เผยตลาดปลั๊กไฟ 2,000 ล้าน เทรนด์ IOT เตรียมมา ล่าสุด “Anitech” รวมทีมคนไทย พัฒนาซอฟต์แวร์ ‘ปลั๊กไฟ IOT’ เปิดตัวรุ่น H1000 ปลั๊กพ่วงอัจฉริยะ ราคา 2,590 บาทเจาะกลุ่ม B2C-B2B ชูจุดเด่นลดต้นทุนค่าไฟฟ้าที่ไม่จำเป็นในภาคธุรกิจ ตั้งเป้ายอดขาย 5,000 ชิ้นภายใน 6 เดือน คาดรายได้บริษัททะลุ 450 ล้าน

พิชเยนทร์ หงษ์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สมาร์ท ไอดี กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า ปี 2561 ตลาดปลั๊กไฟในประเทศไทยมีมูลค่าประมาณ 2,000 ล้าน ตลาดเติบโตต่อเนื่องทุกปี โดยปี 2561 สินค้าที่ทำรายได้มากที่สุดของบริษัทคือ ‘ปลั๊กไฟ’ ซึ่งทำยอดขายเป็นสัดส่วน 35% ของรายได้รวม หรือประมาณ 7 แสนชิ้น

ปี 2561 บริษัทมียอดขายอยู่ที่ 330 ล้านบาท คิดเป็นจำนวนชิ้นที่ 2 ล้านชิ้น เติบโต 25% 

พิชเยนทร์กล่าวอีกว่า ในปี 2562 เทรนด์ของอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าในช่วงนี้คือ IOT (Internet of Things) ผู้บริโภคหันไปใช้อุปกรณ์อัจฉริยะมากยิ่งขึ้น รวมถึงภาคธุรกิจเองที่เปลี่ยนแปลงองค์กรสู่องค์กรดิจิทัลมากยิ่งขึ้น

โดยปี 2562 บริษัทตั้งเป้ายอดขายมากกว่า 450 ล้านบาท จากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ และภายในระยะเวลา 3 ปี บริษัทตั้งเป้าปรับทิศทางสินค้ากลุ่ม IOT ให้มีสัดส่วน 10% ของสินค้าทั้งหมด และในระยะ 10 ปี บริษัทจะปรับทิศทางสินค้าให้เป็นผลิตภัณฑ์ IOT ในสัดส่วนถึง 50%

โดยบริษัทเริ่มต้นด้วยการวางจำหนายผลิตภัณฑ์ IOT ชิ้นแรก คือปลั๊กไฟ IOT ภายใต้แบรนด์ “Anitech”  รุ่น H1000 ในราคา 2,590 บาท วงเงินรับประกัน 500,000 บาท เป็นเวลา 1 ปี ชูจุดเด่นคือเป็นอุปกรณ์อัจฉริยะ สามารถสั่งงานผ่านแอปพลิเคชั่น ตั้งเวลาเปิดปิด รวมถึงประเมินการใช้พลังงานผ่านแอปพลิเคชั่นได้

พิชเยนทร์กล่าวอีกว่า บริษัทวางแผนขายลูกค้าทั้งกลุ่ม B2B และ B2C ในสัดส่วน 50 : 50 แต่ปัจจุบันบริษัทเพิ่งเริ่มทำตลาดกับลูกค้ากลุ่ม B2C เป็นหลัก เนื่องจากมีความพร้อมในเรื่องช่องทางจัดจำหน่าย

ส่วนลูกค้ากลุ่ม B2B ปัจจุบันบริษัทมีลูกค้าแล้ว 2 ราย เกี่ยวกับธุรกิจการจัดประชุมและเชนร้านอาหาร ในอนาคตบริษัทตั้งเป้าขยายตลาดไปยังธุรกิจอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร (Food) ค้าปลีก (Retail) การขนส่ง (Logistics) โรงงาน (Factory) โรงพยาบาล (Hospital)

พิชเยนทร์กล่าวอีกว่า การแข่งขันในธุรกิจจะเน้นการลดต้นทุนที่ไม่จำเป็น ตัวอย่างเช่น ค่าแอร์ ค่าไฟฟ้า ฯลฯ ดังนั้นการใช้ปลั๊กไฟ IOT จะช่วยลดต้นทุนได้จากการตั้งเวลาเปิด-ปิด ตลอดจนการพัฒนาเทคโนโลยีในองค์กรมากยิ่งขึ้น

โดยบริษัทตั้งเป้ายอดขายจำนวน 5,000 ตัว ทั้งจากกลุ่ม B2B และ B2C ภายในระยะเวลา 6 เดือน หรือภายในสิ้นปี 2562

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้บริษัทได้พัฒนา ‘ปลั๊กไฟ IOT’ ออกมารุ่น H900 ร่วมกับบริษัท-สตาร์ทอัพจีน แต่ต่อมาได้พบปัญหาซอฟต์แวร์ไม่ต่อเนื่อง จึงตัดสินใจให้คนไทยจัดตั้งทีมพัฒนาสินค้าขึ้นเอง

พิชเยนทร์กล่าวอีกว่า ในอนาคตบริษัทจะมีการพัฒนาปลั๊ก anitech IOT ให้มีระบบเซนเซอร์ต่างๆ อาทิ เซนเซอร์วัดอุณหภูมิ การวัดแสง และการตรวจจับความเคลื่อนไหว เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถกำหนดเงื่อนไขการทำงานได้อย่างอิสระมากขึ้น

สำหรับงบประมาณการตลาดปี 2562 อยู่ที่  45 ล้านบาท คิดเป็น 10% ของรายได้ประมาณการ โดยพิชเยนทร์เสริมว่า ความท้าทายในปีนี้คือการเข้าไปทำตลาด B2B เพื่อให้องค์กรต่างๆ เห็นถึงความจำเป็นของการใช้ปลั๊กไฟ IOT

2 อินไซต์ผู้บริโภคเมื่อจะใช้งาน IOT           

(1) 75%  ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความสะดวกสบายที่ได้รับจากการใช้งาน

(2) 68% พิจารณาถึงประสิทธิภาพในการใช้งานที่คุ้มค่า



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer