ทุกวันนี้ เทคโนโลยีได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้คนมากขึ้น ส่งผลต่อพฤติกรรมของผู้บริโภคให้เปลี่ยนแปลงไป มีความต้องการบริโภคในสินค้าและบริการที่แตกต่างหลากหลาย ไม่เว้นแม้แต่เรื่องของการประกันภัย นั่นจึงเป็นช่องว่างทางการตลาดที่ Sunday” มองเห็นโอกาสในการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาเป็นเครื่องมือช่วยออกแบบผลิตภัณฑ์ประกันภัยเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในยุคนี้

โดยใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และแมชชีนเลิร์นนิ่ง (Machine Learning) เข้ามาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลความเสี่ยง เพื่อสามารถออกแบบผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในแบบเฉพาะตัวบุคคลได้มากที่สุด ทั้งยังช่วยในการคำนวณเบี้ยประกันและกำหนดราคาให้เหมาะสมกับการเลือกความคุ้มครองตามความต้องการของลูกค้าเองได้

ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ประกันภัยของ Sunday มีมากกว่า 100 รูปแบบนับตั้งแต่ก่อตั้งธุรกิจเมื่อ 2 ปีก่อน ซึ่งไม่มีใครเคยทำได้มาก่อนในตลาด!

“เราพยายามจะหาสิ่งใหม่ๆ เข้ามาตอบโจทย์วิถีชีวิตของผู้คนที่เปลี่ยนแปลงไป และพยายามจะเข้าถึงลูกค้าให้ได้มากที่สุด Data ที่เรามีเป็นข้อมูลที่ได้รับมาจากภายนอกที่เปิดเผยเป็นการทั่วไป รวมถึงข้อมูลภายในของเราเอง จึงทำให้สามารถออกผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่ตอบโจทย์ลูกค้าในแบบเฉพาะเจาะจงได้มากที่สุด เช่น การประกันกลุ่มสำหรับลูกค้าองค์กรธุรกิจ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่พนักงานแต่ละคนในองค์กรสามารถปรับเปลี่ยนความคุ้มครองให้กับตัวเองได้ผ่านแอปพลิเคชั่นหรือเว็บไซต์ภายใต้มูลค่าความคุ้มครองที่บริษัทซื้อไว้ให้” ซินดี้ กัว ผู้ร่วมก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ซันเดย์ อินส์ จำกัด กล่าว

นอกจากนี้ ด้วย Data ที่มียังทำให้สามารถออกแบบผลิตภัณฑ์ประกันภัยกลุ่มสำหรับองค์กรได้หลากหลายทั้งธุรกิจขนาดเล็ก-กลาง-ใหญ่ โดยปัจจุบันรับประกันภัยกลุ่มได้ตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป จึงนับเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นในวงการประกันภัย โดยปัจจุบันมีลูกค้าจากองค์กรชั้นนำมากมายเลือกใช้ประกันสุขภาพจาก Sunday รวมหลายแสนคนในประเทศไทย

รวมถึงการออกแบบผลิตภัณฑ์ประกันภัยเพื่อให้ตรงกับโจทย์ความต้องการของพันธมิตรธุรกิจ และกลุ่มลูกค้าของพันธมิตร ซึ่ง Sunday มีพันธมิตรที่หลากหลาย อาทิ Grab ได้มอบสิทธิประโยชน์ในด้านประกันให้กับกลุ่มคนขับ และผู้โดยสารระดับแพลทินั่ม และ Dtac ที่เมื่อเร็วๆ นี้ได้ออกแคมเปญร่วมกันคือ ซิม โกอินเตอร์ พลัส (Go Inter Plus) ซึ่งเป็นประกันภัยการเดินทางพ่วงไปกับแพ็กเกจอินเทอร์เน็ต ในแบบที่เรียกว่าซื้อ 1 ได้ถึง 2

ขณะเดียวกัน ยังมีผลิตภัณฑ์ประกันภัยรถยนต์ที่ครอบคลุมรถยนต์เกือบทุกรุ่น และพัฒนาบริการเคลมที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว

“ด้วยกลยุทธ์เหล่านี้ทำให้ซันเดย์เติบโตอย่างก้าวกระโดด จากจำนวนลูกค้ากว่า 2 แสนรายในปีแรก เติบโตเป็น 480,000 รายในปัจจุบัน และปีนี้ยังตั้งเป้าการเติบโตเป็น 4 เท่าจากปีก่อน โดยนำจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่มีความยืดหยุ่นสูง ลูกค้าสามารถออกแบบหรือเลือกความคุ้มครองได้ตามความต้องการของตัวเอง มาเน้นทำการตลาด รวมถึงการขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์และการขยายฐานลูกค้าผ่านพันธมิตรในรูปแบบต่างๆ” ซินดี้กล่าว

พร้อมรุกตลาดประกันภัยอาเซียน

“Sunday” คืออินชัวร์เทคสัญชาติไทย ก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2560 จากวิสัยทัศน์การมองเห็นการเปลี่ยนแปลงของตลาดและพฤติกรรมของผู้บริโภคในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ที่ทำให้การประกันภัยในรูปแบบเดิมๆ ที่ออกแบบมาสำหรับคนกลุ่มใหญ่ไม่สามารถตอบสนองพฤติกรรมที่หลากหลายของผู้บริโภคได้อีกต่อไป

ประกอบกับช่องว่างทางการตลาดและโอกาสการเติบโตของธุรกิจประกันภัยในประเทศไทย “ซินดี้” จึงตัดสินใจก่อตั้งธุรกิจในไทย และให้กรุงเทพมหานครเป็นศูนย์กลางในการขยายตลาดออกสู่ภูมิภาคอาเซียน โดยนำเสนอนวัตกรรมบริการประกันภัยด้วยแพลตฟอร์มขายและให้บริการแบบครบวงจร

“ประเทศไทยมีความพร้อมมากกว่าเมื่อเทียบกับอีกหลายประเทศในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะความพร้อมด้านบุคลากร ซึ่งเราเป็นสตาร์ทอัพที่นำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการพัฒนา จึงต้องการวิศวกรและทีมวิเคราะห์ข้อมูล จำนวนมาก โดยปัจจุบัน 99% ของทีมงาน Sunday เป็นคนไทย และในจำนวนนี้กว่า 40% คือวิศวกรและทีม Data อีกทั้งไทยยังมีช่องว่างทางการตลาดอีกมากสำหรับธุรกิจประกันภัย โดยมี pain point ใหญ่ๆ อย่างเช่น บริการเคลมที่เอาแน่เอานอนไม่ค่อยจะได้นัก และค่าเบี้ยประกันที่สูงเกินความจำเป็นหรือแพงเกินกว่าคนส่วนใหญ่จะเข้าถึงได้ จึงถือเป็นตลาดที่มีความท้าทาย” ซินดี้กล่าว

และด้วยความมาแรงและบิสสิเนสโมเดลที่แตกต่าง ส่งผลให้ Sunday คืออีกหนึ่งสตาร์ทอัพที่เนื้อหอม โดยล่าสุด Sunday ได้รับการระดมทุนซีรีส์ เอ มูลค่า 10 ล้านเหรียญสหรัฐ จาก เวอร์เท็กซ์ เวนเจอร์ส เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอินเดีย (Vertex Ventures SEA and India) เครือข่ายนักลงทุนระดับโลกที่ลงทุนในสหรัฐอเมริกา จีน อิสราเอล อินเดีย และประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเวอร์เท็กซ์นี่เองมีส่วนผลักดันให้ Grab เติบโตกลายเป็นยูนิคอร์นได้สำเร็จมาแล้ว ขณะที่ซันเดย์นับเป็นสตาร์ทอัพไทยรายแรกที่ได้รับการระดมทุนจากเครือข่ายนักลงทุนระดับโลกรายนี้

และจากความสำเร็จในการระดมทุน ทำให้ซันเดย์มีความพร้อมจะขยายธุรกิจออกสู่ภูมิภาคอาเซียน

“ตอนนี้เรากำลังพูดถึงประชากรจำนวนกว่า 600 ล้านคนในอาเซียน มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตกว่า 330 ล้านคน ซึ่งมากเป็นอันดับ 3 ของโลก สำหรับประเทศไทยมีจำนวนประชากร 70 ล้านคน ส่วนใหญ่ใช้โทรศัพท์มือถือเฉลี่ยวันละ 4 ชั่วโมง โดยในระยะเวลา 5 ปีนับจากนี้เราจะมุ่งที่ตลาดไทย และขยายตลาดออกไปสู่มาเลเซีย อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ ซึ่งเวลานี้อยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมในการบุกตลาดอย่างจริงจัง ส่วนการใช้กลยุทธ์ของแต่ละประเทศก็จะแตกต่างกันออกไปเพราะมีบริบทที่แตกต่างกัน” ซินดี้กล่าว

 

เดินหน้าพัฒนาไม่หยุดนิ่ง ชูขุนพลนักพัฒนาหัวกะทิไทยใน Sunday

ปฏิเสธไม่ได้ว่าอีกหนึ่งปัจจัยความสำเร็จของ Sunday ในวันนี้ไม่ใช่เพียงวิสัยทัศน์และบิสซิเนสโมเดลที่ตอบโจทย์แก้ Pain Point ของคนในยุคสมัยนี้เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงความแข็งแกร่งของทีมนักพัฒนาซอฟต์แวร์ (Software Developer) และทีมวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Scientist) ที่มีมากกว่า 100 คนในองค์กร เพื่อพัฒนาและออกแบบโปรดักส์ที่ตอบโจทย์และทันการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่รวดเร็วมากในปัจจุบัน ซึ่งความโดดเด่นของทีมนักพัฒนาซอฟต์แวร์ของ Sunday สะท้อนให้เห็นจากความสำเร็จจากการคว้ารางวัลชนะเลิศ 2 ปีซ้อนจากการแข่งขัน AWS  Hackathorn 2019 ในประเทศไทยและระดับภูมิภาคอาเซียน โดยล่าสุดได้สร้างสรรค์โปรแกรม Automated Chest X-Ray Interpretation เป็นโปรแกรมที่จะช่วยอ่านผลฟิล์มเอกซเรย์ทรวงอกรายบุคคล ซึ่งคาดว่าจะสามารถนำมาใช้ได้จริงในการช่วยยกระดับการให้บริการผู้ซื้อประกันสุขภาพและแพทย์เพื่อช่วยให้การอ่านผลฟิล์มเอกซเรย์เป็นไปได้ง่าย สะดวกและแม่นยำมากขึ้น โดยในปัจจุบันพบว่ามีความแม่นยำถึง 79% โดยหากสามารถพัฒนาความแม่นยำในการประเมินโรคถึงระดับเกือบ 100% ก็น่าจะสามารถนำไปใช้ได้จริง

นั่นแสดงให้เห็นถึงการไม่หยุดนิ่งที่จะพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ของ Sunday

ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้านำมาผสมผสานกับแนวคิดการออกแบบผลิตภัณฑ์ประกันภัยรูปแบบใหม่สำหรับวงการประกันภัยของไทยและอาเซียน ทำให้ขณะนี้ Sunday กำลังเป็นที่น่าจับตามองถึงการเป็นยูนิคอร์น (สตาร์ทอัพที่มีมูลค่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) ตัวต่อไปในภูมิภาคนี้ด้วย

“เป้าหมายของเรา 5 ปีนับจากนี้ คือ คาดหวังที่จะให้คนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รู้จักกับ Sunday โดยตั้งเป้าเป็น InsurTech ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในอาเซียน ซึ่งก็แน่นอนว่าเราคาดหวังที่จะเป็นยูนิคอร์นรายต่อไปในอาเซียน ในสาย InsurTech ด้วย” ซินดี้กล่าวทิ้งท้าย

สนใจเกี่ยวกับข้อมูลผลิตภัณฑ์จาก Sunday ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.easysunday.com



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน