“ลลิล พร็อพเพอร์ตี้” มองภาพรวมอสังหาริมทรัพย์แนวสูงติดลบ 20-30% ส่วนแนวราบเป็นลูกค้าซื้ออยู่อาศัยจริง คาดโต 3-5% ซัด LTV มาผิดเวลา ทำตลาดตก หวังรัฐผ่อนปรนบางเงื่อนไข แนะลูกค้าวางแผนการเงินก่อนซื้อบ้าน เอื้อการขอสินเชื่อ

ไชยยันต์ ชาครกุล ประธานกรรมการบริหารบริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ LALIN กล่าวว่า หลัง Worldbank ปรับลดประมาณการภาพรวมเศรษฐกิจไทยว่าจะลด 0.3% ทำให้ GDP ไทยปี 2562 เหลือ 3.5% ขณะที่ กนง. ปรับประมาณการเหลือเพียง 3.3% เนื่องจากไทยได้รับผลกระทบสงครามการค้า โดยเฉพาะในส่วน ‘การส่งออก’ ที่มีสัดส่วนถึง 65-68% ของจีดีพี

“เศรษฐกิจไทยจะโตได้ถ้าพัฒนาการส่งออก ที่ผ่านมาไม่มีการสร้าง Infrastructure ให้เป็นประโยชน์ต่อการแข่งขันการส่งออกเลย ถ้าไม่มีพวกนี้ใน 5 ปีข้างหน้า เราขายยานยนต์ระบบน้ำมันกัน และ 5 ปีข้างหน้าจะเป็นระบบล้าสมัย เพราะมีรถไฟฟ้าเข้ามาแล้ว”

ด้านภาพรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทย ไชยยันต์มองว่าอสังหาริมทรัพย์ประเภท Low Rise อาทิ บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ บ้านแฝด เป็นตลาดที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง หรือ Real Demand และคาดว่าจะเติบโต 3-5% ภายในสิ้นปี 2562

ขณะที่คอนโดมิเนียมหรืออาคารชุด คาดว่าจะติดลบถึง 20-30% จนถึงสิ้นปี

ปัจจัยสำคัญที่กระทบถึงตลาดอสังหาฯ คือมาตรการคุมสินเชื่อที่อยู่อาศัย (LTV) ทำให้ตลาดชะลอตัว โดยไชยยันต์มองว่า หากรัฐบาลใหม่สามารถผ่อนปรนบางเงื่อนไข เพื่อให้เป็นไปตามข้อเท็จจริงจะส่งผลทางบวกเพิ่มมากขึ้น

“LTV มาผิดเวลาไป คุณใช้ยาแรงไปนะแบงก์ชาติ เพราะตอนนี้เราต้องการ Growth ที่สุด สังคมไทยมีเด็กจบใหม่ประมาณ 3-4% ทุกปี คนกลุ่มนี้มีดีมานด์ตลอด แต่ผมก็เข้าใจแบงก์ชาติที่เห็นสัญญาณหนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้น”

ไชยยันต์กล่าวอีกว่า บริษัทอสังหาริมทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ก็พยายามชะลอการลงทุน เนื่องจากเริ่มกลับมาทบทวนว่าตลาดเติบโตน้อยลง

ส่วนปัจจัยบวกสำหรับภาคอสังหาริมทรัพย์ คืออัตราดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มลดลง เนื่องจากเศรษฐกิจชะลอตัว และสหรัฐอเมริกาลดดอกเบี้ย

สำหรับการแข่งขันในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์หลังจัดตั้งรัฐบาล ผู้ประกอบการจะต้องระมัดระวังการลงทุนใหม่ โดยเน้นตลาดสำหรับผู้ที่ต้องการซื้อเพื่ออยู่จริงเป็นตลาดหลัก และพยายามรักษาอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (Debt to Equity Ratio : D/E) ไม่ให้สูงเกินไป รวมถึงรักษาสภาพคล่องทางการเงินให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัย

นอกจากนี้ กลยุทธ์ EEC ของรัฐบาลใหม่จะช่วยขับเคลื่อนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยมองว่ารัฐบาลใหม่จะกระตุ้นเศรษฐกิจ และเร่งเบิกจ่ายงบประมาณในการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ ซึ่งการกระตุ้นการบริโภคผ่านภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เป็นแนวทางหนึ่งที่จะช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นตัว ควรต้องผลักดันมาตรการ LTV ลงชั่วคราว เนื่องจากใช้ในจังหวะเศรษฐกิจชะลอตัว และทำให้ตลาดเติบโตมากขึ้น

ท้ายที่สุด ไชยยันต์มองว่า ผู้บริโภคก็จำเป็นต้องวางแผนทางการเงินในการซื้อบ้าน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการขอสินเชื่อกับธนาคาร



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer