โลกกำลังจะได้เห็นสงครามการค้ารอบใหม่ แต่คราวนี้คู่ขัดแย้งเปลี่ยนและอาจส่งผลดีต่อหนึ่งในตัวละครหลักจากสงครามครั้งก่อน โดยญี่ปุ่นเริ่มเพิ่มความเข้มงวดในการส่งออกสารเคมีที่สำคัญในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีไปยังเกาหลีใต้

เพื่อตอบโต้รัฐบาลฝ่ายหลังที่เดินหน้ายกเลิกกองทุนมูลค่า 1,000 ล้านเยน (ราว 291 ล้านบาท) เพื่อช่วยเหลือสตรีที่ถูกบังคับให้เป็นหญิงบำเรอทหารญี่ปุ่นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และยังปล่อยให้ศาลสูงวินิจฉัยว่าประชาชนที่เคยถูกบังคับใช้แรงงานในสงครามโลกครั้งเดียวกัน สามารถฟ้องร้องเรียกเงินชดเชยจากบริษัทญี่ปุ่นได้โดยตรง

JK TradeWar 1

รัฐบาลญี่ปุ่นยังกดดันเกาหลีใต้อย่างต่อเนื่องด้วยการขู่ว่า สิงหาคมนี้จะถอดออกจากบัญชีรายชื่อประเทศสีขาว 27 ประเทศ ซึ่งสามารถดำเนินการค้าระหว่างกันได้อย่างมั่นใจ

ด้านรัฐบาลเกาหลีใต้ซึ่งมีบริษัทผู้ผลิตชิปประมวลผล Smartphone จอภาพ และตู้เย็น จะได้รับผลกระทบจากมาตรการของฝ่ายญี่ปุ่น ยังไม่ได้ดำเนินการตอบโต้ใดๆ ที่เป็นรูปธรรม นอกจากวิจารณ์ว่าถูกเอาเปรียบและจะนำเรื่องนี้ไปร้องเรียนต่อองค์การการค้าโลก (WTO)

Tradewar Abe Moon

(ซ้าย) นายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ ของญี่ปุ่่น (ขวา) ประธานาธิบดี มูน แจ-อิน ของเกาหลีใต้ 

มีการวิเคราะห์ว่า กรณีพิพาทครั้งนี้มีเหตุจูงใจทางการเมือง เพราะรัฐบาลของทั้งญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ต่างก็ต้องการเรียกคะแนนนิยมและแสดงให้เห็นว่าพรรครัฐบาลพร้อมใช้มาตรการแข็งกร้าวเพื่อปกป้องผลประโยชน์และภาพลักษณ์ของประเทศ ก่อนการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงในอนาคตอันใกล้

อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งดังกล่าวครั้งนี้จะทำให้ทั้งญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ต้องเจ็บพอๆ กัน เนื่องจากแม้ญี่ปุ่นจะเป็นผู้ผลิตสาร ก๊าซ Hydrogen Fluoride, สารไวแสง และสาร Fluorinated Polyimide รายใหญ่ของโลก

ซึ่งเกาหลีใต้ในฐานะชาติอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชั้นนำต้องนำเข้าสารเคมีกลุ่มนี้จำนวนมากในแต่ละปี ทว่าญี่ปุ่นเองก็เป็นชาติที่ขับเคลื่อนด้วยสินค้าเทคโนโลยีซึ่งส่วนใหญ่ผลิตจากเกาหลีใต้

Chinese Brand Tradewar

ด้านจีนมีแนวโน้มจะได้มากกว่าเสียจากกรณีพิพาทของสองประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียตะวันออก เพราะเป็นหนึ่งในแหล่งผลิตสารเคมีจำเป็นต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีร่วมกับไต้หวัน แม้ยังผลิตไม่ได้มากเท่าญี่ปุ่นก็ตาม 

จึงเป็นไปได้ว่าเกาหลีใต้อาจต้องหันมานำเข้าสารเคมีเหล่านี้จากจีนแทนญี่ปุ่น หากสารเคมีสำรองที่มีอยู่ร่อยหรอลงไป

Microchip Tradewar

ขณะเดียวกันสงครามการค้าระหว่างญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้ อาจเป็นปัจจัยเร่งให้จีนเดินหน้าพัฒนาความสามารถในการผลิตชิปประมวลผลมาใช้เองมากขึ้น เพื่อลดการพึ่งพาต่างชาติและประโยชน์ทางธุรกิจ

หลังได้รับบทเรียนจากสงครามการค้ากับสหรัฐฯ โดยเมื่อรวมกับการสนับสนุนจากรัฐบาลอาจทำให้จีนขึ้นมาเป็นแหล่งผลิตชิปประมวลผลแหล่งใหญ่ เหมือนที่ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เคยทำได้มาแล้ว/cnbc, thediplomat, koreaherald, japantoday, scmp

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer