อยู่ในอันดับ 1% ของโลกที่เดินทางเยอะที่สุด เมื่อเทียบกับสมาชิกอีกหลายหมื่นคนที่แต่ละคนจะเป็นตัวทอปๆ ของการเดินทางทั้งนั้น”

เขาโชว์มือถือที่มีตัวเลขระบุว่าใน 1 ปีที่ผ่านมาเขาเดินทางไปแล้วกว่า 5 แสนตารางกิโลเมตร บิน 815 ชั่วโมง จำนวน 96 เที่ยว หรืออาทิตย์หนึ่งเดินทางประมาณ 2 ครั้ง

เป็นการเดินทางเพื่อดูงานแฟร์ด้านการออกแบบ พบซัปพลายเออร์ ดูงานด้านการโรงแรมของแสนสิริที่กำลังขยายตัว พาพนักงานไปเปิดหูเปิดตา และอื่นๆ อีกมากมาย

ล่าสุดเขากำลังปั้นกลยุทธ์ “Sansiri Luxury Collection” ก้าวสู่ “Global Luxury Brand” พอร์ตโฟลิโอภายใต้กลยุทธ์นี้ประกอบด้วย 4 โครงการลักชัวรีและซูเปอร์ลักชัวรี ของแสนสิริ คือ 98 Wireless, บ้านแสนสิริ พัฒนาการ, เดอะ โมนูเมนต์ ทองหล่อ และคุณ บาย ยู อินสไปร์ บาย สตาร์ค

การดึงเอาดีไซเนอร์ชื่อดังของโลกมาร่วมออกแบบ จะทำให้แบรนด์แสนสิริได้รับความสนใจมากขึ้นและเกิดความมั่นใจในการซื้อทั้งเพื่ออยู่อาศัยเอง และเพื่อการลงทุนของชาวต่างชาติด้วย

อู้ได้เลือกเอา เกิร์ท วอร์จานส์ดี จาก Antwerp ประเทศเบลเยียม, โลเรนโซ คาสติลโญ ชาวสเปน, ฮัตตัน วิลคินสัน ดีไซเนอร์นักตกแต่งชาวอเมริกัน และแมรี่ ฟอกซ์ ลินตัน นักออกแบบและตกแต่งชื่อดังชาวอังกฤษ มาร่วมกันรังสรรค์โครงการ สร้าง Brand Differentiation และ Emotional Story Selling

สุดท้าย เขาบอกว่า

“ผมไม่รู้ว่าเป้าหมายในชีวิตของผมคืออะไร บอกยากจริงๆ นะครับ ชีวิตมันออกแบบไม่ได้เหมือนออกแบบบ้านที่เราจะทำให้สวยงามยังไงก็ได้ แต่ทุกวันนี้ผมยังสนุกกับงานครับ”

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer