เบียร์อาซาฮี โตด้วยมาตรฐานระดับโลก เสิร์ฟปรากฏการณ์แห่งรสชาติ ‘KARAKUCHI SERVE’

เพื่อเพิ่มศักยภาพให้กับการจัดจำหน่ายเบียร์สด อาซาฮี ซูเปอร์ ดราย” (Asahi Super Dry) ทั้งในฝั่งของตัวแทนผู้จัดจำหน่าย ผู้ประกอบการร้านอาหารนานาชาติ  ร้านอาหารญี่ปุ่น Fine-dinning รวมถึงผับบาร์ ฯลฯ ให้ก้าวสู่มาตรฐานระดับโลก

ล่าสุดทาง Asahi Breweries, LTD เดินหน้าผนึกกำลัง บริษัท บุญรอด เทรดดิ้ง จำกัด จัดเวิร์กชอปเพื่อยกระดับคุณภาพ เบียร์สด อาซาฮี ประจำปี เพื่อเพิ่มมาตรฐานทั้งในส่วนของการจัดการเบียร์สดตั้งแต่ขั้นตอนเตรียมการ เรียนรู้ทำความรู้จักการใช้อุปกรณ์ตลอดจนแนะนำวิธีการเสิร์ฟเบียร์สดอย่างถูกต้อง เพื่อให้ได้รสชาติที่ดีที่สุดก่อนถึงมือลูกค้าหรือที่เรียกว่า คาราคูจิ เสิร์ฟ’ (KARAKUCHI SERVE) ให้กับตัวแทนจำหน่ายและร้านค้าทั่วประเทศ

“การเพิ่มศักยภาพของแบรนด์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ได้ยกระดับให้ อาซาฮี มียอดขายเติบโตมากขึ้น  ซึ่งการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง ภายใต้ Concept International Premium Beer สามารถดึงดูดให้ร้านค้า ผับบาร์ ร้านอาหารเลือกจำหน่ายเบียร์อาซาฮีเพิ่มขึ้น รวมถึงตัวผู้บริโภคเองก็สามารถเชื่อมั่นในคุณภาพและรสชาติของเบียร์สดอาซาฮีที่ได้มาตราฐานเดียวกันทั่วโลกอีกด้วย”

Mr.Kunihisa Shouzaki

เวิร์กชอปในครั้งนี้ อาซาฮี ได้เชิญ ผู้เชี่ยวชาญด้านเบียร์สด (Draft Beer Master) Mr.Kunihisa Shouzaki และ Mr.Takashi Wada บินตรงจากญี่ปุ่นมาให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการกันถึงที่ประเทศไทย

ผมเชื่อว่าทุกคนชอบกินอาหารอร่อย และก็ชอบเบียร์ที่มีรสชาติอร่อยด้วยเช่นกัน”

Mr.Kunihisa Shouzaki เริ่มเกริ่นให้ผู้ประกอบการร้านอาหารชั้นนำของไทยกว่า 40 ร้าน ที่มารวมตัวในกิจกรรมเวิร์กชอปฟัง พร้อมยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดๆ ว่า “เบียร์สด ก็เปรียบเสมือนการปรุง อาหารมื้อพิเศษ เราต้องพิถีพิถันในทุกขั้นตอนตั้งแต่เตรียมวัตถุดิบและเข้าใจวิธีการเสิร์ฟที่ถูกต้อง

ต่อด้วยการอธิบายให้ฟังถึง “3 กฎเหล็กที่ต้องใส่ใจ เพื่อควบคุมความสดของเบียร์” ประกอบไปด้วย การจัดการสต็อกแบบ FIFO (First In First Out) เพื่อให้แน่ใจว่าการเบิกสต็อกเบียร์เป็นไปตามลำดับ ไม่มีเบียร์ถังเก่าตกค้าง เพราะหากฝืนเสิร์ฟเบียร์เก่าที่กำลังจะหมดอายุอาจทำให้รสชาติของเบียร์เสื่อมลง

ต้องแน่ใจว่าเบียร์ที่สั่งเข้ามาในร้านต้องได้รับการขายอย่างทันท่วงที คือเมื่อเปิดถังเบียร์แล้ว ต้องพยายามขายให้หมดเร็วที่สุดภายใต้ระยะเวลาที่กำหนด เพื่อรักษาความสดใหม่ เรื่องของสต็อกสินค้าจึงสำคัญและส่งผลต่อรสชาติของเบียร์ที่เสิร์ฟเป็นอย่างมาก”

การควบคุมอุณหภูมิและควบคุมแรงดันของก๊าซ : อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้เบียร์เปลี่ยนรสชาติ ด้วยความที่ประเทศไทยมีอากาศร้อนทั้งปี แต่สำหรับอุณหภูมิที่เหมาะสมที่สุดของการเก็บรักษาถังเบียร์จะอยู่ที่ไม่เกิน 30 องศา ดังนั้น ผู้ประกอบการจึงจำเป็นต้องมีวิธีในการจัดเก็บสินค้า เช่น เก็บให้อยู่ภายใต้อุณหภูมิที่กำหนด ไม่ร้อนเกินไป โดยใช้พัดลมหรือน้ำแข็งในการช่วยรักษาอุณหภูมิที่เหมาะสม

เรื่องอุณหภูมิยังส่งผลต่อการควบคุมแรงดันก๊าซในถังเบียร์ หากก๊าซในถังเบียร์น้อยไปจะทำให้น้ำเบียร์ที่ออกมาจืด ฟองมาก หรือถ้ามีก๊าซมากเกินไปจะทำให้เบียร์เป็นฟองมากกว่าปกติ และเสียรสชาติเช่นกัน

โดยผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบจำเป็นต้องระมัดระวังและหมั่นเช็กปรับให้ก๊าซในถังสอดคล้องกับอุณหภูมิและเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน สามารถเทียบวัดได้จาก Gas Pressure Indicator Card ซึ่งในงานยังได้มีการแจกจ่ายให้ทุกคนที่มาร่วมงาน

สายยางและเครื่องจ่ายเบียร์ ต้องสะอาด : แม้ดูเป็นเรื่องเบสิกอย่างการทำความสะอาดเครื่องมือ รวมถึงอุปกรณ์ต่างๆ โดยเฉพาะสายยางเชื่อมถังเบียร์และหัวจ่าย หากไม่ได้รับการทำความสะอาดที่ถูกต้อง สิ่งสกปรกที่ตกค้างในสายยางจะทำให้รสชาติของเบียร์เปลี่ยน รวมถึงไม่เป็นไปตามหลักอนามัยอีกด้วย

 ‘คาราคูจิ เสิร์ฟ’ (KARAKUCHI SERVE) หรือการเสิร์ฟเบียร์แบบ เพอร์เฟกต์เสิร์ฟ ของ อาซาฮี เพื่อให้เบียร์สดทุกแก้วได้มาตรฐานและรสชาติที่ดีที่สุด จึงต้องประกอบไปด้วย 2 ขั้นตอนหลักๆ ได้แก่

การดูแลรักษาความสะอาดของแก้วเบียร์ :  ล้างทำความสะอาดด้วยน้ำสะอาดไหลผ่านทั่วทั้งแก้วและปล่อยให้แห้งเองโดยไม่มีการเช็ดด้วยผ้าหรือกระดาษ ก่อนนำแก้วเข้าตู้แช่เย็น แยกเฉพาะไม่แช่รวมกับสิ่งอื่นๆ ที่อาจก่อให้เกิดกลิ่นติดแก้ว

ฟองอากาศที่เกิดจากคราบสกปรกติดบริเวณเเก้ว

Mr.Takashi Wada ชี้ให้ทุกคนสังเกตฟองอากาศเหล่านั้น ซึ่งเกิดจากแก้วเบียร์ที่ล้างไม่สะอาด โดยเฉพาะรอยนิ้วมือบริเวณรอบแก้ว และคราบสกปรกที่บริเวณก้นแก้ว เป็นความรู้ใหม่ที่หลายคนอาจคิดว่าเป็นเพราะก๊าซของเบียร์แต่จริงๆ แล้วเกิดจากข้อผิดพลาดของผู้เสิร์ฟที่ต้องแก้ไข

เเละขั้นต่อไปคือไฮไลท์ของเวิร์กชอปในครั้งนี้ นั่นคือ วิธีการเสิร์ฟ Asahi Super Dry แบบ คาราคูจิ (KARAKUCHI SERVE)  ประกอบไปด้วยทั้งหมด 7 ขั้นตอน

  1. เลือกเสิร์ฟด้วยเเก้วที่ล้างสะอาดเเละเเช่เย็นเท่านั้น เพื่อคงรสชาติของเบียร์ให้ดีที่สุดในขณะที่ทำการเสิร์ฟ
  2. เอียงเเก้วเข้าหาหัวจ่ายเบียร์แบบ 45 องศา โยกหัวจ่ายเพื่อให้น้ำเบียร์สดค่อยๆ รินลงสู่แก้วอย่างช้าๆ โดยให้แก้วใกล้กับหัวจ่ายที่สุดแต่ไม่สัมผัสกัน
  3. ตลอดขั้นตอนการรินเบียร์ต้องรักษาตำเเหน่ง ระยะห่างระหว่างหัวจ่ายเเละน้ำเบียร์ที่รินลงเเก้วอย่างสม่ำเสมอ
  4. ระยะห่างที่ดีที่สุดของการรินฟองเเบบ คาราคูจิ คือ 1 เซนติเมตร เเละเมื่อได้เบียร์สดประมาณ 70% ของแก้ว ให้เอียงแก้วกลับมาตั้งตรงแต่ยังคงระยะหัวจ่ายไม่ให้เกิน 1 เซนติเมตรเช่นเดิม
  5. เบียร์สดที่ดีต้องมีฟองที่เนียนนุ่ม โดยผลักหัวจ่ายไปทิศทางตรงกันข้ามเพื่อให้เครื่องจ่ายเบียร์รินฟองออกมา
  6. หากมีฟองล้นสามารถปาดออกได้ด้วยไม้ปาดฟอง พร้อมเช็กสัดส่วนของน้ำเบียร์เเละฟองเบียร์ ให้ได้ระดับ 70 : 30 หรือ 80 : 20 
  7. เสิร์ฟเบียร์สด Asahi Super Dry ที่ผ่านการรินอย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยการ
    หันโลโก้อาซาฮีที่อยู่บนแก้วออกไปยังลูกค้า จบขั้นตอนการเสิร์ฟเเบบ คาราคูจิ!
Mr.Takashi Wada ชี้ให้เห็นถึงสัดส่วนของน้ำเบียร์เเละฟองที่อยู่ในเเก้วอย่างพอเหมาะ

ถ้ารินเบียร์แบบ คาราคูจิ อย่างถูกต้องตามขั้นตอน เราจะเห็นแก้วที่ลูกค้าดื่มเสร็จทิ้งคราบฟองเบียร์ไว้บนแก้ว ที่อาซาฮีเรียกมันว่า Angle Ring หรือ วงแหวนแห่งความสุขของผู้ดื่ม เมื่อได้ดื่มเบียร์ของเรานั่นเอง”

Marketeer มองว่าเวิร์กช็อปในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่ผู้จัดจำหน่ายอย่าง เบียร์อาซาฮี หรือเจ้าของร้านอาหารที่เข้าร่วมในวันนี้ที่ได้ประโยชน์กลับไปเท่านั้น แต่ในมุมของผู้บริโภคที่เป็นลูกค้า หรือเป็นแฟนคลับของ อาซาฮี ซูเปอร์ ดราย ยังจะได้เปิดประสบการณ์การดื่มเบียร์ด้วยรสชาติที่ได้มาตรฐานแบบเดียวกับที่ญี่ปุ่นและผู้คนทั่วโลก

รวมถึงพอยต์ที่สำคัญที่สุด คือการยกระดับวงการร้านอาหาร เครื่องดื่ม และดราฟเบียร์ ให้มีมาตรฐานที่แข็งแกร่งขึ้นด้วยเช่นกัน

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน