ตลาดวิดีโอสตรีมมิ่ง แข่งดุ ! วิเคราะห์จุดแข็ง 4 ผู้เล่น ใครจะอยู่รอดในสมรภูมินี้

เมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบันเปลี่ยนไปการ ”ดูโทรทัศน์แบบดั้งเดิม” อาจจะไม่ตอบโจทย์ด้วยเหตุผลที่ว่าใช้เวลาหมดไปกับการทำงาน และการเดินทาง ประกอบกับจำนวนคนที่ดูทีวีน้อยลง ผู้ประกอบการทีวีต่างใช้ไม้เด็ด ทั้งปั้น และหาคอนเทนต์มาสู้ศึกนี้

นอกจากจะหาคอนเทนต์มาสู้แล้ว “Video On Demand” จึงเป็นทางเลือกใหม่ในยุคนี้ เพราะทั้งช่อง 7 ที่มีแพลตฟอร์มอย่าง “BUGABOO TV” มาอยู่ในตลาดก่อนใครเพื่อน และช่อง 3 ส่ง “Mello.me”  จับกลุ่มคอละครเช่นกัน

ขณะเดียวกันแพลตฟอร์มวิดีโอสตรีมมิ่งจากต่างชาติก็เข้ามาบุกประเทศไทยไม่น้อยเหมือนกัน เพราะหากลองนับดูประเทศไทยมีบริการวิดีโอสตรีมมิ่งไม่น้อยกว่า 5 เจ้า

Marketeer ขอไล่เรียงให้รู้จัก 4 ผู้เล่นใน ตลาดวิดีโอสตรีมมิ่ง ที่ฮอตฮิตอยู่ตอนนี้ พร้อมเทียบฟอร์มว่าพวกเขาทำอย่างไรให้ไปรอดในยุคที่ออนไลน์สตรีมมิ่งมีการแข่งขันกันดุเดือด

1.Netflix

แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งอันดับ 1 ในสหรัฐที่เข้ามาไทยเมื่อช่วงปี 2557 ที่แต่เดิมเป็นผู้ให้บริการเช่ายืมดีวีดีผ่านทางไปรษณีย์ ปัจจุบันมีผู้ใช้แบบลงทะเบียนชำระค่าบริการทะลุ 140 ล้านคนกว่า 109 ประเทศทั่วโลก โดยที่ในไตรมาส 1 ที่ผ่านมามีสมาชิกเพิ่มขึ้นถึง 9.6 ล้านราย

มองว่าที่เน็ตฟลิกซ์สามารถครองใจผู้บริโภคทั่วโลก รวมถึงคนไทยนั้นมาจากเรื่องของคอนเทนต์ที่มีความหลากหลายทั้งใหม่และเก่า

ออริจินัลคอนเทนต์ที่ทำออกมาได้อย่างมีคุณภาพและสามารถหาดูได้แค่ในเน็ตฟลิกซ์เท่านั้น และเน็ตฟลิกซ์ยังเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์เรื่องนั้นๆ เอง ซึ่งทำให้เน็ตฟลิกซ์สามารถนำไปฉายได้ทั่วโลก

รวมถึงการสร้างประสบการณ์ที่มากกว่าความบันเทิงให้กับผู้บริโภค อย่างที่เราเห็นกันในช่วงปีที่ผ่านมา เน็ตฟลิกซ์ เพิ่มฟีเจอร์ Interactive ให้ผู้ชมสามารถกำหนดเรื่องราวต่อไปได้เอง

สิ่งหนึ่งที่เน็ตฟลิกซ์อาจจะยังสู้กับผู้ให้บริการเจ้าอื่นไม่ได้คือเรื่องของ “ราคา” เพราะราคาสมาชิกสูงกว่าเจ้าอื่นอยู่

2.LINE TV

ที่ประกาศวิสัยทัศน์ปี 2562-2564 ตั้งเป้าเป็นแพลตฟอร์มทีวีออนไลน์ของคนไทย ที่พัฒนาโดย ไลน์ คอร์ปอเรชั่น เพราะไลน์ทีวีเปิดให้บริการที่ไทยเป็นแห่แรก

สิ่งที่แตกต่างและน่าจับตาของไลน์ทีวีคือ การให้ผู้บริโภคดูคอนเทนต์ฟรี”  ไม่มีการคิดค่าราคาสมาชิกรายเดือน หรือรายปี  รวมทั้งยังมีฐานจากจำนวนผู้ใช้ไลน์ในประเทศไทยกว่า  44 ล้านคน

ขณะที่ด้านคอนเทนต์เองที่ส่วนใหญ่จะเป็นรายการทีวีรีรัน แต่ก็ใช่ว่าไลน์ทีวีจะไม่มีออริจินัลคอนเทนต์ เพราะไลน์ทีวีที่เร่งออกไปเป็นพาร์ทเนอร์กับช่องทีวีดิจิทัลต่างๆ เพื่อสร้างซีรีส์ หรือรายการมาลงในแพลตฟอร์มตัวเอง

อ่าน : วิเคราะห์ ทำไม ไลน์ทีวี วางเกม Infinite Challenge Thailand คือ Game Challenge ขยายกลุ่มคนดู

3.VIU

“VIU” แพลตฟอร์มสีเหลืองสดใสเป็นเอกลักษณ์ ที่เลือกกลุ่มเป้าหมายแบบชัดเจน แต่ VIU  ไม่ได้เป็นแพลตฟอร์มของสัญชาติเกาหลีแต่อย่างใด แต่เป็นบริษัทในเครือ PCCW Media Group ของฮ่องกง

จุดเด่นของ VIU มองว่า คือ การจับกลุ่มผู้บริโภคที่เป็นคนเป็นคอซีรีส์ และวาไรตี้เกาหลีโดยเฉพาะ

4.WeTV

สตรีมมิ่งน้องใหม่จากยักษ์ใหญ่อย่างเท็นเซ็นต์ที่เข้ามาในไทยเป็นประเทศแรก มองว่าซีรี่ส์จีนไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับคนไทย แต่ช่องทางรับชมอาจจะมีไม่มากเท่าไหร่นัก

การมาของ WeTV  ทำให้ตลาดซีรีส์ ละครจีนคึกคักมากขึ้น  นอกจากจะเอาคอนเทนต์จากจีนมาอยู่บนแพลต์ฟอร์มแล้ว ผู้บริหายังตั้งเป้าผลิตคอนเทนต์ในประเทศเพื่อส่งไปที่ประเทศจีนเช่นเดียวกัน

อ่าน : ตลาดสตรีมมิ่งเดือด เมื่อ “เทนเซ็นต์” ส่ง “WeTV” ชิงอีโคซิสเต็ม ธุรกิจเอนเตอร์เทนเมนต์ไทย

อย่างไรก็ตามเชื่อว่า “ราคา” สมาชิกของแต่ละแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งออนไลน์นั้นไม่ใช่เหตุผลหลักที่ผู้บริโภคใช้ตัดสิน แต่เชื่อว่าเป็นเพราะ “คุณภาพ” และ “ประสบการณ์ความบันเทิง” ที่ผู้ชมจะได้รับมากกว่า

แล้วถามว่าตอนนี้คุณเป็นสมาชิกแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งออนไลน์กี่เจ้ากัน ?

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน