ในช่วงปีสองปีที่ผ่านมา… ถือเป็นช่วงเวลาคัมแบ็กของช่องทางโฆษณาประเภทสื่อนอกบ้าน (Out of Home Media)
วัดได้จากผลสำรวจของนีลเส็นในปี 2561 ระบุว่า สื่อโฆษณานอกบ้านแบบดิจิทัล เป็นสื่อโฆษณาที่มีการเติบโตเร็วเป็นอันดับสองในอุตสาหกรรม (รองแค่ออนไลน์) ด้วยมูลค่ารวมกว่า 11,000 ล้านบาท พร้อมยังมีแนวโน้มในการเติบโตขึ้นทุกปี

… หากให้วิเคราะห์ถึงปัจจัยที่พาให้ OOH หรือ สื่อนอกบ้าน กลายมาเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในการลงโฆษณาของแบรนด์ในยุคนี้ ประกอบไปด้วยหลากหลายปัจจัย
ไม่ว่าจะเป็นการขยับขยายเส้นทางรถไฟฟ้าที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น มีจำนวนผู้ใช้บริการมากขึ้น รวมถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบันที่ใช้ชีวิตนอกบ้านยาวนานขึ้น เฉลี่ยเกือบๆ 12 ชั่วโมง/วันเลยทีเดียว
นอกเหนือจากนั้น… ปัจจัยสำคัญที่ทำให้สื่อประเภท OOH ในยุคนี้มี ‘เสน่ห์’ มากกว่าแค่ป้ายโฆษณาบิลบอร์ด คือการเข้ามาของดิจิทัลและเทคโนโลยีใหม่ๆ
อย่างเช่นกรณีของ VGI ผู้นำ Offline-to-Online solutions ผ่านแพลตฟอร์ม Advertising, Payment และ Logistics ล่าสุดได้เปิดตัว หน้าจอดิจิทัล IMMERSE แบบใหม่ ความยาวเทียบเท่าครึ่งสนามฟุตบอล (45 เมตร) โดยเริ่มติดตั้งบนสถานี BTS ช่องนนทรี อโศก พร้อมพงษ์ และศาลาแดง
ความพิเศษของหน้าจอดิจิทัลที่ว่านี้ ไม่ใช่แค่แสดงภาพออกมาในรูปแบบดิจิทัลแทนป้ายโฆษณาแบบเดิมเท่านั้น
เเต่ความน่าสนใจอยู่ที่การนำไปใช้ได้กับโฆษณาที่หลากหลายซึ่งก่อให้เกิดการทำโฆษณาในรูปเเบบใหม่ๆ เช่น การซิงค์ไปมาระหว่างภาพในเเต่ละหน้าจอ โดยหน้าจอเเบบใหม่ที่ว่าจะถูกติดตั้ง 2 จุดด้วยกัน ได้เเก่บริเวณพื้นชานชาลาตำเเหน่งที่กั้นประตูรถไฟฟ้า เเละที่บริเวณเเบนเนอร์ด้านบนซึ่งมีความยาวตลอดสถานีถึง 45 เมตร
หลายคนอาจยังไม่เห็นภาพว่าหน้าจอ IMMERSE เเบบใหม่จาก VGI เป็นอย่างไร…
Marketeer เลยหยิบเอาตัวอย่างผลงานจริงจากแบรนด์ โค้ก และ Netflix ที่ลงโฆษณาโปรโมตซีรีส์ดังอย่าง Stranger Things 3 ที่เริ่มฉายวันที่ 4 กรกฎาคม 2562 ที่รันบนจอดิจิทัลแบบใหม่บนสถานีรถไฟฟ้ามาให้ได้ดูกัน
ในฐานะแบรนด์ระดับโลกอย่าง Coke ได้ให้เหตุผลในการเลือกโปรโมตโฆษณา “โค้ก” ออริจินอล “โค้ก” ไม่มีน้ำตาล จะ “โค้ก”ไหนยังไงก็ใช่ ผ่านสื่อ Immerse ของ VGI ว่า “ที่เราเลือกสื่อนี้ เพราะเป็นสื่อใหม่ที่ Impact บน station ในใจกลางเมืองด้วยจอขนาดใหญ่ สามารถ create innovative idea ได้อย่างเต็มที่เพื่อสร้างจุดดึงดูดแก่ผู้ที่มาใช้บริการบนสถานี BTS”
เทคโนโลยีหน้าจอเเบบใหม่บนสถานีรถไฟฟ้าเปรียบได้กับการ “มอบพื้นที่สร้างสรรค์” ให้กับนักการตลาดและครีเอทีฟโฆษณาให้สามารถเติมเเต่งจินตนาการลงบนผลงานโฆษณาได้อย่างเต็มที่ ไม่ถูกจำกัดว่าต้องเป็นภาพนิ่งหรือเป็นเเค่วิดีโอที่ถูกล้อมกรอบอยู่ในหน้าจอเพียงหน้าจอเดียว
“หน้าจอทุกตำแหน่งสามารถแสดงผลได้ทั้งแบบอิสระ หรือจะเลือกให้เชื่อมโยงซิงค์เข้าหากันก็เพื่อยืดหยุ่นเเละสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามไอเดียของงานโฆษณา รวมถึงดึงดูดความสนใจของผู้บริโภคได้ด้วยเสียงดนตรีประกอบ”
ซึ่งในอนาคต VGI ยังได้พัฒนาระบบวิเคราะห์ภาพแบบ VR technology เพื่อช่วยให้สามารถวัดผล เก็บดาต้าข้อมูลเพื่อให้นำเสนอโฆษณาเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้นอีกด้วย
เทคโนโลยี สู่ พื้นที่สร้างสรรค์ สะท้อนให้เห็นการปรับตัว
ในระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา… สื่อนอกบ้านประเภท Transit Media โดยเฉพาะสื่อเคลื่อนที่บนสถานีรถไฟฟ้าในบ้านเรา ทั้งบนสถานีในขบวนเเละนอกขบวนถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของสินค้าหลากหลายแบรนด์ในการโฆษณาเพื่อให้เกิด Biggest impact อย่างได้ผล จากจำนวนผู้ใช้งานต่อเดือนไม่ต่ำกว่า 20 ล้านเที่ยวคน* รวมถึงการขยายเส้นทางที่ครอบคลุมการเดินทางที่มากขึ้น
นอกจากนั้น VGI ยังไม่หยุดที่จะค้นหาโซลูชั่นส์ในการทำธุรกิจอย่างการมองว่าสื่อนอกบ้านไม่ถูกจำกัดอยู่แค่ออฟไลน์ แต่ยังต้องเชื่อมโยงแพลตฟอร์มออนไลน์เเบบ (O2O : Offline to Online) เพื่อให้ทุกช่องทางโฆษณาที่สื่อสารออกไปสอดคล้องกับการใช้ชีวิตของลูกค้าที่เป็นกลุ่มเป้าหมายตามที่วางไว้ให้ได้มากที่สุด
*จำนวนล้านเที่ยวคน = ผู้โดยสาร 1 คน อาจเดินทางด้วย BTS มากกว่า 1 เที่ยว
–
